บทที่ 31 มาสร้างคอนเทนต์เสียงเพื่อมอบความอบอุ่นใจกันเถอะ!
บทที่ 31 จาก 33 บท「เพราะงั้น พวกเรามาทบทวนบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนกันอีกรอบดีกว่าค่ะ」 ณ ห้องเรียนว่างหลังเลิกเรียนค่ะ มีเด็กสาวสามคนแอบมารวมตัวกันพูดคุยปรึกษาหารือเรื่องที่ดูน่าสงสัยอยู่ค่ะ 「ดิฉันเป็นฝ่ายใช้เสียงเพื่อสร้างสินค้าค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นคุณนักแสดงผู้สูงส่งยังไงล่ะคะ」 คุณอาวิเลียพูดพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจค่ะ 「ส่วนฉันก็เป็นคนคอยตรวจสอบบทละครกับทักษะการแสดงของคุณอาวิเลีย สินะคะ พูดง่ายๆ ก็คืออารมณ์เหมือนคนรับใช้สารพัดประโยชน์หรือเปล่าคะเนี่ย?」 คุณซายะที่บทบาทหน้าที่ของตัวเองยังดูฟุ้งๆ อยู่เอ่ยขึ้นมาค่ะ 「แล้วก็มีคุณรูเชร่าที่ยอมมาเป็นคนเขียนบทให้พวกเราในครั้งนี้ค่ะ」 ฉันเอ่ยถึงบุคคลสำคัญที่มีบทบาทหน้าที่อันยิ่งใหญ่ซึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้ค่ะ ตามนั้นเลยค่ะ เธอคนนั้นและตัวฉันคนนี้ ทีมงานทั้งหมดสี่คนที่จะมาร่วมมือกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ในครั้งนี้ค่ะ แหม ผลงานจะออกมาเป็นแบบไหนกันแน่นะคะ? น่าสนุกจังเลยค่ะ 「เอ๊ะ? จะว่าไปแล้วคุณอิเลนารับหน้าที่ทำอะไรเหรอคะ?」 จู่ๆ คุณซายะก็เอ่ยถามขึ้นมาค่ะ ฉันงั้นเหรอคะ? ………… 「เอาล่ะ พวกเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ」 「เดี๋ยวก่อนสิคะคุณอิเลนา ตกลงคุณทำหน้าที่อะไรกันแน่คะเนี่ย」 「แหม เรื่องหยุมหยิมแบบนั้นช่างมันเถอะค่ะ」 「โนค่ะ」 คุณอาวิเลียเอ่ยปากปฏิเสธเสียงแข็งจากด้านข้างทันทีค่ะ 「จะให้พวกเราทำงานงกๆ แต่ตัวเองกลับมานั่งกินขนมฟรีสบายใจเฉิบเนี่ย ดิฉันยอมรับไม่ได้เด็ดขาดเลยค่ะ」 เธอพูดพลางฉกขนมในมือของฉันไปเคี้ยวตุ้ยๆ ค่ะ ยัยหัวขโมยขนมเอ๊ย อะไรกันคะ? ในสายตาของทั้งสองคนเห็นฉันเป็นคนไร้ความสามารถที่เอาแต่กินขนมไปวันๆ งั้นเหรอคะ? 「เฮ้อ ให้ตายสิคะ ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่เข้าใจเลยนะคะว่าฉันน่ะรับหน้าที่ในส่วนที่สำคัญมากๆ ของโปรเจกต์นี้อยู่น่ะค่ะ……」 ฉันยักไหล่อย่างเอือมระอาค่ะ ในระหว่างนั้น จู่ๆ ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ตโฟนของฉันค่ะ จากคุณรูเชร่านั่นเองค่ะ 『จะว่าไปแล้วเจ้าทำหน้าที่อะไรในงานนี้กันแน่เนี่ย? อู้งานเหรอ?』 ………… โดนสมาชิกอีกสามคนที่เหลือระแวงกันหมดทุกคนเลยสินะคะเนี่ย ให้ตายสิ ฉันพิมพ์ข้อความตอบกลับพลางพูดขึ้นมาว่า 「ฉันน่ะรับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโปรเจกต์นี้เลยนะคะ คอยเฝ้ามองดูการดำเนินงานของโปรเจกต์ คอยเฝ้ามองดูเพื่อส่งมอบผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ให้แก่โลกใบนี้ และคอยเฝ้ามองดูปฏิกิริยาของลูกค้ายังไงล่ะคะ……」 「มีแต่คำว่าเฝ้ามองดูทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอคะนั่น」 อะไรกันคะนั่นー คุณซายะบ่นอุบค่ะ 「ผู้คนมักจะเรียกคนที่รับหน้าที่แบบนี้ว่า――P ยังไงล่ะคะ」 「พี?」 คุณอาวิเลียเอียงคอสงสัยค่ะ ดูเหมือนเด็ก ม.ปลาย ทั่วไปจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำคำนี้นะคะ 『อ๋อ พี สินะคะ เข้าใจแล้ว……』 คนเดียวที่เข้าใจในทันทีก็คือคุณรูเชร่าที่อยู่ในวงการมานานนั่นแหละค่ะ ขออธิบายเพิ่มเติมนะคะ คำว่า P ก็คือคำย่อที่ใช้เรียก โปรดิวเซอร์ นั่นเองค่ะ 「เหรอคะ แล้วตกลงไอ้โปรดิวเซอร์ที่ว่าเนี่ย ในความเป็นจริงเขาต้องทำอะไรบ้างเหรอคะ?」 คุณซายะเอ่ยถามค่ะ โปรดิวเซอร์ต้องทำอะไรบ้าง งั้นเหรอคะ? ………… 「เอาล่ะ ทั้งสองคนเริ่มทำงานได้แล้วค่ะ」 「ไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ใช่หรือไงคะนั่น!」 ○
เอาเถอะ เรื่องนอกเรื่องช่างมันก่อน มารีบเข้าประเด็นหลักกันเลยดีกว่าค่ะ 「เอาเป็นว่า ตอนนี้ได้รับบทละครมาจากคุณรูเชร่าเรียกว่า ลองมาเปิดดูกันหน่อยดีกว่าค่ะ」 ฉันพูดพลางยื่นบทละครที่ถ่ายเอกสารลงบนกระดาษ A4 ส่งให้ทั้งสองคนค่ะ ความยาวประมาณ 10 หน้ากระดาษได้ค่ะ ทั้งที่ตอนแรกทำเป็นบ่นอิดออดแท้ๆ แต่ปริมาณขนาดนี้แสดงว่าตอนเขียนคงจะสนุกน่าดูเลยสินะคะ 「โหー นี่คือบทละครที่คุณรูเชร่าดาราสาวชื่อดังเป็นคนเขียนงั้นเหรอคะ……」 คุณอาวิเลียเปิดอ่านทีละหน้าด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ค่ะ 「อืมー」 ในทางกลับกัน คุณซายะกลับเปิดอ่านไปเรื่อยๆ อย่างราบเรียบโดยไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเป็นพิเศษค่ะ ส่วนตัวฉันเองเพราะเคยอ่านผ่านตามารอบหนึ่งแล้ว เลยได้แต่คอยสังเกตปฏิกิริยาของทั้งสองคนพลางกวาดสายตามองบทละครของคุณรูเชร่าอีกครั้งค่ะ งั้นตรงนี้จะขอแสดงเศษเสี้ยวของบทประพันธ์ที่เขียนขึ้นโดยดาราสาวชื่อดังให้ได้ชมกันนะคะ 『อุฟุฟุ…… เป็นเด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงเลยนะคะー』 ตัวละครในบทพูดกระซิบด้วยน้ำเสียงยั่วยวนชวนฝันค่ะ ในเมื่อคนพากย์คือคุณอาวิเลีย ในหัวของฉันเลยจินตนาการเป็นเสียงของคุณอาวิเลียพากย์ทั้งหมดเลยค่ะ 『เดี๋ยวจะเป่าลมฟู่ๆ ให้เอาไหมคะ จากเด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงคนนี้เลยนะ』 『เดี๋ยวจะนวดหูให้ดีๆ เลยนะคะ โดยเด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงคนนี้……』 เป็นตัวละครในบทที่เอะอะก็เน้นย้ำคำว่าเด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงจนน่ารำคาญเลยค่ะ 『อุ๊ยตาย ตอนที่นวดหูเนี่ย ถ้าไปสัมผัสโดนตัวโดยตรงมันอาจจะแย่เอาได้นะคะ เพราะว่าฉันเป็นเด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงนี่นา ถ้าไปแตะต้องตัวคุณเข้าล่ะก็ อาจจะไปแตะต้องโดนข้อกฎหมายเข้าก็ได้นะคะเนี่ย』 เป็นตัวละครในบทที่คอยหยอดมุกตลกฝืดๆ ที่แอบเผยให้เห็นถึงเลขอายุอยู่บ่อยๆ ค่ะ สุดท้าย หลังจากที่ตัวละครอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ ที่เข้าใจยากว่าการนวดหูเนี่ยมันอาจจะผิดกฎหมายแล้ว เธอก็พูดต่อว่า 『งั้นช่วยเอาหัวมาหนุนบนตักของฉันหน่อยนะคะ เดี๋ยวจะแคะหูให้เองค่ะ』 อะไรแบบนั้นค่ะ ไม่ใช่ค่ะ การหนุนตักเนี่ยในแง่ศีลธรรมมันดูน่าเป็นห่วงกว่าการนวดหูอีกไม่ใช่เหรอคะ? 『※หมายเหตุ: สำหรับเราแล้ว การหนุนตักถือเป็นสถานการณ์พิเศษที่ใช้เฉพาะกับคนสนิทเท่านั้น เพราะงั้นถือว่าเซฟค่ะ』 คำตบมุกโดนปิดปากเงียบกริบด้วยคำชี้แจงในบทที่แสดงถึงความยึดติดแปลกๆ ของคุณรูเชร่าค่ะ ถ้าหนุนตักผ่านงั้นการนวดหูก็น่าจะผ่านเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ…… 『※หมายเหตุ: การนวดหูมันดูทะลึ่งเกินไปเพราะงั้นห้ามเด็ดขาดค่ะ!』 ………… ขอข้ามดาราสาวชื่อดังที่คุยไม่รู้เรื่องคนนี้แล้วอ่านเนื้อเรื่องต่อเลยนะคะ 『งั้นจะเริ่มแคะหูแล้วนะคะー! คุณลูกค้า…… ว่าแต่จะให้ฉันเรียกว่าอะไรดีคะ? เรียกว่าพี่สาวดีไหมคะ?』 อย่ามาถามหลังจากที่เขาหนุนตักไปแล้วสิคะ 『อืม? อืมๆ…… ค่ะ! งั้นขอเรียกว่า ท่านพี่ นะคะー!』 แถมยังเป็นลูกค้าที่ดูน่ารำคาญนิดหน่อยด้วยนะคะนั่น 『หวา…… หูของท่านพี่เนี่ยมันช่าง…… อุ้ก แคะง่ายน่าแคะดีจังเลยนะคะ…… แหวะ……』 สกปรกสุดๆ เลยไม่ใช่เหรอคะนั่น 『อุแหวะะะะะะ……』 อ้วกออกมาจริงๆ ด้วยค่ะนั่น มันจะสกปรกขนาดไหนกันคะเนี่ย 『※หมายเหตุ: เพื่อความสมจริง กรุณาทำเสียงอ้วกออกมาจริงๆ ด้วยนะคะ』 น่าเกลียดค่ะ ความยึดติดนี่มันน่าเกลียดจริงๆ ค่ะ 『ข-ขอประทานอภัยด้วยค่ะท่านพี่…… เดี๋ยวจะรีบทำความสะอาดใบหน้าให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ……!』 อย่ามาอ้วกใส่หน้าท่านพี่สิคะ 『อา…… ท่านพี่…… ใบหน้าช่างงดงามอะไรอย่างนี้…… ทั้งที่ต้องรีบเช็ดแท้ๆ แต่กลับจ้องมองจนเคลิบเคลิ้มไปเลยค่ะ……』 『※หมายเหตุ: ตรงจุดนี้ให้แอบนวดหูเนียนๆ ไปด้วยนะคะ จะช่วยให้ผ่านพ้นปัญหาทางข้อกฎหมายไปได้ค่ะ』 ฉันคิดว่ามันมีปัญหาที่หนักหนากว่าเรื่องกฎหมายตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะคะ? หลังจากเช็ดทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยอย่างทุลักทุเล ในที่สุดช่วงเวลาแห่งการแคะหูก็เริ่มต้นขึ้นค่ะ 『ค่ะ งั้นไม่รอช้า เริ่มเลยนะคะ――ครืดๆๆๆๆ! ควักๆๆๆๆ!』 คิดจะทำลายหูคนฟังหรือไงคะเนี่ย? ในบทระบุไว้ว่า 『※หมายเหตุ: กรุณาทำเสียงเหมือนจะพังไมโครโฟนให้ได้นะคะ』 เพราะงั้นเธอคงตั้งใจจะทำลายแก้วหูของผู้ฟังที่กำลังตั้งใจฟังเสียงแคะหูอย่างแน่นอนเลยค่ะ ดาราสาวคนนี้คือปีศาจชัดๆ ค่ะ ในบทละครของคุณรูเชร่าที่มีคำสั่งอย่างละเอียดละออเนี่ย แม้กระทั่งคำพูดในระหว่างที่กำลังแคะหูก็ถูกระบุไว้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 『กึกๆ, ครืดๆ……』 ในขณะที่กำลังแคะลึกเข้าไปในรูหู ก็ต้องพูดคำแปลกๆ อย่าง 『ขีด, ติ๊ก, ติ๊ก, ขีด……』 ผสมปนเปเข้าไปด้วยค่ะ ขีดๆ ติ๊กๆ ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวก็คือรหัสมอร์สใช่ไหมล่ะคะ พอลองไปสืบค้นดูพบว่า คำพูดที่เธอเปล่งออกมานั้นแสดงถึงตัวอักษรภาษาอังกฤษสี่ตัวค่ะ ถ้าเรียงกันตรงๆ ก็จะได้คำนี้ค่ะ 『H E L P』 ความจริงแล้ว ในบทละครนี้มีเนื้อเรื่องเบื้องหลังซ่อนอยู่ว่า เด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงคนนี้โดนกักขังอยู่ในมิติที่ห้า และกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังพี่สาวที่อยู่ด้านนอกค่ะ ส่วนตัวเอกที่เป็นพี่สาวก็ใช้พลังแห่งความรักข้ามผ่านห้วงมิติเวลามาเพื่อพบกับเด็ก ม.ปลาย คนนี้ แต่ทั้งที่อุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ ไม่รู้ทำไมถึงโดนจับแคะหูซะงั้น เป็นบทละครที่เข้าใจยากสุดๆ เลยค่ะ ส่วนเรื่องที่อ้วกออกมา ความจริงแล้วเป็นเพราะอาการเมารถมิติที่ห้า เป็นการแถสีข้างถลอกที่เพิ่มเข้ามาทีหลังอย่างน่าปวดหัวค่ะ ถ้าแค่อยากให้อ้วกก็ไม่ต้องหาเหตุผลประกอบที่ดูมีหลักการขนาดนั้นก็ได้นะคะ อย่างน้อยไอ้เรื่องมิติที่ห้าหรือห้วงมิติเวลาอะไรพวกนั้น ฉันคิดว่าตัดออกไปให้หมดเลยน่าจะดีกว่านะคะ? ส่วนสาเหตุที่ผลงานออกมาเป็นแบบนี้ มีระบุไว้ตรงบรรทัดสุดท้ายเลยค่ะ 『※หมายเหตุ: ช่วงนี้เพิ่งดูหนังมาเลยได้รับอิทธิพลมานิดหน่อยน่ะ』 ฉันฉีกกระดาษเอกสารทิ้งทันทีค่ะ ――จบการนำเสนอค่ะ 「เฮ้อ……」 หลังจากอ่านจบ เสียงถอนหายใจคำโตของพวกเราสามคนก็ดังประสานกันขึ้นมาทันทีค่ะ 「นี่มันอะไรกันคะเนี่ย」 คุณอาวิเลียแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเรียบง่ายที่สุดค่ะ ค่ะ งั้นฉันขอหยิบยกข้อความที่คุณรูเชร่าส่งแยกมาต่างหากมาพูดให้ฟังนะคะ 「เราคิดว่านะ เรื่องแบบนี้น่ะ ถ้าจะสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาสักอย่าง มันต้องมีความแปลกใหม่หลุดโลกซ่อนอยู่ถึงจะดีนะเราว่า」 เธอว่าอย่างนั้นค่ะ คุณซายะทำหน้าบูดบึ้งทันทีค่ะ 「ความแปลกใหม่ที่ว่านี่ มีแค่เรื่องอ้วกกับเรื่องก๊อปปี้หนังมาทั้งดุ้นเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอคะ……」 「การพยายามท้าทายขีดจำกัดของกฎหมายทั้งที่บอกว่าไม่อยากทำผิดกฎหมาย…… ช่างดูเป็นชาวร็อกจริงๆ เลยค่ะ」 คุณอาวิเลียคะ เข้าใจความหมายของคำว่าร็อกจริงๆ หรือเปล่าคะเนี่ย? 「แล้วทั้งสองคนคิดว่า บทละครนี้พอจะใช้ได้ไหมคะ?」 ฉันเอ่ยถามในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องถามเลยสักนิดค่ะ ทั้งสองคนส่ายหัวปฏิเสธพร้อมกันทันทีค่ะ 「ไม่มีทางใช้ได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ」 「ดิฉันไม่อยากทำเสียงอ้วกหรอกนะคะ」 เป็นความคิดเห็นที่สมเหตุสมผลที่สุดเลยค่ะ แหม ถึงจะเป็นบทละครที่อุตส่าห์เขียนมาให้ และการจะทิ้งทั้งหมดไปเลยก็น่าเสียดายอยู่ก็เถอะ แต่ส่วนที่พอจะนำมาใช้งานได้จริงเนี่ยมีจำกัดมากๆ เลยล่ะค่ะ ถ้าตัดส่วนที่หลุดโลกออกไปจนหมด สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงแค่บทละครธรรมดาๆ ทั่วไปที่แค่อ่านผ่านๆ ก็ชวนง่วงนอนแล้วล่ะค่ะ แต่เพื่อไม่ให้โดนพวกผู้ใหญ่เบื้องบนดุเอา การทำผลงานออกมาเป็นแบบนี้คงจะเป็นทางเลือกเดียวล่ะมั้งคะ ราวกับเป็นการจำลองสถานการณ์อันน่าอนาถของวงการโทรทัศน์ในยุคปัจจุบันเลยนะคะเนี่ย 「เอาเถอะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะบอกคุณรูเชร่าไปว่า บทละครที่ส่งมาทางเราจะขอเอามาปรับแก้นิดหน่อยละกันนะคะ」 ฉันบอกทั้งสองคนไปแบบนั้นพลางส่งข้อความไปหาคุณรูเชร่าค่ะ 「แต่ฝั่งนั้นเป็นถึงดาราสาวชื่อดังเลยนะคะ? จะดีเหรอคะ? ไปบอกว่าจะปรับแก้บทของเขาดื้อๆ แบบนั้นน่ะ」 จะไม่โดนโกรธเอาเหรอคะー คุณซายะแสดงความกังวลออกมาค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ 「หึหึ ตรงนี้แหละค่ะที่เป็นจุดโชว์ฝีมือของโปรดิวเซอร์น่ะค่ะ」 และหลังจากส่งข้อความไปได้ประมาณ 10 วินาทีค่ะ มีสายโทรเข้าทันทีเลยค่ะ พอมองหน้าจอก็พบชื่อที่คุ้นเคยปรากฏอยู่ค่ะ 「คุณอิเลนาคะ 『ดาราสาวชื่อดัง (ขำ)』 นี่หมายถึงใครกันเหรอคะ?」 「――ค่ะ ฮัลโหล มีอะไรเหรอคะคุณรูเชร่า」 「ที่แท้ก็คุณรูเชร่านี่เองสินะคะ……」 ตั้งชื่อเล่นในรายชื่อติดต่อแบบนั้นเลยเหรอคะ…… คุณอาวิเลียทำหน้าเอือมระอาใส่ แต่ฉันไม่ได้สนใจหรอกค่ะ รีบกดรับสายคุยกับคุณรูเชร่าทันที 『นี่เจ้าー! คิดยังไงถึงได้บังอาจมาแก้บทละครของเราตามใจชอบแบบนั้นกันห๊ะ!』 เป็นไปตามคาดค่ะ ดาราสาวชื่อดัง (ขำ) กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยค่ะ 「เห็นไหมล่ะคะ เป็นอย่างที่ฉันพูดเป๊ะเลย ตกลงจะเอายังไงต่อคะคุณอิเลนา」 「ชู่ー ตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเองค่ะ」 ฉันทำเสียงกระซิบพลางใช้นิ้วชี้แตะปากเพื่อห้ามคุณซายะ ก่อนจะเบนความสนใจกลับไปยังคุณรูเชร่าที่กำลังโวยวายอาละวาดราวกับมังกรพ่นไฟอยู่ในสายโทรศัพท์ค่ะ ฝีมือของโปรดิวเซอร์ในการสยบคนที่กำลังโกรธเกรี้ยวแบบนี้ คอยดูให้ดีๆ นะคะ 『ทั้งที่อุตส่าห์บังคับให้เราเขียนแท้ๆ แต่กลับจะมาทิ้งบทของเราทั้งหมดเนี่ยนะ!? พวกเจ้าคิดยังไงกันแน่――』 หลังจากนั้น ดาราสาวก็รัวคำด่าทอสารพัดออกมาไม่หยุดหย่อนเลยค่ะ 「แหม ความจริงแล้วฉันคิดว่าผลงานของคุณวิเศษสุดๆ ไปเลยนะคะ! ผลงานของอาจารย์น่ะค่ะ! มีการใส่ฉากล้อเลียนภาพยนตร์เข้าไปด้วย ช่างเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เลยค่ะ ใช่เลยค่ะー」 『อ-อ้าว งั้นเหรอ? แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ――』 คุณรูเชร่าที่ยังคงโกรธอยู่พึมพำออกมาค่ะ 「ฉันเองก็คิดอย่างแรงกล้าเลยค่ะว่า บทละครในครั้งนี้มีเพียงอาจารย์คนเดียวเท่านั้นที่เขียนออกมาได้ค่ะ ใช่ค่ะ ตัวฉันเองตอนที่ต้องติดต่อมาแจ้งเรื่องนี้ก็รู้สึกปวดใจมากเลยนะคะ……」 『อืม…… ต-แต่ว่านะ――』 「แหม แต่ก็นะคะ ถึงฉันจะคิดว่ามันวิเศษมากก็เถอะ แต่ทางหน้างานน่ะสิคะ ทางหน้างานน่ะ ทางคุณซายะกับคนอื่นๆ เขาไม่ไหวกันเลยน่ะค่ะ ใช่ค่ะ」 『ทางหน้างานงั้นเหรอ? แต่ว่า――』 「ฉันอุตส่าห์ช่วยดันสุดตัวแล้วนะคะว่ามันวิเศษมาก แต่ช่วงนี้กฎระเบียบต่างๆ มันค่อนข้างจะยุ่งยากใช่ไหมล่ะคะ? ทางหน้างานน่ะค่ะー ดูเหมือนพวกเขาจะเกลียดพวกของแปลกๆ หลุดโลกกันสุดๆ เลยล่ะค่ะー」 『อืม…… แต่ว่านะ――』 「เฮ้อ เป็นเพราะฉันไร้ความสามารถเองค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ตัวฉันน่ะอยู่ข้างอาจารย์เสมอนะคะ แต่ทางหน้างานน่ะสิคะー……」 『……พวกคนหน้างานมันเป็นบ้าอะไรกันไปหมดเนี่ย!』 「แหม ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ใช่ค่ะ เอาเป็นว่าในครั้งนี้ เพราะเหตุผลดังกล่าว บทละครเลยต้องขอพับเก็บไปก่อนนะคะ ใช่ค่ะ บทละครที่ส่งมาเดี๋ยวทางฉันจะช่วยปรับแก้ให้เข้าที่เข้าทางอย่างเหมาะสมให้เองค่ะ ใช่ค่ะ แค่นี้นะคะー สวัสดีค่ะ」 『เราจะไม่ยกโทษให้ยัยซายะหน้างานเด็ดขาดเลยคอยดู』 ติ๊ด เฮ้อ…… 「เท่านี้ก็แก้ปัญหาได้เรียบร้อยแล้วนะคะ」 「เมื่อกี้เหมือนได้ยินชื่อฉันโดนเจาะจงโกรธใส่เต็มๆ เลยไม่ใช่เหรอคะเนี่ย!?」 คุณอิเลนาคะ? เดี๋ยวสิคะ! คุณซายะขยับเข้ามาคาดคั้นทันทีค่ะ แหมๆ ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ 「ฉันก็แค่ทำหน้าที่ในฐานะโปรดิวเซอร์เพื่อประนีประนอมให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีเท่านั้นเองค่ะ……」 「หน้าที่โปรดิวเซอร์บ้าบออะไรต้องโยนความผิดให้คนอื่นแบบนั้นด้วยคะ!」 「การโยนความผิดให้คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง…… นี่แหละค่ะคือสิ่งที่โปรดิวเซอร์ควรจะเป็น」 「ยัยคนต่ำช้าที่สุดเลยนี่นา……」 การยอมรับบทเป็นตัวร้ายเพื่อประคองให้โปรเจกต์ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น…… โปรดิวเซอร์เนี่ยเป็นอาชีพที่ยากลำบากจริงๆ เลยนะคะ…… 「อย่างนี้นี่เองค่ะ」 คุณอาวิเลียพยักหน้าเข้าใจเรื่องราวแปลกๆ อยู่ข้างๆ พวกเราค่ะ 「สมกับเป็นคุณอิเลนาที่ปกติก็ทำตัวต่ำช้าอยู่แล้ว เป็นตำแหน่งหน้าที่ที่เหมาะสมกับคุณดีจริงๆ เลยนะคะ」 「พูดเรื่องอะไรของเธอคะเนี่ยฮึ่ม」 ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ด้วยเหตุนี้ พวกเราก็ได้รับบทละครมาไว้ในมือเรียบร้อยแล้วค่ะ ○
สรุปแล้ว ส่วนที่น่าสงสัยอย่างเรื่องมิติที่ห้าหรือเรื่องอ้วกอะไรพวกนั้นก็โดนตัดออกไปจนหมดเกลี้ยงค่ะ และนี่คือบทละครใหม่เอี่ยมอ่องที่ถูกสร้างขึ้นมาผลลัพธ์จากเรื่องนั้นค่ะ ลองชมกันดูนะคะ คอนเทนต์เสียงที่มีแค่การเป่าลมฟู่ๆ ใส่หู หรือไม่ก็แค่นวดหูไปเรื่อยๆ เท่านั้นเองค่ะ …………จบการนำเสนอค่ะ! 「คุณอิเลนาคะ พอตัดส่วนที่มันหลุดโลกออกไปแล้ว มันเหลือแต่ส่วนประกอบธรรมดาๆ ทั่วไปที่มีอยู่เกลื่อนกลาดเต็มไปหมดเลยไม่ใช่เหรอคะ」 คุณอาวิเลียที่เป็นคนพากย์เงยหน้าขึ้นมาจากบทละครที่เพิ่งเกิดใหม่จากการปรับแก้พลางเอ่ยขึ้นมาคำหนึ่งค่ะ เฮ้อ ไม่เข้าใจอะไรเลยนะคะเนี่ย 「ใช่ค่ะ เป็นบทละครที่ธรรมดาๆ ทั่วไปค่ะ แต่เพราะอย่างนั้นแหละค่ะถึงจำเป็นต้องพึ่งพาพลังของคุณอาวิเลียยังไงล่ะคะ」 「หมายความว่ายังไงเหรอคะ」 「บทละครที่แสนจะธรรมดา…… เพราะงั้นมันถึงเป็นบทพิสูจน์ทักษะการแสดงของผู้รับบทนำยังไงล่ะคะ」 「พูดง่ายๆ ก็คือจะดังหรือไม่ดังเนี่ย โยนความรับผิดชอบทั้งหมดมาให้ดิฉันจัดการคนเดียวใช่ไหมคะ」 โยนงานให้กันชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอคะ? 「เปล่าค่ะ ฉันแค่ต้องการให้ทักษะการแสดงของคุณเปล่งประกายเจิดจรัสเท่านั้นเองค่ะ」 「แต่ฉันเห็นเจตนาที่เน่าเฟะของคุณทะลุปรุโปร่งเลยนะคะ!?」 การโยนความรับผิดชอบของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปให้คนอื่น―― ตัวฉันในฐานะ P เริ่มตื่นรู้ขึ้นมาทีละนิดแล้วล่ะค่ะ 「เอาเถอะ เรื่องนั้นช่างมันก่อน มารีบเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ」 แปะ! ฉันตบมือเสียงดังพลางสั่งให้ทั้งสองคนเตรียมตัวอย่างรวดเร็วค่ะ ในเมื่อตัดสินใจเรื่องที่ต้องทำได้แล้ว ก็ไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นไร้สาระกันแล้วล่ะค่ะ คุณอาวิเลียรับหน้าที่อ่านบทละครที่เตรียมไว้ให้ออกมาดูดี ส่วนคุณซายะคอยตัดสินว่าแบบไหนดีหรือไม่ดี การทำงานอย่างจริงจังที่ทำให้รู้สึกได้อย่างแรงกล้าว่าโปรเจกต์กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า ได้เริ่มต้นขึ้นในห้องเรียนว่างวันนั้นแล้วค่ะ คุณอาวิเลียกำกระดาษเอกสารในมือแน่นพลางเริ่มเปิดปากพูดค่ะ 「――ถ้าอย่างนั้น เด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงคนนี้ จะขอแคะหูให้ท่านพี่เองนะคะ……」 ในบทละครใหม่นี้ ตัวละครจะคอยแคะหูให้แก่ผู้ฟังที่ถูกเรียกว่า 『ท่านพี่』 ค่ะ ถึงจะเป็นผลงานที่มีเนื้อหาคล้ายๆ กันอยู่ทั่วไปก็เถอะค่ะ แต่พอลองคิดดูดีๆ การที่มีอยู่ทั่วไปก็เป็นหลักประกันได้อย่างหนึ่งว่ามันเป็นที่ต้องการของตลาดมากขนาดนั้นยังไงล่ะคะ 「ครืดๆ…… ครืดๆ……」 ในเมื่อครั้งนี้เป็นการทดลองทำเป็นครั้งแรก แทนที่จะทำเนื้อหาที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม สู้ทำเนื้อหาแบบนี้จะดีกว่าใช่ไหมล่ะคะ เพราะงั้นฉันกับคุณซายะเลยคอยนั่งฟังคุณอาวิเลียอ่านบทอยู่พักหนึ่งค่ะ แต่ทว่า แต่ทว่านะคะ 「เฮ้อ……」 พอผ่านไปได้สักพัก ฉันก็อดไม่ได้ที่จะต้องถอนหายใจออกมาคำโตค่ะ 「โอ๊ะ? เป็นอะไรไปเหรอคะ? หรือว่าเสียงอ่านอันแสนวิเศษของดิฉันจะทำให้หัวใจของคุณเต้นตึกตักขึ้นมาแล้วคะ?」 เอะเฮะ คุณอาวิเลียทำท่าทางมั่นอกมั่นใจแปลกๆ ค่ะ เปล่าค่ะ ไม่ใช่เรื่องแบบนั้นหรอกนะคะ――ในตอนที่ฉันกำลังจะอ้าปากตอบ คุณซายะที่อยู่ข้างๆ ก็เปิดปากพูดขึ้นมาแทนค่ะ 「อืม…… จะพูดว่ายังไงดีนะ…… อืมー」 สีหน้าของเธอในตอนนี้ช่างเหมือนกับตอนที่ฉันถอนหายใจออกมาเป๊ะเลยค่ะ ถึงจะไม่ได้พูดออกมา แต่พวกเราคงจะมีความคิดเห็นตรงกันในหัวอย่างแน่นอนเลยค่ะ คุณซายะเอ่ยขึ้นมาพลางเอียงหูฟังค่ะ 「รู้สึก…… รู้สึกมันยังไม่ใช่ยังไงก็ไม่รู้นะคะ……」 อะไรทำนองนั้นค่ะ 「เอ๊ะ ที่ว่ายังไม่ใช่นี่มันหมายความว่ายังไงคะ?」 คุณอาวิเลียทำหน้างุนงงสงสัยค่ะ 「เปล่าค่ะ อืม ทักษะการแสดงมันก็ไม่ได้แย่หรอกนะคะ? แต่ก็นะคะ รู้สึกมันยังไม่ใช่ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ」 「ก็เพราะงั้นแหละค่ะถึงถามว่าไอ้ที่ยังไม่ใช่นี่มันคืออะไรกันแน่คะ」 「อืม…… คุณอิเลนาคิดว่าเป็นเพราะอะไรเหรอคะ?」 โยนมาให้ฉันงั้นเหรอคะ อืม ฉันพูดขึ้นมาว่า 「นั่นสินะคะ ฉันเองก็คิดว่ามันยังไม่ใช่เหมือนกันค่ะ」 「ก็บอกว่ากำลังคุยกันอยู่ไงคะว่าไอ้ที่ยังไม่ใช่นี่มันคืออะไรน่ะค่ะ!?」 ทั้งสองคนเป็นอะไรกันไปหมดคะเนี่ย! คุณอาวิเลียเริ่มขึ้นเสียงด้วยความโมโหค่ะ แหมๆ อย่าเพิ่งโกรธสิคะ 「การค้นหาคำตอบที่ถูกต้องจากคำใบ้อันน้อยนิด…… นั่นแหละค่ะคือหน้าที่ของนักแสดง ไม่ใช่เหรอคะ?」 「ฉันคิดว่าหน้าที่ของพวกคุณสองคนคือการคอยสั่งการนักแสดงต่างหากล่ะคะ……?」 นักแสดงพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ฉันเลือกที่จะเมินเฉยค่ะ ให้ตายสิ โปรดิวเซอร์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงสักหน่อย เพราะงั้นอย่ามาถามโน่นถามนี่เยอะแยะสิคะ 「แต่ในเมื่อรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ เพราะงั้นช่วยจัดการอะไรสักอย่างทีเถอะค่ะ」 ฉันเอ่ยปากขอร้องอย่างคลุมเครือสุดๆ ออกไปดื้อๆ ตรงนั้นเลยค่ะ แหม เรื่องการสั่งการแบบเป็นรูปธรรมเดี๋ยวคุณซายะก็คงจะช่วยจัดการให้เองแหละค่ะ คงจะนะคะ ฉันส่งสายตาคาดหวังพลางโยนความรับผิดชอบไปให้คนอื่นค่ะ 「เอ๊ะ?」 ในตอนนั้นเองฉันก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างค่ะ ในห้องเรียนนี้ควรจะมีแค่ฉัน คุณอาวิเลีย และคุณซายะ――แค่สามคนเท่านั้นไม่ใช่เหรอคะ แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ กลับมีคนอีกคนหนึ่งมานั่งอยู่ข้างๆ คุณซายะซะงั้นค่ะ คุณซายะตบไหล่ของคนคนนั้นเบาๆ พลางพูดขึ้นมาว่า 「ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องนั้นแหละค่ะ คุณอาวิเลียไม่ได้จินตนาการถึงภาพของ 『ท่านพี่』 ในตอนที่แสดงอยู่น่ะค่ะ การแสดงมันเลยดูฟุ้งๆ ลอยๆ ยังไงก็ไม่รู้สินะคะ」 「งั้นเหรอคะ」 คุณอาวิเลียพยักหน้าตอบรับอย่างคลุมเครือค่ะ 「ฉันคิดว่าควรจะแสดงพลางจินตนาการว่ามีคนอยู่ตรงหน้าจริงๆ จะดีกว่านะคะ เดี๋ยวฉันจะลองทำตัวอย่างให้ดูเองค่ะ คอยดูให้ดีๆ นะคะ」 「เหรอคะ」 「เพราะงั้นฉันเลยพาน้องสาวของฉันมาด้วยค่ะ」 「เหรอคะ……?」 คุณอาวิเลียอ้าปากค้างด้วยความงุนงงค่ะ ตรงปลายสายตาของเธอ มีคุณมินาที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณอาวิเลีย และเป็นน้องสาวของคุณซายะ――ที่โดนพาตัวมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยืนอยู่ตรงนั้นค่ะ 「คือว่า จู่ๆ มีเรื่องอะไรเหรอคะ? แล้วทำไมฉันถึงโดนพาตัวมาที่นี่ด้วยล่ะคะ」 คุณมินาที่ไม่เข้าใจสถานการณ์เลยสักนิด ได้แต่กวาดสายตามองสีหน้าของพวกเราสามคนในห้องเรียนว่างพลางทำหน้างุนงงสงสัยค่ะ 「เอาน่า ไม่เป็นไรหรอกมินา」 「ไม่ใช่ค่ะ ที่ว่าไม่เป็นไรนี่มันคืออะไรคะ」 เรื่องอะไรกันคะเนี่ย? 「งั้นคุณอาวิเลีย คอยดูให้ดีๆ นะคะ? เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูเองค่ะว่าถ้าเป็นฉันจะรับบทเป็นเด็ก ม.ปลาย ยังไง」 「เอ๊ะ ขอโทษนะคะ พี่พูดเรื่องอะไรอยู่เหรอคะเนี่ย?」 「ตั้งแต่นี้ไปพี่จะเป่าลมฟู่ๆ ใส่หูของมินานะคะ」 「ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยคะ?????????????」 หา? คุณมินาเบิกตากว้างพลางทำหน้างุนงงสงสัยสุดขีดค่ะ โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น คุณซายะใช้นิ้วปัดเส้นผมของคุณมินาเบาๆ เพื่อให้เห็นใบหูสีขาวนวลของเธอค่ะ ราวกับกำลังเปิดม่านหน้าร้านเหล้าเลยนะคะนั่น 「จะเริ่มแล้วนะคะー」 「เดี๋ยวสิคะ พี่――」 「ฟู่ー」 「อุ้ก――! อ๊ะ!」 กึก! คุณมินาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ถึงกับตัวสั่นเกร็งก่อนจะหมดสติไปทันทีเลยค่ะ 「เห็นไหมคะ สลบไปเลยใช่ไหมล่ะคะ? อยากจะขอให้ช่วยทำด้วยพลังทำลายล้างประมาณนี้แหละค่ะ」 「ที่ว่าอยากจะขอเนี่ย มันใช่เรื่องที่ควรขอร้องไหมคะนั่น」 นี่มันอาวุธชีวภาพหรือไงคะเนี่ย? 「ลมหายใจของเด็กสาวที่น่ารักน่ะ สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ในทีเดียวเลยนะคะ」 「นั่นมันใช้ได้เฉพาะกับคนบางคนเท่านั้นไม่ใช่เหรอคะ」 「แหมๆ แต่คุณอาวิเลียเองก็มีคนแบบนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? คนที่สนิทสนมและมีความรู้สึกดีๆ ให้กันน่ะค่ะ」 「เอ๊ะ」 คุณอาวิเลียทำหน้างุนงงสงสัยค่ะ ถึงสีหน้าจะแสดงออกประมาณว่า 『หมายถึงใครกันคะ? ไม่เห็นรู้เรื่องเลยนะー』 แต่ในส่วนลึกของดวงตาของเธอนั้นกำลังนึกถึงใบหน้าของใครบางคนอยู่เรียบร้อยแล้วค่ะ ――ท่านพี่ 「เป็นการฝึกพิเศษค่ะคุณอาวิเลีย เพื่อให้คุณอาวิเลียสามารถทำเรื่องแบบเดียวกับฉันเมื่อกี้ได้ ช่วยลองเป่าลมฟู่ๆ ใส่หูของเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้คนนี้ทีสิคะ」 「……!」 คุณอาวิเลียเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงค่ะ ในห้องเรียนที่ควรจะมีแค่พวกเรา――ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ กลับมีเด็กสาว ม.ปลาย เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งค่ะ คุณซายะวางมือลงบนไหล่ของเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พลางพูดขึ้นมาว่า 「เพราะงั้นขอแนะนำให้รู้จักนะคะคุณอาวิเลีย แหม ถึงตอนนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรกันอีกแล้วล่ะมั้งคะ…… เธอคือเด็กสาวที่จะมาเป็นคู่ซ้อมให้แก่คุณอาวิเลียค่ะ――」 「…………」 คุณอาวิเลียสูดหายใจเข้าลึกๆ ค่ะ คนที่อยู่ตรงนั้นคือใครกันแน่นะคะ คุณซายะเอ่ยขึ้นมาค่ะ ใช่แล้วค่ะ 「คุณอัมเนเซียค่ะ――」 「ท-ท่านพี่……!」 「――เป็นคุณอิเลนาที่สวมหน้ากากคุณอัมเนเซียอยู่ค่าー」 「ชิ!」 คุณอาวิเลียเดาะลิ้นพลางทำสีหน้าที่เด็ก ม.ปลาย ไม่ควรทำออกมาค่ะ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยไม่ใช่เหรอคะนั่น ตรงนี้ในฐานะท่านพี่ ฉันควรจะช่วยปลอบโยนเธอสินะคะ 「อ-อาวิเลียー? เป็นอะไรไปเหรอคะ? โกรธเหรอคะ? (ทำเสียงสูง)」 「อยากโดนต่อยไหมคะคุณอิเลนา」 「ฉันไม่ใช่คุณอิเลนาหรอกค่ะ ฉันคือท่านพี่ของคุณต่างหากล่ะคะ」 「พี่สาวของดิฉันไม่ได้พูดจาด้วยน้ำเสียงเหมือนนกแก้วแบบนั้นสักหน่อยค่ะ!」 「เอ๋ー? เป็นอะไรไปเหรอคะ? โกรธเหรอคะ? (ทำเสียงสูง)」 「…………」 คุณอาวิเลียทำแก้มป่องมูมูพลางทุบตีฉันเบาๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาค่ะ แหมๆ เรื่องล้อเล่นช่างมันเถอะค่ะ เอาเป็นว่าการแสดงพลางจินตนาการถึงอีกฝ่ายจะช่วยทำให้สามารถเค้นน้ำเสียงที่ดูสมจริงออกมาได้ยังไงล่ะคะ ในความเป็นจริง คุณอาวิเลียที่ตอนแรกทำออกมาได้ค่อนข้างก้ำกึ่ง แต่ผลจากการที่พวกเราช่วยจัดเตรียมสถานการณ์ให้เป็นอย่างดี 「ฟู่ー อ้าー」 เห็นไหมคะ เป็นไปตามคาดเลยค่ะ เธอสามารถแสดงทักษะการแสดงอันแสนวิเศษออกมาให้ได้ชมกันแล้วค่ะ สมกับเป็นตัวฉันเลยนะคะ การสนับสนุนคุณอาวิเลียเนี่ยทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่มีที่ติเลยล่ะค่ะ 「ดีมากเลยค่ะคุณอาวิเลีย ทำแบบนั้นแหละค่ะ」 「แบบไหนกันคะเนี่ย……?」 คุณอาวิเลียทำหน้างุนงงสงสัย แต่คุณซายะที่อยู่ข้างๆ กลับพยักหน้าหงึกๆ อย่างรุนแรงราวกับตุ๊กตาวัวแดงที่กำลังสั่นหัวไปมาอย่างไร้ระเบียบเลยค่ะ 「โอ้โห สุดยอดไปเลยค่ะ! ทักษะการแสดงดูสมจริงและเข้าที่เข้าทางขึ้นเยอะเลยนะคะ!」 ถ้าเป็นแบบนี้ละก็ไปได้สวยแน่นอนค่ะ! เธอพูดพลางทำตาเป็นประกายค่ะ 「เอ๋ จ-จริงเหรอคะ?」 คุณอาวิเลียถามด้วยความเคลือบแคลงสงสัยค่ะ 「จริงๆ ค่ะ จริงๆ」 「จริงเหรอคะเนี่ยー?」 「จริงๆ ค่ะ จริงๆ」 ตุ๊กตาวัวแดงสั่นหัวอย่างรุนแรงค่ะ แต่ทว่า ในส่วนลึกของสีหน้าของเธอนั้น กลับกำลังนึกถึงเรื่องอื่นอยู่โดยสิ้นเชิงเลยค่ะ 『อืม…… มันก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรขนาดที่คาดหวังไว้หรอกนะคะ…… เอาเถอะ ค่อยไปปรับแก้ตอนอัดเสียงจริงเอาละกันนะ……』 ในใจแอบมีความคิดยอมแพ้ประมาณว่าเอาแค่นี้ก็พอแล้วซ่อนอยู่ แต่ต่อหน้าตัวนักแสดงแล้วจะไม่มีวันพูดจาอ่อนแอออกมาเด็ดขาด สมกับเป็นคนทำงานมืออาชีพจริงๆ เลยนะคะคุณซายะเนี่ย 『จะว่าไปแล้ว ให้คุณอิเลนามาเป็นคนพากย์หลักของคอนเทนต์เสียงนี้แทนเลยไม่ได้เหรอคะเนี่ย』 อุ๊ย เรื่องแบบนั้นขอผ่านดีกว่าค่ะ ฉันเป็นแค่ P จนถึงที่สุดน่ะนะคะ 「งั้นไม่รอช้า พวกเรามาลองเริ่มใหม่อีกรอบตั้งแต่ต้นกันเลยดีกว่าค่ะ」 แปะ! ฉันตบมือเสียงดังอีกครั้งค่ะ 「เข้าใจแล้วค่ะ」 คุณอาวิเลียยืดอกพลางแสดงความมั่นใจออกมาเล็กน้อยค่ะ ทักษะการแสดงของเธอที่ได้รับการยกระดับคุณภาพขึ้นมากกว่าเมื่อกี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ตอนนี้แล้วค่ะ―― ○
5 นาทีต่อมา 「รู้สึก…… รู้สึกมันยังไม่ใช่ยังไงก็ไม่รู้นะคะ……」 ตรงนั้นมีเด็กสาวสองคนที่ประสานเสียงพูดพร้อมกับเอียงคอสงสัยอยู่ค่ะ 「หา? เดี๋ยวๆๆ…… หา?」 คุณอาวิเลียทำตาโตเลิ่กลั่กด้วยความสับสนค่ะ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ นะคะ แต่ความรู้สึกที่มีต่อทักษะการแสดงของเธอนั้น ทั้งฉันและคุณซายะต่างก็คิดเห็นตรงกันเป๊ะเลยค่ะ 「คิดยังไงบ้างคะคุณซายะ」 「แหม รู้สึกแบบว่านะ…… รู้สึกมันยังไม่ใช่ยังไงก็ไม่รู้จริงๆ นั่นแหละค่ะ……」 「อารมณ์เหมือนเวลาดูวิดีโอทำอาหารแล้วบางทีเขานำเสนอเมนูที่ดูน่าอร่อยสุดๆ ใช่ไหมล่ะคะ」 「ใช่ค่ะ」 「แล้วพอเราลองทำตามสูตรที่แนะนำในวิดีโอเป๊ะๆ แต่ผลงานที่เสร็จออกมามันกลับรู้สึกต่างจากภาพในหัวนิดหน่อย อะไรแบบนั้นเคยเป็นไหมคะ?」 「ใช่ค่ะ」 「น่าจะอารมณ์ประมาณนั้นแหละค่ะ」 「อา เข้าใจเลยค่ะー」 ตุ๊กตาวัวแดงพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันอย่างยิ่งค่ะ ในทางกลับกัน คุณอาวิเลียโกรธพวกเราสองคนเป็นฟืนเป็นไฟเลยค่ะ 「หา? เดี๋ยว…… หา? แต่เมื่อกี้พวกคุณยังบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าให้ไปในทิศทางนี้ได้เลยน่ะ!」 พูดไม่เป็นคำพูดเลยไม่ใช่เหรอคะ? คุณอาวิเลียทำแก้มป่องมูมูค่ะ ตรงนี้แหละค่ะที่เป็นจุดโชว์ฝีมือในฐานะ P 「เอาน่าๆ」 「ไม่ใช่เอาน่าๆ สักหน่อยค่ะ」 「เป็นอะไรไปเหรอคะ? โกรธเหรอคะ? (ทำเสียงสูง)」 「บอกว่าอย่าสวมหน้ากากพี่สาวของดิฉันยังไงเล่าคะ!」 เพียะ! เธอตบไหล่ฉันเข้าให้เต็มแรงค่ะ ขนาดคำแนะนำของ P ยังไม่ยอมรับฟังเลยเนี่ย…… ช่างเป็นนักแสดงที่พยศเหมือนม้าป่าจริงๆ เลยนะคะ ช่วยไม่ได้นะคะ…… ตรงนี้คงต้องให้เธอได้ลิ้มรสและตระหนักถึงพลังของ P ด้วยตัวเองซะแล้วล่ะค่ะ ฉันค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคุณอาวิเลียเบาๆ ค่ะ 「คุณอาวิเลียคะ……」 「……! อ-อะไรเหรอคะ……?」 เธอสะดุ้งโหยงพลางแสดงท่าทางตื่นตูมเกินเหตุเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ค่ะ 「ห-หรือว่า คุณคิดจะใช้ร่างกายของดิฉันเพื่อสอนทักษะการแสดงโดยตรงงั้นเหรอคะ!」 อุฟุฟุ ตื่นเต้นอยู่เหรอคะ? 「คุณอาวิเลียคะ……」 ฉันเว้นจังหวะไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า 「ทำตัวแบบนั้น จะใช้ชีวิตอยู่ในวงการฝั่งนี้ไม่ได้หรอกนะคะ……?」 「……」 เมื่อเผชิญกับการข่มขู่สุดกำลังของฉัน คุณอาวิเลียกลับทำสีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์สุดๆ ค่ะ สีหน้าแบบนั้นช่างเหมือนกับใบหน้าของพวกเราเมื่อกี้เป๊ะเลยค่ะ บรรยากาศประมาณว่า 『ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นสักหน่อยนะ……』 แผ่ซ่านออกมาอย่างท่วมท้นเลยค่ะ ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งพลางพูดว่า 「โธ่ ถ้าจะพูดจาจุกจิกวุ่นวายขนาดนั้น คุณอิเลนากับคุณซายะก็ทำกันเองเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ」 เธอเอ่ยปากยอมแพ้โยนผ้าขาวดื้อๆ เลยค่ะ แหม! 「ช่างไร้ความรับผิดชอบอะไรอย่างนี้คะ! คุณอาวิเลีย ทั้งที่เป็นแบบนั้นคุณยังเป็นนักแสดงอยู่หรือเปล่าคะ?」 「ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ……?」 「คุณคนที่เคยสัญญากับฉันไว้ว่าจะมอบความอบอุ่นใจให้แก่ผู้คนทั่วโลกหายไปไหนเสียแล้วล่ะคะ」 「ไม่เห็นจำได้เลยค่ะว่าเคยพูดเรื่องแบบนั้นไว้ด้วย……?」 เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ 「ไม่ต้องไปคิดอะไรให้มันยุ่งยากหรอกค่ะคุณอาวิเลีย แค่กระซิบโดยจินตนาการว่าจะล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ในทีเดียวก็พอแล้วค่ะ」 「คำแนะนำมันดูหยาบเกินไปไหมคะนั่น」 ไอ้ที่ว่าล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ในทีเดียวนี่มันคืออะไรกันคะ เธอยกมือขึ้นกุมขมับถามอย่างเหนื่อยหน่ายใจค่ะ ดีละค่ะ งั้นฉันจะสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างเองนะคะ 「งั้นเดี๋ยวฉันจะลองทำให้ดูโดยใช้คุณซายะเป็นคู่ซ้อม คอยดูให้ดีๆ นะคะ」 ฉันกวาดมือเรียกคุณซายะทีหนึ่ง คุณซายะเดินเตาะแตะเข้ามาหาพลางตอบรับว่า 「ค่าๆ」 ฉันขยับเข้าไปใกล้ใบหูของเธอแล้วเป่าลมหายใจออกไปเฮือกหนึ่งค่ะ 「ฟู่ー」 「อุ้ก――!」 คุณซายะล้มพับไปทันทีค่ะ 「เห็นไหมคะ」 「ไม่ใช่ 『เห็นไหมคะ』 สักหน่อยค่ะนั่น」 「แหม ถ้าทำด้วยความรู้สึกประมาณนี้ รับรองว่าต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าให้แก่คนทั้งโลกแน่นอนเลยค่ะ」 「ฉันคิดว่าอย่าไปคิดว่าคนทั้งโลกจะซื่อบื้อเหมือนคุณซายะทั้งหมดจะดีกว่านะคะ」 「เสียมารยาทจังเลยค่ะ! ฉันมีส่วนไหนที่ดูซื่อบื้อกันคะ (ทำเสียงสูง)」 「อย่าเอาคุณซายะที่หมดสติอยู่มาพากย์เสียงแปลกๆ ตามใจชอบสิคะ!」 เฮ้อ คุณอาวิเลียถอนหายใจยาวเหยียดหนักกว่าเดิมอีกค่ะ แต่ก็น่าปวดหัวจริงๆ นะคะ 「ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อไหร่พวกเราถึงจะส่งมอบน้ำเสียงอันแสนอบอุ่นใจให้แก่ผู้คนในโลกได้กันนะนะคะ……」 ให้ตายสิ 「จะว่าไปแล้ว ก็แค่ปล่อยเสียงที่อัดเสร็จแล้วออกไปเลยไม่ได้เหรอคะ」 「เพราะฉันยังไม่พอใจในคุณภาพของงาน เพราะงั้นเรื่องนั้นคงไม่ได้หรอกค่ะ」 「โอ๊ะ? นี่คือการประกาศว่าจะไม่ยอมปล่อยผลงานออกไปตลอดชีวิตงั้นเหรอคะ?」 คุณอาวิเลียที่โดนทั้งฉันและคุณซายะสั่ง NG ใส่ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เริ่มทำตัวประชดประชันประชดชีวิตนิดหน่อยแล้วล่ะค่ะ 「ผลงานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ทว่าก็อยากจะปล่อยออกไป…… ดูเหมือนพวกเราจะหลงเข้าไปในเขาวงกตพร้อมๆ กับการดำเนินโปรเจกต์นี้ซะแล้วสินะคะ」 「ก็แค่คิดมากไปเองคนเดียวไม่ใช่เหรอคะ」 ฉันเลือกที่จะเมินคำตบมุกของคุณอาวิเลียไปค่ะ 「มีหนทางแก้ไขดีๆ บ้างไหมนะ……」 อืม ฉันเอียงคอคิดหนักค่ะ การเอาแต่กลัดกลุ้มใจไม่ได้ช่วยให้เรื่องราวคืบหน้าไปได้หรอกนะคะ ถ้าไม่มีใครริเริ่มส่งสารอะไรบางอย่างออกมา การประชุมนี้ก็คงไม่มีวันสิ้นสุดลงได้หรอกค่ะ แต่ทว่าทั้งฉันและคุณอาวิเลีย ต่างก็เค้นความคิดเห็นออกมาจนหมดเปลือกแล้ว ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกอีกแล้วล่ะค่ะ 「แย่จังเลยนะคะ……」 「ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันก็บอกหนทางแก้ไขมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไงคะ……」 「แย่จริงๆ เลยนะคะ……」 อืม ฉันกลัดกลุ้มใจหนักค่ะ ทันใดนั้นคุณอาวิเลียก็ตบไหล่ฉันเบาๆ พลางพูดว่า 「อย่าเมินกันสิคะ!」 เวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่มีหนทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมปรากฏออกมาเลยค่ะ ในตอนนั้นเองค่ะ 「――เรื่องราวทั้งหมดฉันได้ยินหมดแล้วล่ะค่ะ」 ท่ามกลางช่วงเวลาที่หยุดนิ่ง มีบุคคลหนึ่งยืนหยัดขึ้นมาค่ะ ใครกันแน่นะคะ 「คุณมินา――!」 ต-ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะเนี่ย……? 「ก็เมื่อกี้คุณซายะเพิ่งจะพาตัวมาไม่ใช่เหรอคะ」 ความจำสั้นเกินไปแล้วมั้งคะนั่น? คุณมินาที่ปรากฏตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สะบัดผมฟึ่บอย่างไร้ประโยชน์พลางพูดกับพวกเราค่ะ 「ทั้งสองคน ดูเหมือนกำลังทะเลาะกันเรื่องคุณภาพของผลงานเสียงอยู่สินะคะ」 คุณมินาพูดจาฉะฉานราวกับแอบนอนฟังพวกเราคุยกันอยู่ที่นี่มาโดยตลอดจนรู้เรื่องราวเป็นอย่างดีเลยค่ะ เธอเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาค่ะ 「ถ้าให้ฉันพูดละก็ ต่อให้คุณอาวิเลียจะแสดงได้เก่งกาจขนาดไหน ผลงานเสียงชิ้นนี้ก็ไม่มีวันขายได้หรอกค่ะ」 ความจริงอันน่าตกตะลึงจนตาค้างเลยค่ะ 「……! ว-ว่ายังไงนะคะ……?」 นั่นมันเป็นเพราะอะไรกันแน่คะ……? ฉันเอ่ยถามด้วยความกล้าๆ กลัวๆ คุณมินายืดอกอย่างภาคภูมิใจค่ะ 「ถามว่าเพราะอะไรน่ะเหรอคะ…… เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ――」 「ก็เพราะบทละครมันห่วยแตกยังไงเล่าคะ」 「เพราะมันไม่ได้ดึงเอาจุดเด่นของพวกเราออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่เลยยังไงล่ะคะ――」 「เปล่าค่ะ ก็เพราะบทละครมันห่วยแตกต่างหากล่ะคะ」 รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงตบมุกแทรกเข้ามาข้างๆ ในตอนที่คุณมินากำลังพูดเรื่องที่ดูสำคัญมากๆ อยู่เลยนะคะ แต่ช่างมันเถอะค่ะ ขอเมินไปก่อนนะคะ แต่ที่ว่าไม่ได้ดึงเอาจุดเด่นออกมาใช้เนี่ย หมายความว่ายังไงเหรอคะ? 「พวกเราเป็นนักเรียน ม.ปลาย วัยรุ่นน่ะแค่ดำรงชีวิตอยู่เฉยๆ มันก็มีคุณค่าอันหาที่เปรียบมิได้ซ่อนอยู่แล้วล่ะค่ะ」 「……เพราะงั้นพวกเราถึงได้เอาความเป็นเด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงมาเป็นจุดขายเพื่อสร้างคอนเทนต์เสียงยังไงล่ะคะ」 「แล้วนั่นคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ งั้นเหรอคะ?」 「ว่ายังไงนะคะ?」 「การที่พวกเราเป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ? การที่พวกเราต้องมาฝืนแสดงบทบาทสมมติขึ้นมาเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงๆ งั้นเหรอคะ?」
การดำเนินเรื่องไปตามบทละครที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ สิ่งที่เราควรทำ มันใช่เรื่องแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ? เธอเอ่ยถามขึ้นมาค่ะ 「ทำไมพวกเราต้องไปสร้างผลงานแบบเดียวกับที่พวกผู้ใหญ่เขาทำเพื่อลงแข่งในสนามเดียวกันด้วยล่ะคะ? แทนที่คุณอาวิเลียจะฝืนแสดงเป็นตัวละครอื่น สู้ให้คุณอาวิเลียพูดคุยในแบบที่เป็นตัวของตัวเองไปเลยน่าจะดีกว่าตั้งเยอะค่ะ」 「…………!」 เหมือนมีแสงสว่างวาบเข้ามาในหัวเลยค่ะ พวกเราที่เอาแต่คิดถึงเรื่องการตลาดลืมสิ่งสำคัญที่สุดไปเสียสนิทเลยค่ะ คุณมินาเอ่ยต่อไปค่ะ 「การที่พวกเราเป็นเด็ก ม.ปลาย ในแบบที่สมวัยของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว――คิดแบบนั้นเหมือนกันใช่ไหมคะ?」 คำพูดนั้นทำให้ฉันได้สติขึ้นมาในทันทีค่ะ สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องแบบนี้―― ฉันคิดแบบนั้นพลางปิดฉากหน้าที่การทำงานในฐานะ P ลงไปหนึ่งอย่างค่ะ ○ 「แล้วไงต่อ?」 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาค่ะ ฉันมานั่งเผชิญหน้ากับคุณรูเชร่าที่แฟมิลี่เรสเตอรองต์ร้านเดิมค่ะ 「แฟมิลี่เรสเตอรองต์ก็คือร้านอาหารสำหรับครอบครัวใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นฉันกับคุณก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันหรือเปล่าคะเนี่ย……?」 「แหม สีผมก็คล้ายๆ กันอยู่ ถ้าคนนอกมองมาก็คงจะเข้าใจผิดว่าเป็นพี่น้องกันได้อยู่นะ?」 「ฉันเป็นพี่สาวของดาราสาวชื่อดังงั้นเหรอคะ……」 「ใช่แล้วล่ะ――เอ๊ะ เดี๋ยวสิทำไมเราต้องเป็นน้องสาวด้วยเล่า!」 มองยังไงเราก็ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเห็นๆ ไม่ใช่หรือไง! คุณรูเชร่าบ่นอุบอิบพลางทำท่าทางฮึดฮัดใส่ค่ะ 「แต่ฉันดูมีความสุขุมเรียบร้อยมากกว่านะคะ……」 「นั่นมันแค่การพูดจาเสียมารยาทเฉยๆ ต่างหากเล่า」 「เสียมารยาทจังเลยค่ะ」 「ใครกันแน่ยะ」 เฮ้อ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนที่คุณรูเชร่าจะเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งว่า 「แล้วไงต่อล่ะ?」 「ตกลงที่เจ้าบอกว่าเป็นหน้าที่การทำงานในฐานะ P ที่ว่านั่นมันคือเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย?」 อ๋อ เรื่องนั้นฉันยังเล่าค้างไว้แค่นั้นสินะคะ ฉันวางสมาร์ตโฟนลงบนโต๊ะพลางพูดว่า 「สมาร์ตโฟนในยุคปัจจุบันเนี่ยมันสะดวกสบายมากเลยนะคะ แค่เปิดฟังก์ชันบันทึกเสียงทิ้งไว้ ก็สามารถอัดเสียงที่มีคุณภาพดีพอใช้ได้เป็นเวลานานๆ ได้แล้วล่ะค่ะ」 「เหรอ」 「ในฐานะส่วนหนึ่งของการทำงานเป็น P ฉันเลยแอบเปิดฟังก์ชันบันทึกเสียงทิ้งไว้ตลอดเวลาในตอนที่พวกเราประชุมพูดคุยกันน่ะค่ะ――」 เห็นไหมคะ พวกผู้ใหญ่เขาก็มักจะทำแบบนี้กันบ่อยๆ ใช่ไหมล่ะคะ การจดบันทึกการประชุมน่ะค่ะ ตัวฉันเองก็ลองเลียนแบบพวกผู้ใหญ่ดูบ้างในฐานะที่ได้รับตำแหน่งเป็น P เลยลองอัดเสียงเก็บไว้เพื่อใช้เป็นบันทึกข้อมูลน่ะค่ะ 「อืม แล้วยังไงต่อล่ะ?」 「พอลองคิดดูดีๆ ภาพของเด็ก ม.ปลาย ที่มานั่งถกเถียงพูดคุยเรื่องโน่นเรื่องนี่เพื่อสร้างโปรเจกต์ขึ้นมาสักอย่างเนี่ย มันช่างดูสมวัยและเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ?」 เด็ก ม.ปลาย ตัวจริงเสียงจริงลองมาสร้างผลงานแบบเดียวกับที่พวกผู้ใหญ่ทำดูบ้าง การสร้างผลงานด้วยทัศนคติแบบนั้นไม่มีทางไปได้สวยหรอกค่ะ มูลค่าเพิ่มมันก็มีแค่เรื่องความเยาว์วัยเท่านั้นเอง แต่ตลาดน่ะไม่ได้ใจดีขนาดที่จะยอมให้อภัยในเรื่องคุณภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือเรื่องเงินทุนที่ไม่เพียงพอทั้งหมด เพียงเพราะมูลค่าเพิ่มแค่นั้นหรอกนะคะ ถ้าจะทำละก็ ควรจะสร้างผลงานที่ขายได้เพราะความเป็นเด็ก ม.ปลาย ต่างหากค่ะ ต้องขอบคุณคำพูดของคุณมินาจริงๆ ค่ะ ที่ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง 「ช่วงเวลาในการเตรียมงานเทศกาลโรงเรียนเนี่ย มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดไม่ใช่เหรอคะ?」 「มันก็จริงนะ」 การอยู่เย็นจนถึงหลังเลิกเรียน มานั่งถกเถียงพูดคุยเรื่องที่หาข้อสรุปไม่ได้ว่าควรเอาแบบไหนดี แล้วก็เริ่มลงมือทำพลางยอมประนีประนอมปรับแก้ไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีเวลาเหลือแล้ว ทั้งคนที่มีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์ต่างก็มาร่วมมือกัน ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปพลางรู้สึกตื่นเต้นดีใจลึกๆ ในใจกับช่วงเวลาอันมีค่าเหล่านั้น ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์จะออกมาเป็นแบบไหน ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครสนใจหรอกค่ะ ไม่ได้มีเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวข้อง และไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาผลกำไรจากที่ไหนทั้งนั้น แค่เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาอันแสนสนุกสนานอย่างไร้ความรับผิดชอบ นั่นแหละค่ะคือการเตรียมงานเทศกาลโรงเรียน ช่างเหมือนกับเรื่องราวที่พวกเราทำในครั้งนี้เป๊ะเลยค่ะ 「เพราะงั้น พวกเราเลยตัดสินใจที่จะปล่อยผลงานชิ้นนั้นออกไปค่ะ」 บทละครอันแสนวิเศษอะไรนั่นน่ะไม่ได้จำเป็นตั้งแต่แรกแล้วค่ะ คุณภาพอันสูงส่งก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการเลยสักนิดค่ะ ชีวิตประจำวันธรรมดาๆ ทั่วไปต่างหากค่ะ ที่เหมาะสมกับเด็ก ม.ปลาย อย่างพวกเราที่สุดแล้ว หลังจากคิดตกแล้ว ฉันก็จัดการตัดต่อเสียงที่อัดไว้คร่าวๆ แล้วอัปโหลดลงบนเว็บไซต์วิดีโอทันทีค่ะ 「……ดูเหมือนจะได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีเลยนะเนี่ย」 วิดีโอที่ปล่อยให้ชมฟรีมียอดเข้าชมในเว็บไซต์สูงพอสมควรเลยล่ะค่ะ 「แต่แบบนี้ก็ไม่ได้เงินเลยไม่ใช่เหรอ?」 「ค่ะ แหม ถึงจะไม่เก็บเงินจากลูกค้า แต่ไปขอรับเงินจากที่อื่นแทนก็ได้นี่คะ」 「เหรอ……? แล้วตกลงวันนี้มีธุระอะไรกับเรากันแน่เนี่ย? แวะมาอวดผลงานให้ฟังเฉยๆ งั้นเหรอ?」 「เปล่าค่ะ แวะมาแจ้งให้ทราบว่าส่วนที่คุณร่วมแสดงด้วยก็โดนปล่อยออกไปเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ」 แน่นอนว่าเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง ฉันเลยจัดการดัดแปลงน้ำเสียงเฉพาะในส่วนที่คุณร่วมแสดงด้วยเรียบร้อยแล้วค่ะ 「อืม แล้วยังไงล่ะ? หรือว่าน้ำเสียงคำพูดคำจามันจะหลุดจนทำให้คนอื่นรู้ตัวจริงของเราเข้าแล้วงั้นเหรอ? หรือว่ายอดวิวที่พุ่งสูงขึ้นนี่เป็นเพราะบารมีของเรากันนะ?」 「เปล่าค่ะ」 ฉันส่ายหัวปฏิเสธพลางตอบกลับไปว่า 「ตรงกันข้ามเลยค่ะ มีความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาไม่ขาดสายเลยค่ะว่า ส่วนที่คุณร่วมแสดงด้วยเนี่ยตัดออกไปทั้งหมดเลยน่าจะดีกว่าน่ะค่ะ」 「เอ๊ะ?」 「เห็นบอกว่าทั้งที่เป็นเรื่องราวชีวิตประจำวันของเด็ก ม.ปลาย แท้ๆ แต่กลับมีผู้หญิงที่ใช้น้ำเสียงคำพูดคำจาเข้าใจยากปะปนเข้ามาด้วย ในเน็ตก็เลยเกิดการดราม่าวิพากษ์วิจารณ์กันนิดหน่อยน่ะค่ะ」 「ห๋า?」 จากนั้นฉันก็ยื่นมือออกไปหาเธอพลางพูดว่า แหม ไม่เห็นต้องไปรีดไถเงินจากลูกค้าเลยนี่คะ เพราะยังมีแหล่งเงินทุนอื่นอยู่อีกเยอะแยะเลยค่ะ เพราะงั้นแหละค่ะ 「ในเมื่อเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นมาแล้ว ฉันขอรับเงินค่าทำขวัญปลอบใจหน่อยได้ไหมคะ?」 「นี่เจ้าหาเรื่องทะเลาะกันใช่ไหมเนี่ย!」