บทที่ 29 เจ้าหน้าที่สืบสวนนอกเครื่องแบบ อันเนลอตเต
บทที่ 29 จาก 33 บท「อุเกเกเกเกเกเกเกเกเก้」 ณ ห้องเคมี เด็กสาวในชุดนักเรียนล้มลงไปนอนกับพื้นพลางกรีดร้องเสียงหลงอย่างน่าเกลียดผิดกับเด็กสาววัยแรกรุ่น สิ่งที่ทำให้ชุดนักเรียนเปียกชุ่มคือของเหลวสีดำทะมึน พื้นห้องค่อยๆ ย้อมไปด้วยสีดำ 「แย่จังเลยนะ」 คนร้ายเพียงแค่ยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยสายตาว่างเปล่า มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ●
「ฉันอยากจะขอร้องให้เธอช่วยไปสืบสวนนอกเครื่องแบบหน่อย」 หวา เรื่องแบบนี้มีอยู่จริงในโลกความเป็นจริงด้วยแฮะ――นั่นคือสิ่งแรกที่ฉันคิดขึ้นมาในขณะที่จ้องมองใบหน้าของหัวหน้าที่กำลังออกคำสั่ง การสืบสวนนอกเครื่องแบบ แม้จะเป็นคำที่ได้ยินบ่อยๆ ในละครสืบสวนหรืออนิเมะ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยทำอะไรคล้ายๆ กันที่ร้านอาหารมาบ้าง แต่การปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการตามคำสั่งของหัวหน้านี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยล่ะมั้ง แต่ว่า 「ทำไมต้องเป็นฉันล่ะคะ?」 นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดเป็นอย่างถัดมา และมันก็หลุดปากออกไปพร้อมกับที่คิด ในกรมตำรวจยังมีตำรวจสืบสวนเก่งๆ นอกเหนือจากฉันอีกตั้งเยอะแยะไม่ใช่เหรอคะ การที่เจาะจงเลือกฉันเนี่ย จะต้องมีเหตุผลคู่ควรขนาดนั้นอยู่แน่ๆ จะว่าไปแล้ว เปลี่ยนเรื่องคุยสักหน่อย ฉันเป็นประเภทที่ยิ่งชมยิ่งได้ใจซะด้วยสิ 「ก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะนอกจากอันเนลอตเตคุงแล้ว ไม่มีใครที่ฉันจะฝากฝังงานแบบนี้ได้อีกแล้วยังไงล่ะ」 「โฮ่โฮ่จริงเหรอคะเนี่ย?」 ฮึ่มฮึม ฉันแอบยืดอกต่อหน้าหัวหน้าเงียบๆ ฉันเป็นพวกยิ่งชมยิ่งได้ใจ ดังนั้นจึงต้องคอยตะล่อมดึงคำชมอ้อมๆ จากอีกฝ่ายออกมาเป็นระยะๆ แบบนี้แหละค่ะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับคำชม ก็คือผู้ที่สามารถใช้คำพูดชักนำให้อีกฝ่ายเอ่ยคำชมออกมาได้อย่างชาญฉลาดยังไงล่ะคะ! 「แล้ว จะให้ฉันแฝงตัวเข้าไปที่ไหนเหรอคะ?」 「โรงเรียนเซเลสเทีย――」 หัวหน้าบอกว่ามันเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างธรรมดาๆ ในแถบนี้ จำนวนนักเรียนก็ปกติ คะแนนเฉลี่ยก็ปกติ ไม่ได้เกเรเป็นพิเศษ แล้วก็ไม่ได้เรียนดีเด่นเป็นพิเศษ สรุปง่ายๆ ก็คือเป็นโรงเรียนธรรมดาๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไปนั่นแหละค่ะ แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะมีข้อมูลเข้ามาว่า มีคนกำลังทำตัวน่าสงสัยอยู่ภายในโรงเรียนแห่งนั้น เป็นผู้หญิงที่ต้องสงสัยว่าเป็นตัวการหลักในคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด และที่ประจวบเหมาะก็คือ ลักษณะเด่นของเธอคนนั้น ดันไปตรงกับลักษณะเด่นของคนร้ายคดีลักทรัพย์อุกฉกรรจ์ที่ทางตำรวจกำลังสืบสวนอยู่ก่อนหน้านี้แบบเป๊ะๆ เลยด้วย เห็นว่าช่วงนี้ไม่เจอตัวเลย ที่แท้ก็แอบไปเรียนหนังสืออยู่เรื่อยเลยเหรอเนี่ยยัยนี่? อะไรทำนองนั้นแหละค่ะ 「……สรุปก็คือ ให้ฉันแฝงตัวเข้าไปในโรงเรียนโดยทำทีเป็นอาจารย์ แล้วคอยสืบหาตัวคนร้ายคนนั้น สินะคะ?」 เป็นแบบนั้นใช่ไหมล่ะคะー? ฟังแค่หนึ่งเข้าใจถึงสิบ สมกับเป็นฉันจริงๆ ช่างน่าพึ่งพาอะไรอย่างนี้ ฉันคิดพลางทำหน้าภูมิใจอยู่คนเดียวเพื่อรอฟังคำชมประโยคถัดไป หัวหน้าพูดขึ้นว่า 「เปล่าหรอก ที่จะให้แฝงตัวเข้าไปไม่ใช่ในฐานะอาจารย์นะ?」 「เอ๊ะ?」 หนึ่งสัปดาห์ต่อมา―― 「ค่าー ถ้าอย่างนั้น ครูขอแนะนำเพื่อนใหม่ให้ทุกคนรู้จักนะคะー」 โรงเรียนเซเลสเทีย ณ คาบโฮมรูมตอนเช้าของห้องเรียนห้องหนึ่ง มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนร่วมห้องทุกคนอยู่ 「เห็นว่าเพราะธุระของทางบ้าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะมาเรียนหนังสือร่วมกับทุกคนค่ะ ขอให้ทุกคนสนิทสนมกับเธอไว้ด้วยนะคะー」 ลักษณะเด่นของนักเรียนหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นที่กำลังพูดประโยคอธิบายซ้ำๆ ซากๆ ตามแบบฉบับด้วยท่าทางเรื่อยเปื่อย มีดังนี้ค่ะ ผมสีเขียว ผู้หญิง ใส่ชุดนักเรียนที่ไม่เข้ากับตัวเองเลยสักนิด รูปลักษณ์ภายนอกแทนที่จะดูเหมือนเด็กวัยรุ่น กลับดูเหมือนคนอายุยี่สิบกลางๆ ที่ฝืนแต่งคอสเพลย์ซะมากกว่า 「เอาล่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นช่วยแนะนำตัวหน่อยนะคะ――」 เมื่อถูกอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นท่าทางเรื่อยเปื่อยเร่งเร้า นักเรียนหญิงคนนั้นจึงเอ่ยชื่อของตัวเองออกมาด้วยสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยความประหม่า 「อ๊ะ คือว่า……อันเนลอตเต ค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ……?」 อะไรประมาณนั้นแหละค่ะ ………… คิดว่าคงจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ขอพูดเพื่อความแน่ใจอีกทีละกันนะคะ นักเรียนหญิงที่ย้ายโรงเรียนมาในวันนั้น ตกลงแล้วเป็นใครมาจากไหนกันแน่นะ? ใช่แล้วค่ะ ฉันเองค่ะ ○
「ไม่มีทาง ไม่มีทาง ไม่มีทาง……เอ๊ะ? ให้ฉันเล่นบทเป็นนักเรียนเหรอคะ?」 ข้อเสนอที่น่าเหลือเชื่อเกินไปทำเอาฉันเบิกตากว้างพลางเอ่ยถามหัวหน้า ฉันฟังผิดไปใช่ไหมคะ? ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่อายุก็พอตัวแล้วนะคะ? 「ก็ถ้าขืนให้อาจารย์เดินป้วนเปี้ยนไปมาในโรงเรียน มันจะไม่น่าสงสัยกว่าเหรอ? ในจุดนี้ ถ้าเป็นนักเรียนก็ไม่มีปัญหาอะไรยังไงล่ะ」 「อืม เพื่อการพรางตัวแล้ว การสวมชุดนักเรียนคือวิธีที่ดีที่สุดสินะคะ……」 พอเกือบจะคล้อยตามคลับคล้ายคลับคลาแล้ว ฉันก็ดึงสติกลับมาได้แล้วส่ายหัวทันที ไม่มีทาง ไม่มีทาง ไม่มีทางค่ะ! 「แ-แต่ว่าฉันเองก็เป็นผู้ใหญ่ที่อายุอานามก็ไม่น้อยแล้วนะคะ? จะให้มาเล่นบทเด็ก ม.ปลาย มันก็ค่อนข้างจะ……」 คิดว่าไม่เข้ากันเลยสักนิดค่ะ 「อีกอย่าง ถึงไม่ใช่ฉัน แต่ก็มีคนที่เหมาะสมอย่างมิลินารินาอยู่ไม่ใช่เหรอคะ」 「เธอคิดว่าจะปล่อยให้เด็กใหม่แบบนั้นทำงานคนเดียวได้งั้นเหรอ?」 「อึก……」 ก็จริงค่ะ ถ้าไม่ใช่ตำรวจสืบสวนที่มีประสบการณ์โชกโชนและสามารถตัดสินใจเฉพาะหน้าได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างตำรวจสืบสวนผู้มีความสามารถละก็ การทำงานคนเดียวคงจะยาก――! 「แ-แต่ว่า……」 ฉันทำปากขมุบขมิบพึมพำ 「อีกอย่าง ชุดที่ค่อนข้างฝื……จำกัดด้วยเรื่องอายุแบบนี้ มีแต่เธอที่ยังสาวและมีความสามารถเท่านั้นแหละที่เหมาะสมที่สุด」 「เมื่อกี้เกือบจะพูดว่าฝืนแล้วใช่ไหมคะ! เมื่อกี้เกือบจะพูดว่าฝืนแล้วใช่ไหมนั่น!」 「ไม่ได้พูดเลยนะอันเนลอตเตคุง」 「เมื่อกี้เกือบจะพูดว่า ถึงภายนอกจะทำเป็นรังเกียจ แต่จริงๆ แล้วก็แอบตื่นเต้นที่จะได้แต่งคอสเพลย์ชุดนักเรียนอยู่ใช่ไหมล่ะ! ใช่ไหมคะ!」 「อันนั้นไม่ได้พูดจริงๆ นะอันเนลอตเตคุง」 「ฉันจะฟ้องข้อหาคุกคามทางเพศนะคะ」 「ปกติเธอเป็นคนอารมณ์แปรปรวนขนาดนี้เลยเหรอ?」 เรื่องที่มีการโต้เถียงกันแบบนั้นเกิดขึ้นจริงหรือเปล่าช่างมันเถอะค่ะ สุดท้ายแล้ว การที่ไม่สามารถขัดคำสั่งจากเบื้องบนได้ก็คือความจริงอันน่าเศร้าของตำรวจสืบสวน ทันทีที่มีคำสั่งลงมา ชีวิตการแต่งคอสเพลย์ของฉันก็แทบจะถูกกำหนดไว้แล้ว และด้วยเหตุนี้ในวัยยี่สิบกลางๆ ฉันจึงต้องโบยบินกลับมาสู่พื้นที่อันแสนนุ่มฟูของเด็กวัยรุ่นอีกครั้งค่ะ 「เอาล่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณอันเนลอตเตไปนั่งตรงที่นั่งที่ว่างอยู่เลยนะคะー」 ตามคำแนะนำของอาจารย์เรื่อยเปื่อย ฉันเดินตรงไปยังที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ให้บริเวณหลังห้องเรียน เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงที่อายุเพิ่งจะสิบกว่าๆ นั่งกันอย่างเรียบร้อยพลางส่งสายตามาทางฉัน 「…………」 อา วัยรุ่นนี่ช่างซื่อตรงดีจริงๆ เลยนะ ฉันคิดในใจ พลางเดินผ่านดวงตาอันใสซื่อบริสุทธิ์เหล่านั้นซึ่งช่างแตกต่างจากพวกผู้ใหญ่สกปรกที่เต็มไปด้วยคำโกหกและการหลอกลวงสิ้นดี สำหรับเด็กๆ พวกนี้แล้ว ไม่มีสิ่งแปดเปื้อนใดๆ เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่สบตา คำพูดแต่ละคำที่พวกเขาซ่อนไว้ข้างในก็ก้องกังวานเข้ามาในหูของฉัน 『หวา……สวยจังเลย……』 นักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังจ้องมองฉันตาค้าง 『เอ้ย แย่แล้ว! หวา……แย่แล้ว!』 เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องผู้หญิง ตกหลุมรักฉันเข้าให้แล้วเรียบร้อย คำพูดที่เล็ดลอดออกมาเหล่านั้นล้วนแต่ชื่นชมและยอมรับในตัวฉันทั้งนั้นเลยค่ะ เฮ้อ แย่จังเลยนะเนี่ย มันปิดไม่มิดเลยจริงๆ เสน่ห์ของฉันเนี่ยนะ――! 「ฟู่……」 ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ ดูเหมือนความกังวลจะเป็นเรื่องตีตนไปก่อนไข้สินะคะ พอลองคิดดูดีๆ ฉันเองก็นิ่งเพิ่งจะยี่สิบกลางๆ เมื่อไม่กี่ปี ก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นคนที่นั่งฟังบทเรียนแบบเหม่อลอยอยู่ในสถานที่แบบนี้เหมือนกัน ช่องว่างแค่ไม่กี่ปีน่ะกลบได้สบายๆ อยู่แล้ว เพราะงั้นฉันจึงนั่งลงบนที่นั่งที่เตรียมไว้ พลางทำหน้าทำตาประมาณว่า 『คะ? ฉันอายุสิบกว่าๆ นะคะ?』 กลมกลืนไปกับคนรอบข้าง และแล้ว ชีวิตในโรงเรียนครั้งที่สองในชีวิตของฉัน ก็เริ่มต้นขึ้น ณ ตอนนี้―― 「หวาー ชุดนักเรียนดูเข้ากันสุดๆ ไปเลยนะคะー?」 เอ๊ะ? มีเสียงอุ่นๆ แว่วมาจากที่นั่งข้างๆ ไม่ได้ชื่นชมฉัน และก็ไม่ได้ยอมรับฉัน แต่เสียงนั้นกำลังเอ่ยทักทายมาค่ะ ใครกันแน่คะเนี่ย……? ฉันเบนสายตาไปมองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่ากำลังระแวงอยู่ 「…………」 มีเรื่องนอกเรื่องอยู่นิดหน่อยค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่ฉันกับมิลินารินาร่วมกันคลี่คลายคดีที่ร้านอาหารหรู ในตอนนั้น มีกลุ่มเด็ก ม. ปลาย สามคนที่อยู่ในเหตุการณ์พอดีค่ะ 「อะ」 ถ้าจำไม่ผิด จะว่าไปแล้ว พอนึกย้อนกลับไป โรงเรียนที่เด็กพวกนั้นเรียนอยู่ก็คือ โรงเรียนเซเลสเทีย นี่นา 「มีงานอดิเรกชอบแต่งคอสเพลย์ด้วยเหรอคะ?」 นักเรียนหญิงที่นั่งข้างๆ ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรพลางเอ่ยถาม เธอคนนั้นเป็นใครกันแน่นะคะ? 「สวัสดีค่ะ」 ใช่แล้วค่ะ เธอคนนั้นก็คือตัวจริงเสียงจริงของนักเรียนหญิงที่ได้เจอกันที่ร้านอาหารในตอนนั้นนั่นเองค่ะ ○
ใช่แล้วค่ะ ฉันเองค่ะ วันนี้ได้มาทานมื้อเที่ยงกันสองต่อสองกับนักเรียนใหม่ที่เป็นข่าวลือ ในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกเหนือกว่าที่ได้กระชับความสัมพันธ์ก่อนนักเรียนคนอื่นๆ ฉันก็เคี้ยวข้าวกล่องตุ้ยๆ ด้วยความที่ฉันเป็นคนมีทักษะการสื่อสารที่ดีเลิศ จึงได้ถามถึงเหตุผลที่เธอย้ายมาที่นี่ได้อย่างง่ายดายค่ะ 「เหー อย่างนั้นเองเหรอคะー แฝงตัวเข้ามาสืบสวนสินะคะー」 「ขอร้องล่ะ……ช่วยเงียบไว้ก่อนนะทุกคน……」 คุณอันเนลอตเตนักเรียนใหม่ (ในร่างเด็กสาว) ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน กำลังใช้สองมือปิดหน้าปิดตาโดยไม่ยอมแตะต้องอาหารกลางวันเลยค่ะ 「ชุดนักเรียนเข้ากันดีนะคะ?」 「หยุดเถอะนะ……」 「กระโปรงสั้นไปหน่อยหรือเปล่าคะเนี่ย?」 「หยุดเถอะนะ……」 「ก็มันไม่มีไซส์นี่นา……」 「แต่กระโปรงสั้นแบบนี้ก็น่ารักดีออกนะคะ พยายามเพื่อที่จะกลมกลืนกับเด็กวัยรุ่นสินะคะเนี่ยー」 「หยุดเถอะนะ……」 หน้าดูร้อนผ่าวเลยน้า ฉันคิดลอยๆ พลางคีบอาหารกล่องเข้าปาก อร่อยจัง 「คือว่า……คุณอิเลนาคะ……?」 เธอมองลอดช่องนิ้วมือมาทางนี้พลางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง 「คือว่านะ เข้าใจใช่ไหมคะว่านี่คืองานน่ะ……? ห้ามบอกคนรอบข้างเด็ดขาดเลยนะ?」 「อุฟุฟุฟุฟุ」
「เดี๋ยวก่อนสิ」 「เอ๋ー เอาไงดีน้าー? ถ้าให้อะไรบางอย่างเป็นการตอบแทน จะยอมฟังคำขอร้องให้ก็ได้นะคะー」 「อย่ามาคิดข่มขู่ตำรวจสืบสวนนะ」 「แหม เรื่องล้อเล่นช่างมันเถอะค่ะ」 「ฟังไม่เหมือนเรื่องล้อเล่นเลยสักนิดนะ」 เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ 「สรุปแล้วทำไมถึงต้องแฝงตัวเข้ามาในโรงเรียนนี้งั้นเหรอคะ?」 เรื่องแฝงตัวน่ะได้ยินแล้วค่ะ แต่ว่าเข้ามาโดยมีจุดประสงค์อะไร ในส่วนนั้นยังไม่ได้ยินเลยค่ะ 「อะไรเหรอ? คิดจะช่วยงานคุณตำรวจหรือไง?」 「วันก่อนตอนที่คลี่คลายคดีที่ร้านอาหาร ฉันได้ยินจากคุณตำรวจคนอื่นมาค่ะ เห็นบอกว่าถ้ามีส่วนช่วยในการคลี่คลายคดีอย่างมาก นอกจากเกียรติบัตรแล้ว จะได้รับโล่รางวัลด้วยไม่ใช่เหรอคะ」 「เอ๊ะ? อ๋อ อา……อืม เรื่องแบบนั้นก็มีมอบให้จริงๆ นั่นแหละนะ」 「เห็นเขาเล่ากันว่าถ้ามีโล่รางวัลนั้นครอบครองอยู่ ต่อให้ไปก่อเรื่องอื้อฉาวอะไรขึ้นมา ก็จะได้รับการหยวนๆ ปล่อยผ่านไปค่อนข้างเยอะเลยนี่คะ」 「นั่นมันเรื่องเล่าแล้ว……」 คุณอันเนลอตเตทำหน้าเอือมระอา ก่อนจะเบิกตากว้างในเวลาต่อมา 「……ไม่ใช่สิ แล้วทำไมถึงตั้งใจจะไปก่ออาชญากรรมตั้งแต่แรกเลยล่ะย่ะ!?」 「ครั้งต่อไปที่พวกเราเจอกัน……อาจจะเป็นที่เกิดเหตุก็ได้นะคะ……」 「ขอร้องล่ะ ช่วยใช้ชีวิตในทางที่ถูกต้องเถอะนะ」 「แหม ถึงไม่ได้โล่รางวัล แต่ถ้าเก็บรูปถ่ายของวันนี้ไว้เป็นเครื่องรางก็น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะค่ะ」 「หา? รูปถ่าย?」 พูดเรื่องอะไรน่ะ? คุณอันเนลอตเตส่งสายตามาที่มือของฉัน น่าแปลกใจจังเลยนะคะ ตรงนั้นมีรูปภาพที่ฉันกับคุณอันเนลอตเตนั่งคุยกันอย่างสนิทสนมถูกบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ค่ะ แหม แปลกจังเลยนะ 「อย่ามาแอบถ่ายกันสิเดี๋ยวก่อน」 「ถ่ายได้ไหมคะ?」 「ใครจะไปยอมอนุญาตหลังจากถ่ายไปแล้วกันย่ะ」 「เอ๋……แต่ถ้าไม่อนุญาต รูปที่ถ่ายไปเกือบร้อยรูปก่อนหน้านี้ก็ต้องเสียเปล่าหมดเลยนะคะ……」 「แอบถ่ายไปเยอะขนาดไหนกันเนี่ย!?」 เพราะมันตลกดี ฉันเลยแอบถ่ายเก็บไว้เรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงพักกลางวันค่ะ 「เดี๋ยวส่งให้นะคะ」 「ไม่เอาหรอก รูปคอสเพลย์สุดเสี่ยวของตัวเองแบบนั้นน่ะ」 「รู้ตัวด้วยสินะคะ……」 「ขอพูดไว้ก่อนนะว่านี่คืองานย่ะ! เพราะเป็นงานเลยต้องจำใจแต่งตัวแบบนี้ต่างหาก」 ให้ตายสิ คุณอันเนลอตเตพูดพลางเอามือเท้าสะเอว ก่อนจะเริ่มเล่าใหม่อีกครั้ง เดิมทีทำไมถึงต้องแฝงตัวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ การสืบสวนนอกเครื่องแบบหมายความว่า มีข้อมูลที่มีแค่ในโรงเรียนนี้เท่านั้น――หรือก็คือมีเป้าหมายอยู่นั่นเอง 「เอาเถอะ สำหรับฉันแล้วก็ประจวบเหมาะพอดี คุณอิเลนา ฉันมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับโรงเรียนนี้หน่อยน่ะ――」 แล้วเธอก็พูดออกมา เป้าหมายการสืบสวนในครั้งนี้ 「พวกเราเรียกบุคคลคนนั้นว่า 『แม่ครัวสุดอันตราย』 ――」 รายงานความเสียหายครั้งแรกถูกแจ้งเข้ามาเมื่อนานมาแล้วค่ะ เห็นบอกว่าเป็นช่วงประมาณหนึ่งปีก่อนหน้านี้ 「หวา ไก่ทอดนี่เย็นชืดหมดแล้วนี่นา……ทิ้งดีกว่า」 เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ไร้ชื่อที่เรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โยนไก่ทอดที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อทิ้ง ช่างเป็นการทำผิดมารยาทสังคมอะไรอย่างนี้ ทว่าน่าแปลกประหลาดเหลือเกิน ถุงใส่ไก่ทอดลอยละลิ่วไปในอากาศแล้วกลับไม่ได้ตกลงสู่พื้นดินค่ะ 「ฟู่วว……!」 แต่กลับมีเสียงแปลกๆ ดังขึ้นมาแทน อะไรน่ะ? เสียงอะไร? เด็กหนุ่ม ม.ปลาย หันกลับไปมอง แล้วก็ต้องยืนอึ้งพูดไม่ออกทันที ตรงนั้นมีผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ยืนอยู่ เธอประคองถุงไก่ทอดที่ควรจะถูกโยนทิ้งไว้ด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับจะสูดกลิ่นอายทั้งหมดที่เล็ดลอดออกมาจากไก่ทอดเข้าไปในตัวของเธอเอง หลังจากสูดหายใจลึกเสร็จเธอก็พูดขึ้นมาว่า 「อืม อืมๆ……ดีจังเลยนะ……น่าจะทำอาหารดีๆ ออกมาได้แน่……」 อะไรทำนองนั้นค่ะ 「น-นี่เธอเป็นใครกันเนี่ย!」 「ฉันคือแม่ครัวยังไงล่ะ……」 เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ตัดสินใจทันทีว่านี่คือบุคคลประเภทที่ไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย จึงรีบโทรแจ้งความตรงนั้นทันที แต่เห็นบอกว่าพอรู้ตัวอีกที ผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นแม่ครัวก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้วค่ะ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก็เริ่มมีพยานพบเห็นบุคคลลักษณะเดียวกันตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งเด็กประถมที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ก็ไปเจอคนปริศนากำลังขยับเขยื้อนอยู่ในพุ่มไม้ พอจะเข้าไปทัก แม่ครัวคนดังกล่าวก็กำลังเคี้ยวหญ้าข้างทางดังหนึบหนับอยู่ค่ะ 「ความจริงแล้วฉันกำลังเดินทางไปร่วมโต๊ะอาหารกับเพื่อนอยู่น่ะ แต่พอดีสนใจต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่ริมถนนขึ้นมา! พูดง่ายๆ ก็คือการกินหญ้าข้างทางทั้งในนามและในความเป็นจริงยังไงล่ะ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!」 เด็กประถมคนนั้นร้องไห้โฮเลยค่ะ และอีกครั้งหนึ่ง มีคนไปพบเธอนอนน้ำลายฟูมปากหมดสติอยู่บนภูเขา 「คิดว่าทำไมคนบนโลกถึงแยกแยะเห็ดที่กินได้กับเห็ดที่กินไม่ได้ออกล่ะ? ก็เพราะเคยมีผู้บุกเบิกอย่างฉันอยู่ในอดีตยังไงล่ะ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!」 เห็นว่าเธอพูดแบบนั้นในโรงพยาบาล แต่พอคลาดสายตาไปแป๊บเดียวเธอก็หายตัวไปอีกแล้วค่ะ เรื่องราวก็ประมาณนี้แหละค่ะ แม้จะโผล่ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แต่เพราะไม่ได้ก่อคดีร้ายแรงอะไร เลยกลายเป็นอาชญากรประเภทสร้างความเดือดร้อนรำคาญที่จัดการได้ยากในฐานะแม่ครัวนิรนามค่ะ แต่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเธอคนนั้น เห็นบอกว่าเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากๆ มาค่ะ นั่นคือเรื่องเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน 「หวา ไก่ทอดนี่เย็นชืดหมดแล้วนี่นา……ทิ้งดีกว่า」 ครั้งที่สองในรอบหนึ่งปีค่ะ นักเรียนคนหนึ่งโยนไก่ทอดเย็นชืดทิ้งลงบนถนน ช่างเป็นการทำผิดมารยาทสังคมอะไรอย่างนี้ ทว่าน่าแปลกประหลาดเหลือเกิน ครั้งนี้ถุงใส่ไก่ทอดก็ไม่ได้ตกลงสู่พื้นดินเช่นกันค่ะ 「ฟู่วววว……!」 มีเสียงแปลกๆ ดังขึ้นมาแทน เด็กหนุ่ม ม.ปลาย หันกลับไปมอง แล้วก็ต้องยืนอึ้งพูดไม่ออกทันที 「หวา โผล่มาอีกแล้ว!」 ความทรงจำเมื่อหนึ่งปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างชัดเจน ผู้หญิงท่าทางแปลกๆ คนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งแล้วค่ะ ผู้หญิงน่าสงสัยคนนั้นพูดว่า 「เจ้าน่ะ รู้หรือเปล่า? เห็นว่าในโรงเรียนแถวๆ นี้ มีผู้ครอบครองรสชาติแปลกใหม่ที่หาได้ยากยิ่งอยู่ด้วยนะ เห็นว่าเป็นสไลม์น่ะ เจ้ารู้จักหรือเปล่า? ไม่สิ คงไม่รู้หรอก! เพราะนี่เป็นข้อมูลลับสุดยอดที่ฉันไปสืบหามาได้จากเส้นทางเฉพาะยังไงล่ะ!」 ผู้หญิงที่คุยไม่รู้เรื่องคนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้ว่า 「ฟูฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! สไลม์ต้องเป็นของฉัน!」 พร้อมกับทิ้งคำพูดแปลกๆ ไว้แล้วเดินจากไปค่ะ 「เอ๋……」 เด็กหนุ่ม ม.ปลาย มองตามแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นพลางรู้สึกเอือมระอาสุดๆ ค่ะ เพราะคำพูดคำจาแปลกๆ งั้นเหรอ? เพราะเป็นหัวขโมยขโมยไก่ทอดครั้งที่สองในรอบปีงั้นเหรอ? เปล่าหรอกค่ะ เหตุผลที่ใหญ่ที่สุดอยู่บนแผ่นหลังของเธอที่กำลังเดินจากไปต่างหาก แม่ครัวนิรนามที่เป็นอาชญากรสร้างความเดือดร้อนรำคาญคนนั้น เธอสวมชุดนักเรียนของโรงเรียนที่เด็กหนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นเรียนอยู่ค่ะ โรงเรียนเซเลสเทีย ชุดนักเรียนของโรงเรียนที่พวกเรากำลังเรียนอยู่นี่แหละค่ะ 「――และทางตำรวจของพวกเราพอได้รับแจ้งเบาะแส ก็เลยตัดสินใจลงมือสืบสวนนอกเครื่องแบบยังไงล่ะ」 เพื่อจับกุมอาชญากรสร้างความเดือดร้อนรำคาญที่เข้าออกไม่เป็นที่และคุยไม่รู้เรื่องคนนี้ เลยต้องลงพื้นที่มาสืบสวนด้วยตัวเองยังไงล่ะ เธอบอกแบบนั้นค่ะ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วค่ะ 「สรุปก็คือ ตอนนี้ในโรงเรียนเซเลสเทีย มีคนที่มีรสนิยมแปลกๆ แฝงตัวเข้ามาเป็นนักเรียน ม.ปลาย ถึงสองคนเลยสินะคะ……?」 「อย่าเอาไปรวมกันสิยะ อย่าเอาฉันไปรวมกับอาชญากรนะ」 「แต่สิ่งที่ทำมันก็เหมือนกันนี่คะ……」 「ทางนั้นเป็นอาชญากร ส่วนฉันเป็นคุณตำรวจ ต่างกันลิบลับเลยใช่ไหมล่ะ?」 เข้าใจใช่ไหม? ฉันไม่ได้แต่งคอสเพลย์เพราะเป็นงานอดิเรกหรอกนะ? ฉันไม่เต็มใจเลยสักนิด คุณอันเนลอตเตพูดกับฉันด้วยสีหน้าจริงจังสุดๆ ค่ะ 「จะว่าไปแล้ว ตามเบาะแสบอกว่า นอกจากอาชญากรสร้างความเดือดร้อนรำคาญแล้ว ก่อนหน้านี้ยังมีข้อมูลว่ามีแม่บ้านเต็มเวลาสวมชุดนักเรียนนี้เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในเมืองด้วยนะ」 「…………」 「บางทีอาจจะมีคนลักลอบขายชุดนักเรียนของโรงเรียนนี้ผ่านเส้นทางใต้ดินอยู่ก็ได้……ทางตำรวจเองก็แอบจับตามองโรงเรียนนี้มาตั้งนานแล้วล่ะ」 เพราะงั้นเลยต้องแฝงตัวเข้ามายังไงล่ะ เธออธิบายด้วยเหตุผลที่เข้าใจยากนิดหน่อยค่ะ 「แล้ว」 ฉันดึงหัวข้อบทสนทนาที่กำลังจะออกนอกลู่นอกทางกลับมาอย่างหักโหม 「ข้อมูลของอาชญากรสร้างความเดือดร้อนรำคาญคนนั้น มีอะไรอีกบ้างคะ?」 เรื่องที่เป็นผู้หญิงท่าทางแปลกๆ น่ะเข้าใจแล้วค่ะ แต่รูปลักษณ์ภายนอกหรือชื่อเสียงเรียงนาม ในส่วนนั้นยังคงเป็นปริศนาอยู่ใช่ไหมคะ? 「อะไรน่ะ? นี่คิดจะช่วยฉันสืบสวนจริงๆ เหรอเนี่ย?」 ถ้าในโรงเรียนมีคนคอยช่วย งานคงจะเสร็จเร็วขึ้นเยอะเลย ช่วยได้มากเลยนะー เธอพูดออกมาอย่างสบายอารมณ์ค่ะ ฉันพยักหน้า 「ถ้าได้โล่รางวัลมา ต่อไปเวลาฉันก่อเรื่องอะไรขึ้นมา คุณตำรวจก็น่าจะยอมยกโทษให้ล่ะมั้งคะ」 「ก็บอกว่าเป็นเรื่องเล่ายังไงล่ะย่ะ……」 เธอถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอาค่ะ ถึงอย่างนั้น เรื่องที่ฉันอยากจะช่วยเหลือน่ะไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกนะคะ ถือเป็นการฆ่าเวลาที่กำลังดี และที่สำคัญคือตอนนี้ฉันว่างมากๆ เลยด้วยค่ะ อีกอย่าง การที่มีผู้หญิงทั่วไปสวมชุดนักเรียนเดินไปเดินมาอยู่ทั่วเมืองเนี่ย ในมุมมองส่วนตัวของฉันแล้วมันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้จริงๆ ค่ะ ให้ตายสิ 「คือว่านะ――」 ดูเหมือนข้อมูลของคนร้ายจะถูกบันทึกไว้ในสมาร์ตโฟนของเธอค่ะ ยุคนี้เขาไม่จดใส่สมุดโน้ตกันแล้ว แต่เก็บเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเลยสินะคะ จะว่าไป หน้าจอล็อกเป็นรูปนักร้องหญิงชื่อดังด้วยค่ะ คงจะเป็นแฟนคลับสินะคะ 「อายุประมาณยี่สิบต้นๆ ผมสีน้ำตาล มัดผมมวยไว้ข้างหลัง ดูท่าทางเป็นคนหัวแข็งนิดหน่อย แล้วก็ ชื่อคือ――」 เอาเป็นว่า ด้วยเหตุนี้ ปฏิบัติการจับกุมบุคคลน่าสงสัยที่แฝงตัวเข้ามาในโรงเรียน โดยฉันกับคุณอันเนลอตเตจึงได้เริ่มต้นขึ้นค่ะ ○
「นานามะ งั้นเหรอคะ……」 หลังเลิกเรียน สถานที่แรกที่พวกเราแวะไปหาก็คืออาจารย์ชีล่าค่ะ ถ้าเป็นอาจารย์ก็น่าจะเจอนักเรียนจำนวนมากในโรงเรียนทุกวัน มีมุมมองที่กว้างขวาง และถึงแม้จะเป็นคนสูบบุหรี่จัดแต่เธอก็เป็นคนที่มีเหตุมีผลที่สุด น่าจะรู้อะไรบางอย่างบ้างล่ะมั้งคะ 「ทำไมต้องมาถามฉันด้วยล่ะ?」 อาจารย์ชีล่าเอ่ยถามพลางทำท่าทางเรื่อยเปื่อยอยู่ในพื้นที่สูบบุหรี่ของโรงเรียน ฉันขอพูดตรงๆ เลยนะคะ 「ก็เห็นปกติชอบยืนเหม่อมองไปรอบๆ อยู่ที่พื้นที่สูบบุหรี่น่ะค่ะ เลยคิดว่าอาจจะเคยเห็นนักเรียนที่ทำตัวน่าสงสัยบ้างหรือเปล่าน่ะค่ะ」 「ถ้ามีพวกน่าสงสัยละก็ ฉันจับส่งฝ่ายปกครองไปตั้งนานแล้วย่ะ ฉันเองก็ควบตำแหน่งอาจารย์ฝ่ายปกครองด้วยนะ」 อาจารย์ชีล่าพูดพลางพ่นควันสีขาวโขมงออกมาคำโต 「เด็กผู้หญิงที่ปลอมแปลงอายุสินะ? เท่าที่ผ่านมา ฉันยังไม่เคยเห็นนักเรียนที่มีลักษณะแบบนั้นรอบๆ ตัวเลยนะ」 ฉันเหลือบสายตาไปมองคุณอันเนลอตเตแวบหนึ่ง 「…………」 เธอกำลังยิ้มกริ่มอยู่ค่ะ―― 「จะว่าไปแล้ว นี่คือคุณอันเนลอตเตนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาค่ะ คิดว่าเธออายุเท่าไหร่เหรอคะ?」 ฉันเอ่ยถาม 「หา? ก็เด็กวัยรุ่นธรรมดาไม่ใช่เหรอ」 พอได้รับคำตอบแบบนั้น ฉันก็เบนสายตากลับไปมองคุณอันเนลอตเตอีกครั้งค่ะ 「…………」 ฮึ่มฮึม เธอทำหน้าตาภาคภูมิใจราวกับมีเอฟเฟกต์เสียงแบบนั้นลอยออกมาจากข้างตัวเลยล่ะค่ะ ………… 「อาจารย์ชีล่านี่ตาถั่วจริงๆ เลยนะคะ」 「ทำไมฉันต้องโดนโกรธด้วยเนี่ย?」 เอาเป็นว่า พวกเราตัดสินใจเดินเตร่ไปทั่วโรงเรียนหลังเลิกเรียนพลางเอ่ยถามผู้คนไปเรื่อยๆ ว่าเห็นคนน่าสงสัยบ้างหรือเปล่าค่ะ 「คนที่ชื่อนานามะงั้นเหรอ? อืม……เปล่านะ ไม่เคยได้ยินชื่อเลย……」 จะว่าไปแล้ว ไม่มีอะไรน่าแปลกใจไปกว่าการตามหาคนในโรงเรียนอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะในพื้นที่ปิดแบบนี้ ใครๆ ก็สามารถกลายเป็นคนที่ 『เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง』 ได้ทั้งนั้น 「นี่ แล้วทำไมถึงตามหาคนคนนั้นอยู่เหรอ?」 กลุ่มคนสองคนที่คอยตามหานักเรียนที่ไม่เคยมีใครเห็นหรือได้ยินชื่อ――ทุกครั้งที่เข้าไปถาม สายตาแห่งความระแวงก็จะถูกส่งกลับมาที่พวกเราแทนค่ะ 「หรือว่าคุณอิเลนากำลังวางแผนอะไรไม่ดีอยู่หรือเปล่าคะ……?」 ขนาดคุณอัมเนเซียพออ้าปากปุ๊บก็ทักแบบนี้เลยล่ะค่ะ แย่จังเลยนะ 「คิดว่าฉันเป็นคนยังไงกันคะเนี่ย」 「เพื่อนที่ชอบวางแผนเรื่องไม่ดีไงคะ」 「ถามจริง คิดว่าฉันเป็นคนยังไงกันแน่คะเนี่ย」 เสียมารยาทจังเลยนะคะ 「คุณอิเลนาคะ อย่าไปทำอะไรที่ต้องเดือดร้อนถึงตำรวจเชียวนะคะ……?」 「เป็นคุณแม่หรือไงคะนั่น」 ตักเตือนอะไรแบบนั้นกันคะ จริงๆ แล้วตอนนี้ฉันต่างหากที่กำลังคอยช่วยเหลือคุณตำรวจอยู่แท้ๆ ――แต่แน่นอนว่าเรื่องแบบนั้นไม่มีทางพูดออกไปได้หรอกค่ะ เอาเป็นว่า หลังจากนั้นฉันกับคุณอันเนลอตเตก็เดินเตร่ถามไถ่ไปทั่วโรงเรียน โดยเน้นไปที่กลุ่มเพื่อนสนิทเป็นหลักค่ะ จะแสดงให้เห็นตรงนี้เลยค่ะว่าการตามหาคนมันยากเย็นขนาดไหน คุณรู้จักนักเรียนที่ชื่อนานามะบ้างไหมคะ? 「จะว่าไปแล้วคุณอิเลนาคะ วันนี้ทั้งวันเห็นอยู่คลอเคลียกับเด็กใหม่ตลอดเลย มีความสัมพันธ์ยังไงกันเหรอคะ!? หืม!?」 คุณซายะถามด้วยใบหน้าถมึงทึง คุณรู้จักนักเรียนที่ชื่อนานามะ (ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ) บ้างไหมคะ? 「อืม คนที่ชื่อนานามะคนนั้น คือผู้สมัครเป็นเจ้าสาวคนใหม่ของคุณอิเลนาสินะคะ」 คุณอาวิเลียพูดพลางปรายสายตามาทางคุณอันเนลอตเตที่อยู่ข้างๆ ฉันสลับไปมา พร้อมกับพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่าง 「เนื้อหอมจังเลยนะคะ」 ออกมาค่ะ 「…………」 คุณรู้จักนานามะ (ละไว้) 「ยัยคนเจ้าชู้」 คุณมินาพูดพลางส่งสายตาเหมือนมองขยะมาให้ค่ะ อืม 「เฮ้อ การตามหาคนนี่มันยากจริงๆ เลยนะคะ……」 เบาะแสสำคัญเป็นศูนย์เลยเหรอเนี่ย ยอมแพ้เลยค่ะ 「เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่คนรอบตัวคิดว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย」 ชื่อเสียงในหมู่คนกันเองนี่ติดลบสุดๆ เลยไม่ใช่หรือไง…… คุณอันเนลอตเตที่อยู่ข้างๆ พูดออกมาด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นค่ะ ○
การตามหาคนไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ แต่พวกเราก็ไม่ได้ไร้ความสามารถถึงขนาดจะเดินดุ่มๆ ถามไปเรื่อยโดยไม่มีแผนการหรอกนะคะ หลังจากรวบรวมข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง――และพบว่าไม่มีใครรู้จักคนชื่อนานามะเลยสักคน พวกเราจึงตัดสินใจเปลี่ยนมุมมองใหม่ค่ะ 「ถ้าหาไม่เจอก็แค่รอให้มาหาเอง」 ในพุ่มไม้ คนที่กำลังทำหน้าภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ ฉันก็คือคุณอันเนลอตเตค่ะ ณ สวนหย่อมกลางโรงเรียน ตรงใจกลางสวน มีขนมปังวางอยู่บนจานหนึ่งชิ้นค่ะ ขนมปัง มันคือของที่ฉันเตรียมไว้เป็นมื้อกลางวันของวันนี้ แต่กลับถูกนำมาวางทิ้งไว้ในสภาพที่ดูผิดธรรมชาติสุดๆ ค่ะ 「……ทำแบบนั้นมันจะดีจริงๆ เหรอคะ คุณอันเนลอตเต」 ผู้คิดค้นแผนการนี้ก็คือคุณอันเนลอตเตที่เป็นตำรวจสืบสวนตัวจริงเสียงจริงค่ะ เธอแย่งขนมปังไปจากฉันที่กำลังเก็บถนอมอาหารไว้กินเหมือนกระรอก พลางพูดว่า 『ใช้เจ้านี่ล่อออกมาซะเลย』 อะไรทำนองนั้นค่ะ 「อีกฝ่ายเป็นคนน่าสงสัยที่รักการทำอาหารสุดหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดเย็นชืดที่คนอื่นทิ้งไว้หรืออะไรก็ตาม ถ้ามันวางอยู่ตรงนั้น เธอต้องทนไม่ได้จนต้องรีบมาเก็บไปแน่ๆ เพราะงั้น ถ้าวางขนมปังทิ้งไว้แบบนี้――」 คนร้ายก็จะปรากฏตัวออกมาเองจริงไหมล่ะ? เธอพูดพลางทำหน้าตาเหมือนผู้ชนะอยู่ข้างๆ ค่ะ สุดยอดไปเลยนะ…… 「เป็นความคิดที่ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจะมาจากสมองของตำรวจสืบสวนตัวจริง……」 ในแง่ลบนะนะคะ 「ฮึ่ม จะดูถูกฉันก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละน่า คอยดูให้ดีๆ สิ……」 คุณอันเนลอตเตแอบโผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้ ปลายสายตามุ่งตรงไปที่จานและขนมปัง ภาพเหตุการณ์ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง――ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะคะ แต่ทว่า 「……!」 ฉันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจค่ะ มีใครบางคนกำลังค่อยๆ เดินตรงเข้ามาจากอีกฝั่ง สวนหย่อมกลางโรงเรียนหลังเลิกเรียน ถ้าไม่มีธุระก็คงไม่มีใครแวะมาหรอกค่ะ ถ้าไม่มีจุดประสงค์ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาสถานที่แบบนี้เลยสักนิด ทว่า บุคคลคนนั้นกำลังเดินตรงเข้ามาหาขนมปังที่พวกเราเตรียมไว้อย่างแน่นอนค่ะ――! 「หึหึ ดูเหมือนจะโผล่หัวออกมาแล้วสินะ……」 การสืบสวนนอกเครื่องแบบน่าจะจบลงเร็วกว่าที่คิดแฮะ คุณอันเนลอตเตพูดอวดดีอยู่ข้างๆ แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงแทนค่ะ เพราะว่าฉันวิ่งพรวดพราดออกไปจากพุ่มไม้ก่อนเธอ โดยไม่ได้เตรียมการอะไรไว้ล่วงหน้าเลยสักนิดค่ะ 「เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนสิเธอ? ทำอะไรของเธอเนี่ย――」 หน้าที่จับกุมมันไม่ใช่เซกเตอร์ของเธอสักหน่อยนะยะ! คุณอันเนลอตเตขยับตัวกุกกักวิ่งตามออกมาจากพุ่มไม้ช้ากว่าฉันหนึ่งก้าว ช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีนั้นสร้างระยะห่างที่ยากจะไล่ตามทัน ในขณะที่เธอทำตัวเงอะงะ ฉันก็ไปยืนอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ 「หวา…… มีขนมปังวางอยู่ตรงนี้ด้วยแฮะ……」 ฟู่วว สูดกลิ่นอายจากจมูกเข้าไปพลางทำท่าเคลิบเคลิ้ม ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่คนหนึ่งค่ะ ลองมาไล่ดูลักษณะเด่นกันนะคะ ผมยาวสีดำ บรรยากาศดูเรื่อยเปื่อย และสวมชุดนักเรียน――ซะที่ไหนล่ะคะ แหมๆ ลักษณะเด่นต่างจากคนร้ายที่ได้ยินมาเมื่อกี้ลิบลับเลยไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นตกลงแล้วเป็นใครกันแน่นะคะ? 「ฟู่วว…… ฮ้า กลิ่นหอมจังเลย…… อูฟุฟุ ได้มาเก็บขนมปังในที่แบบนี้เนี่ย…… วันนี้โชคดีจังเลยนะคะ」 ใช่แล้วค่ะ 「กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะอาจารย์ฟราน?」 อาจารย์ของฉันเองค่ะ 「เอ๊ะ」 อาจารย์ฟรานสะดุ้งโหยงเมื่อโดนทัก ก่อนจะหันมามองทางนี้ด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก 「อ-อะ อิเลนา? มาทำอะไรในที่แบบนี้เหรอคะ?」 อาจารย์ผู้ตะกละรีบเอาขนมปังที่เพิ่งเก็บได้ไปซ่อนไว้ข้างหลังทันทีค่ะ ………… 「เก็บของตกพื้นกินเหรอคะ?」 「เอ๊ะ? พูดเรื่องอะไรเหรอคะ?」 「เมื่อกี้เพิ่งเก็บขนมปังไปไม่ใช่เหรอคะ?」 「สะดุ้ง」 อาจารย์เบือนหน้าหนี 「พ-พูดเรื่องอะไรกันคะ……? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักนิด……」 「เปล่าค่ะอาจารย์ คือฉันเห็นหมดแล้วน่ะค่ะ」 「ห-เห็นหมดแล้ว ที่ว่านี่คือ?」 ฉันชี้มือไปทางข้างหลังพลางพูดว่า 「จากในพุ่มไม้ตรงนั้นค่ะ เห็นอาจารย์เก็บขนมปังไปเต็มๆ สองตาเลยล่ะค่ะ」 「…………」 เพราะงั้นมาทำเป็นไขสือตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ ฉันบอกไปแบบนั้น 「หิวข้าวขนาดนั้นเลยเหรอคะ」 「ไม่ใช่แบบนั้นนะคะอิเลนา คือว่านะเรื่องนั้นน่ะ」 「…………」 「อย่าส่งสายตาเหมือนมองสิ่งมีชีวิตที่น่าสมเพชแบบนั้นมาทางนี้สิคะ……」 ในขณะที่พวกเรากำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น คุณอันเนลอตเตก็วิ่งตามมาถึงค่ะ เธอถึงกับอึ้งไปเลยที่พบว่านอกจากคุณนานามะแล้ว ยังมีผู้ใหญ่ท่าทางแปลกๆ ที่โดนของกินตกพื้นล่อลวงอยู่อีกคนในโรงเรียนแห่งนี้ค่ะ 「โรงเรียนนี้มันยังไงกันเนี่ย……」 「คุณอันเนลอตเตคะ ในโรงเรียนนี้คนที่มีสติสมประกอบที่สุดก็คือฉันนี่แหละค่ะ」 เฮ้อ รอบตัวมีแต่คนแปลกๆ เต็มไปหมดจนเหนื่อยใจเลยนะคะ 「ฉันคิดว่าคนที่อยู่ท่ามกลางคนแปลกๆ อย่างเธอต่างหากที่เป็นคนแปลกที่สุดน่ะ」 「เอ๊ะ? พูดเรื่องอะไรน่ะคะ เดี๋ยวปัดเหนี่ยวเลยค่ะ」 「อยากโดนจับข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือไงย่ะ」 「แต่แย่จังเลยนะคะ เพราะในโรงเรียนมีคนท่าทางแปลกๆ เยอะเกินไป เลยตามรอยคนร้ายไม่ได้เลยสักนิดค่ะ……」 อืม ฉันทำท่าครุ่นคิดเหมือนมืออาชีพ ภาพลักษณ์ในตอนนั้นดูเหมือนคู่หูของเจ้าหน้าที่สืบสวนผู้มีความสามารถเลยล่ะค่ะ ท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจังช่างดูดีจริงๆ เลยนะคะ 「สุดท้ายแล้วแผนการที่ดูออกง่ายขนาดนี้มันใช้ไม่ได้ผลใช่ไหมล่ะคะ?」 จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการสืบสวนใหม่หรือเปล่าคะ? ฉันเอ่ยถาม ทว่าเธอส่ายหัวปฏิเสธค่ะ 「เปล่าหรอก แบบนี้แหละดีแล้ว การกระทำที่ดูออกง่ายขนาดนี้มันมีความหมายที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ต่างหาก」 「หมายความว่ายังไงคะ」 「ก่อนอื่นเลยนะคุณอิเลนา ลองคิดดูดีๆ สิ กับดักโง่ๆ แบบนี้จะมีผู้ใหญ่ที่ไหนมาติดกับกันเล่า」 「…………」 อาจารย์ฟรานที่อยู่ข้างๆ ฉันทำหน้าตาเศร้าสร้อยขึ้นมาทันทีเลยค่ะ 「ที่ฉันวางกับดักขนมปังในครั้งนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะล่อคนร้ายออกมาจริงๆ หรอก แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่ากำลังมีคนพยายามล่อคนร้ายออกมาต่างหากล่ะ」 「…………?」 หมายความว่ายังไงกันคะนั่น? เธออธิบายให้ฉันที่หัวช้าเข้าใจค่ะ 「ถ้าหากคนที่กำลังทำเรื่องไม่ดีแอบซ่อนตัวอยู่ในโรงเรียนนี้ละก็ เขาต้องอยากรู้แน่ๆ ว่าคนที่กำลังตามหาตัวเองอยู่กำลังเคลื่อนไหวแบบไหน」 ทั้งเดินถามข้อมูลไปทั่ว ทั้งลองเอาขนมปังมาวางไว้ที่สวนหย่อม――แล้วหลังจากนี้ คิดจะทำอะไรต่อกันแน่นะ? เธอพูดต่อว่า 「ถ้าฉันเป็นคนร้ายก็คงจะสนใจมากๆ เลยล่ะ ว่าการที่พวกเรามาพบกับอาจารย์ที่สวนหย่อมแบบนี้ พวกเรากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่กันแน่นะ」 สายตาของเธอส่งสัญญาณมาทางฉัน ที่มุมสวนหย่อม ด้านหลังจุดที่พวกเราเคยยืนอยู่เมื่อครู่นี้ ตรงนั้น มีเงาคนแอบอยู่ค่ะ 「……! คุณอันเนลอตเต……!」 「อืม นั่นแหละน่าจะเป็นคนร้ายตัวจริงล่ะนะ……」 สมกับเป็นตำรวจสืบสวนตัวจริงเสียงจริงเลยค่ะ ถึงภายนอกจะดูเหมือนมาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไร้สาระไปวันๆ กับฉัน แต่เธอกลับแอบวางตาข่ายล้อมจับคนร้ายไว้ได้อย่างรัดกุมและแนบเนียนทีเดียวเลยล่ะค่ะ และแล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นไปตามที่คำนวณไว้ คนร้ายที่ไม่ทราบตัวตนก็มาติดกับเข้าจนได้ค่ะ 「…………」 พวกเราจ้องเขม็งไปยังมุมมืด ตรงนั้น มีคนอยู่จริงๆ ด้วยค่ะ บุคคลน่าสงสัยที่กำลังจ้องมองพวกเราตาไม่กระพริบ…… 「อ๊ะ นั่นมัน……」 อาจารย์ฟรานกลืนน้ำลายเอื๊อก 「อา ไม่ผิดแน่ ยัยนั่นแหละ――」 คุณอันเนลอตเตชี้มือไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ใช่แล้วค่ะ ยัยนั่นแหละ ผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้นก็คือ น―― 「ท่านพี่คะ ท่านพี่……ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ คนนั้นเป็นใครกันคะ……? ทั้งๆ ที่มีดิฉันอยู่ทั้งคนแท้ๆ…… ท่านพี่……」 「…………」 「เอ๊ะ โทษทีนะ ยัยนั่นใครน่ะ」 「นั่นคือพริสซิลลาจัง รุ่นน้องของอิเลนาน่ะค่ะ」 อาจารย์ฟรานพูดไปพลางเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ ไปพลาง นักเรียนหญิงผมยาวสีทองที่สวมหมวกดูร้อนอบอ้าวโดยไม่สนใจว่าจะฤดูร้อนหรือฤดูหนาว พริสซิลลาจังกำลังจ้องเขม็งมาทางคุณอันเนลอตเตจากมุมมืดค่ะ 「น-นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์…… ยกโทษให้ไม่ได้ค่ะ……」 「รู้สึกเหมือนโดนแค้นเคืองแบบสุดๆ เลยแฮะ」 「เด็กคนนั้นนับถืออิเลนาในฐานะผู้มีพระคุณน่ะค่ะ」 อาจารย์ฟรานช่วยอธิบายให้ฟังค่ะ 「อย่างนั้นเองเหรอ」 เข้าใจละนะ คุณอันเนลอตเตพยักหน้าพลางทำท่าเข้าใจ ทว่าเธอก็ได้ตระหนักว่า คนที่มาติดตาข่ายล้อมจับที่เธออุตส่าห์กางไว้เนี่ย ไม่มีใครอื่นเลยนอกจากคนรู้จักของฉันทั้งนั้นค่ะ 「เธอมีรสนิยมชอบสะสมคนแปลกๆ หรือไงกันนะ」 「…………」 พูดอะไรไม่ออกเลยค่ะ…… เพราะพูดอะไรไม่ออก ฉันเลยได้แต่แอบบิขนมปังที่อาจารย์ฟรานถืออยู่มากินทีละนิดละหน่อยค่ะ 〇
「วันนี้เรื่องมันก็เป็นอย่างที่เล่ามานี่แหละค่ะ」 เฮ้อ ฉันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้พลางถอนหายใจออกมาคำโต คุณแม่เท้าคางพลางพูดว่า 「อืม」 เหมือนอย่างเคย ก่อนจะพูดต่อว่า 「สรุปก็คือ เพราะกินขนมปังเข้าไป มื้อเย็นก็เลยกินไม่ลงสินะคะ」 คุณแม่พูดพลางจ้องมองจานอาหารที่ยังเหลือเห็ดทิ้งไว้อยู่ค่ะ ก็จริงนะคะ 「เพราะกินขนมปังเข้าไปก็เลยอิ่มแปล้น่ะค่ะ……」 「กินเข้าไปซะ」 「ค่ะ」 โดนบังคับให้กินจนได้ค่ะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันเกลียดแท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมคุณแม่ถึงชอบแอบใส่เห็ดเข้ามาในอาหารเป็นประจำเลยนะคะ น่าลำบากใจจริงๆ ค่ะ 「โฮ่โฮ่」 ข้างๆ กันนั้น คุณไม้กวาดยอมรับเรื่องเหลือเชื่อที่ว่านักเรียนใหม่แท้จริงแล้วเป็นตำรวจสืบสวนได้อย่างง่ายดายค่ะ 「ที่วันนี้ดูยุ่งๆ ที่แท้ก็มีเรื่องราวแบบนี้เองหรอกเหรอคะ」 การได้ช่วยงานคุณตำรวจเนี่ยวิเศษสุดๆ ไปเลยค่ะ เธอเอ่ยปากชมยกใหญ่ ฮึ่มฮึม 「คุณแม่คะ ฉันเป็นประเภทที่ยิ่งชมยิ่งได้ใจนะคะ」 ฉันพูดพลางยื่นจานที่ว่างเปล่าสะอาดสะอ้านให้คุณแม่ดูค่ะ 「อะไรเหรอ? จะเติมอีกจานงั้นเหรอ?」 「ไม่ได้พูดเรื่องนั้นสักหน่อยค่ะ」 「จะว่าไปคุณอิเลนาคะ」 คุณไม้กวาดเอ่ยถามจากด้านข้าง 「แล้ว ผลจากการสืบสวนตลอดทั้งวัน ได้เบาะแสของคนร้ายบ้างไหมคะ?」 ไม่มีเลยค่ะ ไม่มีเลยสักนิด ได้แต่ยักไหล่เท่านั้นแหละค่ะ 「อย่างที่เล่าไปนั่นแหละค่ะ ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด เห็นว่ากำลังตามหาคนที่มีของอร่อยแปลกใหม่อย่างสไลม์อยู่ พอจะมีเบาะแสอะไรบ้างไหมคะ?」 「สไลม์ งั้นเหรอคะ……」 อืม? คุณไม้กวาดขมวดคิ้วมุ่น ดูเหมือนเธอเองก็นึกไม่ออกเหมือนกันค่ะ 「ถ้าเป็นของอร่อยแปลกใหม่ขนาดนั้น ในโรงเรียนก็น่าจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาไปแล้วแท้ๆ นะคะ」 เธอพึมพำออกมาแค่นั้น พอลองคิดดูดีๆ ข้อมูลที่ว่าคุณนานามะอยู่ในโรงเรียนนี้ ก็มีแค่คำให้การของเด็กหนุ่ม ม.ปลาย ที่บอกว่าเธอพูดแบบนั้นเอง เรื่องที่มีนักเรียนที่ครอบครองสไลม์อยู่จริงหรือเปล่า พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ 「จะว่าไปแล้ว เด็กตำรวจคนนั้นเป็นคนยังไงเหรอ?」 คุณแม่อยากรู้จังเลยน้าー คุณแม่พูดออกมาอย่างสบายอารมณ์ค่ะ 「เป็นตำรวจก็แสดงว่าบรรลุนิติภาวะแล้วใช่ไหม? บรรลุนิติภาวะแล้วแต่ต้องมาเนียนเป็นนักเรียนเนี่ย รู้สึกยังไงบ้างนะ ไม่รู้สึกอายบ้างหรือไงนะ」 「พูดประโยคนั้นออกมาได้เต็มปากเลยนะคะ」 คุณลืมเรื่องที่ตัวเองเคยทำไว้ในอดีตไปแล้วหรือไงคะ? 「แม่ไม่ได้เข้าไปนั่งเรียนหนังสือด้วยสักหน่อยนี่นา~」 ฉันว่ามันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกค่ะ 「พอดีวันนี้ฉันถ่ายรูปไว้เยอะแยะเลย จะดูไหมคะ?」 ฉันหยิบสมาร์ตโฟนออกมา พลางเลื่อนรูปภาพในโฟลเดอร์ให้ทั้งสองคนดูทีละภาพจากรูปภาพล่าสุดค่ะ รูปคุณอันเนลอตเตทำท่าทางหมดหนทางในยามเย็น รูปคุณอันเนลอตเตกำลังครุ่นคิดอยู่ข้างๆ ฉันกับอาจารย์ฟรานที่กำลังกินขนมปัง รูปคุณอันเนลอตเตทำท่าทางเขินอายเมื่อโดนบังคับให้หันมามองกล้องในระหว่างที่กำลังซุ่มมองอยู่ในสวนหย่อม ฉันเลื่อนรูปภาพเหล่านั้นให้ดูย้อนกลับไปในอดีตตามลำดับค่ะ 「อืม……」 เพราะถ่ายรูปไว้เยอะมากตามอารมณ์ในตอนนั้น ต่อให้เลื่อนรูปไปกี่ครั้ง เข็มนาฬิกาก็ยังไม่ยอมหมุนย้อนกลับไปง่ายๆ เลยค่ะ ตัวฉันเองก็ไม่ทันรู้ตัวเหมือนกันว่าวันนี้แอบตามถ่ายรูปเธออย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ ไม่รู้ทำไมถึงคิดว่าต้องบันทึกภาพของเธอเก็บไว้ในรูปถ่ายให้ได้น่ะนะคะ น่าแปลกจังเลยนะ ราวกับว่าในหัวสมองส่วนลึกกำลังคิดไปเองว่า เธออาจจะเลือนหายไปจากความทรงจำเหมือนกับหมอกควันยังไงยังงั้นแหละค่ะ 「……? คุณอิเลนาคะ」 หลังจากนั้นไม่นาน หลังจากที่ฉันโชว์รูปภาพบางส่วนให้ทั้งสองคนดูแล้ว คุณไม้กวาดก็ทำสีหน้าแปลกใจขึ้นมาค่ะ 「รู้สึกแปลกๆ ค่ะ」 「แปลกยังไงเหรอคะ?」 「ขอฉันยืมหน่อยได้ไหมคะ」 คุณไม้กวาดยื่นมือมา ฉันจึงวางสมาร์ตโฟนลงบนมือของเธอเบาๆ พอได้รับไป เธอก็เลื่อนรูปภาพย้อนกลับไปราวกับจะย้อนเวลากลับไปในอดีตค่ะ 「เมื่อกี้ตอนที่ดูรูปภาพ……ฉันพอจะรู้ว่าคนไหนคือคุณอันเนลอตเตนะคะ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ฉันไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลยค่ะ……」 รูปถ่ายใบหนึ่งตอนที่วางขนมปังไว้ที่สวนหย่อม คุณอันเนลอตเตทำท่าทางรังเกียจ เธอพูดพลางขยายภาพพื้นหลังของรูปนั้นขึ้นมาค่ะ แหมๆ? 「คุณพริสซิลลาเนี่ย ไม่เคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ?」 คนที่ทำสีหน้าเคียดแค้นอยู่ในรูปถ่ายก็คือคนรู้จักของฉันเองค่ะ คุณพริสซิลลาไงคะ เธอไม่ใช่คนน่าสงสัยอะไรหรอกนะคะ? ถึงคำพูดคำจาจะแปลกไปหน่อยก็เถอะ 「เปล่าค่ะคุณอิเลนา ไม่ใช่คนนี้ค่ะ――」 ข้างหลังคนนี้ต่างหากค่ะ เธอพูดพลางซูมภาพเข้าไปอีกค่ะ สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดนี่รองรับการซูมภาพได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ ค่ะ ภาพของคุณพริสซิลลาที่กำลังทำหน้าเคียดแค้น――ไปจนถึงด้านหลังของเธอ ถูกซูมให้เห็นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งเลยค่ะ 「…………?」 ในขณะเดียวกัน ฉันเองก็เริ่มทำสีหน้าแปลกใจขึ้นมาเหมือนกันค่ะ ด้านหลังของคุณพริสซิลลา――มีนักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งกำลังจ้องมองมาทางพวกเราอยู่ค่ะ ฉันเองก็ไม่ทันสังเกตเห็นเลยสักนิดค่ะ―― 「ไม่ใช่แค่รูปนี้รูปเดียวนะคะ」 คุณไม้กวาดพูดพลางเลื่อนรูปภาพก่อนหน้านั้น และรูปก่อนหน้านั้นขึ้นมาอีกค่ะ 「ดูเหมือนว่าเธอจะคอยจ้องมองคุณอิเลนาอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ」 「…………」 ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหนนะคะ แต่ทว่า ในรูปถ่ายมากมายที่ฉันถ่ายไว้ มีร่างของนักเรียนหญิงคนนั้นปรากฏอยู่จริงๆ ค่ะ 『ที่ฉันวางกับดักขนมปังในครั้งนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะล่อคนร้ายออกมาจริงๆ หรอก แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่ากำลังมีคนพยายามล่อคนร้ายออกมาต่างหากล่ะ』 คำพูดของคุณอันเนลอตเตผุดขึ้นมาในหัวของฉันทันทีค่ะ สุดท้ายแล้วในวันนี้ คนร้ายก็ไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเรา คนร้ายไม่ได้โผล่มา――ทว่า คนที่กำลังโดนคนร้ายไล่ตามอยู่ จะคิดยังไงนะเมื่อเห็นพวกเราพยายามจะล่อคนร้ายออกมาแบบนั้น 「หรือว่าคนคนนี้――」 ฉันจ้องมองรูปถ่ายนั้นตาไม่กระพริบ เด็กสาวร่างเล็กผมสีฟ้าที่กำลังจ้องมองมาทางนี้จากหลังต้นไม้ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ 「ค่ะ」 คุณไม้กวาดพยักหน้าราวกับอ่านใจฉันออกค่ะ 「เด็กคนนี้ ต้องเป็นนักเรียนหญิงที่สร้างสไลม์ขึ้นมาไม่ผิดแน่ค่ะ」 ต้องกำลังขอความช่วยเหลืออยู่แน่ๆ ค่ะ――เธอว่าอย่างนั้น ●
แย่แล้วสิ――นักเรียนไร้ชื่อพึมพำออกมา เธอชอบวิชาวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ตอนเรียนประถมแล้ว เพราะการเขย่าขวดฟลาสโกแล้วเปลี่ยนสีได้มันดูฉลาดและเท่ดีค่ะ ด้วยความสนใจแบบนั้น วิชาวิทยาศาสตร์จึงกลายเป็นวิชาที่เธอถนัดเมื่อเข้าเรียน ม.ต้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเข้าชมรมวิทยาศาสตร์เมื่อเข้าเรียน ม.ปลาย ค่ะ ในชมรมวิทยาศาสตร์ เธอคอยเขย่าขวดฟลาสโกเปลี่ยนสีเพื่อโชว์เหนืออยู่ทุกวัน บางครั้งก็โดนบังคับให้ทำวิทยานิพนธ์หรือนำเสนอผลงานทดลองเพื่อสร้างผลงานบ้าง แต่ส่วนใหญ่เธอไม่ได้สนใจหรอกค่ะ ขอแค่ได้เขย่าขวดฟลาสโกก็พอแล้ว ทว่าตรงข้ามกับความตั้งใจของเธอ เมื่อวันก่อนสไลม์ที่เธอสร้างขึ้นมาเล่นๆ ซึ่งขยับเขยื้อนได้เหมือนสิ่งมีชีวิตเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป ดันไปได้รับรางวัลเข้าซะได้ค่ะ ถึงจะเป็นของที่ทำขึ้นมาเล่นๆ แต่ดูเหมือนจะไปถูกใจพวกคนแก่ที่เป็นกรรมการเข้าล่ะมั้งคะ แหม แต่โดนชมก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกนะคะ เธอเลยยอมรับเกียรติบัตรมาแต่โดยดี จะว่าไปแล้วก็โดนหนังสือพิมพ์มาสัมภาษณ์ด้วยค่ะ เพราะไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษเลยจำได้ว่าตอบไปแบบส่งๆ ทว่าท่าทางที่ดูไม่สนใจอะไรเลยทั้งๆ ที่ได้รับรางวัลเนี่ย กลับทำให้เธอกลายเป็นเป้าสายตาในฐานะเด็กสาว ม.ปลาย ที่ดูผ่าเผยขึ้นมาอีกครั้งค่ะ เรื่องนี้เธอก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาดูเหมือนการทำแบบนั้นจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ 「เห็นในหนังสือพิมพ์น่ะ…… เห็นว่าเธอสร้างสไลม์ได้งั้นเหรอ?」 เรื่องเมื่อวันก่อนค่ะ ในขณะที่เธอกำลังเขย่าขวดฟลาสโกเปลี่ยนสีตามปกติในห้องเคมีหลังเลิกเรียน ก็มีแขกแปลกๆ มาเยือนค่ะ ผู้หญิงที่สวมชุดนักเรียนแต่กลับมีบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัวคนนั้น แนะนำตัวเองว่าชื่อนานามะ เห็นว่าเป็นแม่ครัวค่ะ เป็นนักเรียน ม.ปลาย แต่เป็นแม่ครัวงั้นเหรอคะ? 「อ๊ะ เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เป็นนักเรียน ม.ปลาย หรอกนะ」 「? หมายความว่ายังไงคะ?」 「แหม เรื่องหยุมหยิมช่างมันเถอะน่า」 「ไม่หยุมหยิมหรอกค่ะ」 「เรื่องนั้นช่างมันเถอะ สไลม์น่ะสไลม์」 นานามะเมินคำตบมุกของเธอ เป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมฟังคนอื่นเลยจริงๆ ค่ะ 「ช่วยเอาสไลม์ที่เธอสร้างขึ้นมาให้ฉันดูหน่อยสิ」 「ทำไมล่ะคะ?」 「เพราะอยากกินยังไงล่ะ」 「หา?」 อยากกิน? สไลม์เนี่ยนะ? ล้อเล่นหรือเปล่าคะเนี่ย? แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่เธอก็ชี้มือไปที่โต๊ะพลางพูดว่า 「ถ้าสไลม์ละก็อยู่ตรงนั้นค่ะ」 นานามะจ้องมองของเหลวสีดำเหนียวหนืดพลางพูดว่า 「ก่อนอื่นฉันจะกินสไลม์เข้าไปก่อนนะ? หลังจากนั้นเธอช่วยปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปทีนะ ฉันอยากรู้มากๆ เลยล่ะว่าตอนนั้นมันจะมีรสชาติยังไงน่ะ」 「ขอโทษนะคะ ไม่เข้าใจที่พูดเลยสักนิดค่ะ」 「ฟู่วว」 「อย่าดมสิคะ อย่าดมสไลม์นะ」 「กลิ่นหอมดีนะเนี่ย น่าอร่อยจริงๆ เลย」 「ไม่มีทางหรอกค่ะ」 มันน่าจะมีแต่กลิ่นของโพลีไวนิลแอลกอฮอล์กับน้ำประสานทองเท่านั้นแหละค่ะ ไม่สิ กลิ่นโพลีไวนิลแอลกอฮอล์กับน้ำประสานทองมันคืออะไรกันแน่คะเนี่ย 「ในพวกอาหารทะเลก็มีบ่อยๆ ใช่ไหมล่ะ การกินแบบสดๆ ดิ้นๆ น่ะ ฉันอยากจะลองทำแบบนั้นกับสไลม์ดูบ้างน่ะ」 「เดี๋ยวก่อนค่ะ ฟังที่พูดหน่อยสิคะ ของแบบนั้นมันไม่ใช่ของกินนะคะ」 「อ้ามมมมมมมม!」 「กรุณาฟังที่พูดด้วยค่ะ」 เปลี่ยนเป็นใช้คำสุภาพเลยค่ะ ผู้หญิงที่คุยไม่รู้เรื่องคนนั้นเริ่มเคี้ยวสไลม์ของเธอหนึบหนับไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม การคุยไม่รู้เรื่องขนาดนี้มันเกินกว่าคำว่าแปลกประหลาดไปจนกลายเป็นความน่ากลัวแล้วค่ะ 「เอาล่ะ! ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้ามาเลย!」 ฟูฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะพลางมีสไลม์สีดำทะมึนไหลย้อยออกมาจากปาก ภาพสไลม์สีดำที่ไหลย้อยออกมาจากปากช่างดูสยดสยองเหลือเกินค่ะ 「ฉันคิดว่าถ้าปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปมันจะอันตรายนะคะ」 「ฉันได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษแล้ว」 「ของแบบนั้นคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรจะอ้างขึ้นมาเองหรอกนะคะ」 「หนวกหูน่า! เอามานี่!」 ถ้าเธอไม่ทำฉันจะทำเอง คงอยากจะพูดแบบนั้นสินะคะ นานามะผลักเธอออกไป แล้วเอาสายไฟสีแดงและสีดำที่เตรียมไว้บนโต๊ะไปเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่ทันที (※เธอได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษค่ะ) 「เดี๋ย――」 เธอพยายามจะห้ามแต่ก็ช้าไปแล้วค่ะ ตอนที่ยื่นมือออกไป สไลม์ก็ขยับเขยื้อนดุ๊กดิ๊กอยู่ในปากของเธอเรียบร้อยแล้ว และพูดง่ายๆ ก็คือกระแสไฟฟ้าได้แล่นผ่านไปอย่างรุนแรงแล้วค่ะ 「อุเกเกเกเกเกเกเกเกเก้」 เด็กสาวในชุดนักเรียนล้มลงไปนอนกับพื้นพลางกรีดร้องเสียงหลงอย่างน่าเกลียดผิดกับเด็กสาววัยแรกรุ่น สิ่งที่ทำให้ชุดนักเรียนเปียกชุ่มคือของเหลวสีดำทะมึนหรือก็คือสไลม์นั่นเองค่ะ พื้นห้องค่อยๆ ย้อมไปด้วยสีดำ 「แย่จังเลยนะ」 ซวยแล้ว ตายหรือเปล่าเนี่ย? พอลองจับชีพจรดูพบว่ายังมีลมหายใจอยู่ค่ะ พอโล่งอกได้เปราะหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจทิ้งนานามะไว้ในห้องเคมีแล้วเดินทางกลับบ้านทันทีค่ะ เพราะไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยอีกแล้วนั่นเอง และนั่นคือตอนที่เธอเดินผ่านสวนหย่อมพอดีค่ะ 「ตำรวจ……งั้นเหรอ?」 เธอเผอิญได้ยินบทสนทนาของนักเรียนสองคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ในพุ่มไม้ตรงสวนหย่อมเข้าพอดีค่ะ คนหนึ่งเป็นตำรวจ ส่วนอีกคนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด เรื่องจริงงั้นเหรอคะ? ทั้งที่สวมชุดนักเรียนอยู่แต่เป็นตำรวจเนี่ยนะ? ไม่สิ แต่เมื่อกี้ก็เพิ่งเห็นไปหยกๆ นี่นา ร่างของคนเป็นผู้ใหญ่ที่อายุปานนี้แล้วแต่ยังสวมชุดนักเรียนทำตัวเข้าใจยากคนนั้น―― ทำไมตำรวจถึงมาอยู่ที่นี่? กำลังทำอะไรอยู่กันแน่นะ? เรื่องรายละเอียดจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะค่ะ ในเมื่อเธอทิ้งนานามะไว้ในห้องเคมีแบบนั้น เธอจึงอดไม่ได้ที่จะต้องระแวดระวังตัวไว้ก่อน เธอหมุนตัวกลับหลังหันแล้วตรงดิ่งกลับไปยังห้องเคมีทันทีค่ะ และที่นั่น เธอก็ได้เห็นสิ่งที่น่าตกใจเข้าค่ะ 「อะไรกัน……?」 ไม่มีอยู่แล้วค่ะ ร่างของนานามะที่ควรจะนอนล้มอยู่ตรงนั้น กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย 「นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย……?」 ไม่เข้าใจเลยสักนิด…… ยัยเด็กสาวที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนั้นหายตัวไปอย่างสะอาดสะอ้าน โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลยแม้แต่น้อยค่ะ 〇
「อย่างนี้นี่เอง……! เด็กคนนี้คือคนสร้างสไลม์สินะคะ……!」 เรื่องของวันต่อมาค่ะ ฉันรีบนำความจริงที่กระจ่างแจ้งจากเบาะแสการอนุมานอันยอดเยี่ยมของคุณไม้กวาดไปแบ่งปันให้คุณอันเนลอตเตฟังทันทีค่ะ เวลาหนึ่งวันเมื่อวานนี้ไม่ได้สูญเปล่าไปเฉยๆ แน่นอนค่ะ 「แล้ว ข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนคนนี้ล่ะ?」 「คุณอันเนลอตเตคะ ดีใจด้วยนะคะที่ฉันเป็นคนมีเพื่อนเยอะน่ะค่ะ」 「จู่ๆ พูดเรื่องอะไรน่ะ?」 「หลังจากที่ครอบครัวที่รักของฉันสืบจนรู้ตัวเด็กสาวที่สร้างสไลม์แล้ว ฉันก็ลองไปเดินถามพวกเพื่อนๆ คนรู้จักในโรงเรียนมาค่ะ เกี่ยวกับตัวเธอที่ไม่มีใครรู้จักชื่อ――เอาเป็นว่าขอเรียกว่า คุณสลาโกะ ละกันนะคะ เกี่ยวกับคุณสลาโกะคนนี้ค่ะ」 นี่ค่ะ ฉันพูดพลางยื่นสมาร์ตโฟนให้ดูค่ะ ในนั้นมีบันทึกการพูดคุยระหว่างฉันกับเพื่อนๆ คนรู้จักในโรงเรียนอยู่ทุกซอกทุกมุมเลยค่ะ 『คุณอิเลนา ครั้งนี้เล็งเด็กคนนี้อยู่เหรอ?』 『เอ๋ คุณอิเลนานี่แย่ที่สุดเลยค่ะ』 ………… แชตที่คุยกับเพื่อนร่วมชั้นเนี่ย ไม่ต้องให้ดูน่าจะดีกว่านะคะ สิ่งที่อยากให้ดูคืออันนี้ต่างหากค่ะ ฉันเปิดแชตอื่นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เป็นแชตที่คุยกับคุณมินา หนึ่งในเพื่อนคนรู้จักของฉันค่ะ 『อ๋อ เด็กคนนี้เองเหรอ รู้จักสิ เพื่อนร่วมชั้นน่ะ แต่อยู่คนละห้องกันนะ』 『ฮิ้ว สมกับเป็นคนรอบรู้จริงๆ เลยนะ』 『ขอบล็อกได้ไหม?』 『ขอโทษค่ะ』 『ถึงจะไม่รู้ชื่อก็เถอะ แต่จำได้ว่าเคยได้ยินมาว่าเธอชอบหมกตัวอยู่ในห้องเคมีตลอดเลยล่ะ ช่วงพักกลางวันก็น่าจะอยู่ในห้องเคมีเหมือนกันนะ』 ตามนั้นเลยค่ะ เพราะงั้นฉันกับคุณอันเนลอตเตจึงตัดสินใจรอจนถึงช่วงพักกลางวัน แล้วตรงดิ่งไปยังห้องเคมีทันทีค่ะ พอเป้าหมายชัดเจนแล้ว หลังจากนั้นก็ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ แค่ไปหาคุณสลาโกะผู้สร้างสไลม์ แล้วบอกเธอไปว่า 『ช่วงนี้เธอโดนผู้หญิงน่าสงสัยเล็งเล่นงานอยู่ใช่ไหมคะ?』 เท่านั้นเองค่ะ ถ้าทำแบบนั้นก็น่าจะจับตัวคุณนานามะได้ด้วย แหม ในที่สุดก็เห็นทางคลี่คลายคดีแล้วสินะคะ! ฉันกับคุณอันเนลอตเตเดินตรงไปยังห้องเคมีทันทีที่ถึงช่วงพักกลางวันด้วยความตื่นเต้นค่ะ 「สวัสดีค่ะ คุณสลาโกะจังอยู่ไหมเอ่ย」 ไม่สิ คิดว่าคงไม่ได้ชื่อสลาโกะหรอกมั้งคะ คุณอันเนลอตเตเปิดประตูพลางพูดติดตลกออกมาค่ะ เด็กสาวร่างเล็กผมสีฟ้า เด็กสาวที่พวกเราทึกทักเรียกเธอว่าคุณสลาโกะ อยู่ในห้องเคมีจริงๆ ตามคำบอกเล่าของคุณมินาเลยค่ะ 「…………!」 ดูเหมือนเธอจะตกใจมากที่พวกเราจู่ๆ ก็โผล่มาค่ะ เธอเบิกตากว้างพลางมองพวกเราสลับไปมาด้วยความเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง อา ต้องอธิบายให้เธอเข้าใจสินะคะ 「วางใจเถอะนะ พวกเราไม่ใช่คนน่าสงสัยหรอกค่ะ」 ไม่เป็นไรน้า ไม่ต้องกังวลนะ คุณอันเนลอตเตค่อยๆ ยื่นมือออกไปช้าๆ ราวกับกำลังหลอกล่อสัตว์ป่าให้เชื่องยังไงยังงั้นเลยค่ะ จะว่าไปแล้ว เคยเห็นสัตว์ป่าที่ยอมเชื่องง่ายๆ ในสถานการณ์แบบนี้บ้างไหมคะ? ฉันไม่เคยเห็นหรอกค่ะ ความระแวดระวังตัวน่ะไม่ได้คลายลงง่ายๆ ขนาดนั้นหรอกนะคะ 「……!」 เพราะงั้นแหละค่ะ คุณสลาโกะวิ่งผลักพวกเรากระเจิงราวกับกระต่ายตื่นตูม แล้วเตลิดหนีออกจากห้องเคมีไปทันทีค่ะ 「เอ๊ะ? เอ๊ะ? ด――ทำไมถึงหนีล่ะเนี่ย!」 คุณอันเนลอตเตหันกลับมามองด้วยความงุนงงช้าไปหนึ่งจังหวะค่ะ 「ก็จู่ๆ โผล่มาแล้วทำหน้าตาเหมือนรู้ไปซะทุกเรื่องแบบนั้น เป็นใครก็ต้องกลัวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ」 แถมพวกเรายังเป็นรุ่นพี่ด้วยนะคะ สำหรับเด็ก ม.ปลาย ปีหนึ่งแล้ว รุ่นพี่ถือเป็นตัวตนที่เข้าหาได้ยากนิดหน่อยน่ะค่ะ 「หรือว่า……จะโดนนานามะข่มขู่มางั้นเหรอ……!?」 「ก็บอกว่าแค่กลัวเฉยๆ ยังไงเล่าคะ」 「อย่าบอกนะว่า――โดนข่มขู่ประมาณว่า 『คุคุคุ…… คุณสลาโกะจ๋า…… ถ้าอยากได้สไลม์คืนละก็ คงรู้ใช่ไหมจ๊ะว่าต้องทำยังไง……?』 อะไรแบบนี้หรือเปล่านะ……!?」 「นี่คุณไม่ฟังที่ฉันพูดเลยใช่ไหมคะเนี่ย」 ก็บอกว่าปกติเธอก็แค่กลัวเฉยๆ นั่นแหละค่ะ น่าจะนะคะ ฉันวิ่งตามออกไปพลางทำหน้าเอือมระอา ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ในเมื่ออุตส่าห์ได้เบาะแสมาแล้ว จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาดค่ะ และแล้วในช่วงพักเที่ยง ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยหัวเราะร่าเริงใช้ช่วงเวลาอันแสนสงบสุขกันอยู่ มีเพียงพวกเราสองคนเท่านั้นที่ต้องวิ่งวุ่นวายไปทั่วโรงเรียนอย่างเอาเป็นเอาตายค่ะ ●
แย่แล้วสิ เรื่องเมื่อวานต้องโดนเห็นเข้าแล้วแน่ๆ ทั้งที่เธอแค่ต้องการใช้เวลาอย่างสงบสุขในห้องเคมีแท้ๆ แต่กลับโดนยัยผู้หญิงแปลกๆ เข้ามาพัวพัน แถมตอนนี้ยังโดนตำรวจไล่ตามอีกต่างหาก นักเรียนไร้ชื่ออย่างสลาโกะได้แต่สาปแช่งความโชคร้ายของตัวเองพลางวิ่งหนีการตามล่าของคนทั้งสองต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต เธอวิ่งผ่านอาจารย์ที่คอยตะโกนประโยคเดิมๆ อย่าง 「ห้ามวิ่งบนระเบียงทางเดินนะ」 พลางหลบเลี่ยงสายตาอยากรู้อยากเห็นของพวกนักเรียน แล้ววิ่งต่อไปเรื่อยๆ อย่างสุดกำลังค่ะ 「เดี๋ยวก่อน! ฟังที่ฉันพูดก่อนสิ!」 ผู้หญิงผมสีเขียวตะโกนบอก โดนพูดใส่แบบนั้นใครจะไปยอมหยุดกันเล่าคะ 「คุณสลาโกะคะー รอด้วยค่าー」 ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วสลาโกะนี่มันใครกันแน่คะเนี่ย สลาโกะวิ่งหนีต่อไปพลางทำหน้าตางุนงง เธอไม่ได้วิ่งหนีไปทั่วโรงเรียนอย่างไร้จุดหมายหรอกนะคะ สำหรับสลาโกะที่ชอบอยู่คนเดียวแล้ว เธอยังมีสถานที่พิเศษเก็บซ่อนไว้อีกแห่งหนึ่งค่ะ ถ้าลองสำรวจดูทั่วโรงเรียนดีๆ จะพบว่ามีสถานที่ที่ไม่มีคนแวะเวียนไปอยู่สองสามแห่งอย่างน่าประหลาดใจค่ะ สลาโกะวิ่งขึ้นบันไดไปจนถึงสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งในนั้นค่ะ ดาดฟ้าที่ในอนิเมะหรือมังงะสมัยก่อนสามารถเข้าไปได้ง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงเพื่อความปลอดภัย โรงเรียนส่วนใหญ่จึงมักจะสั่งห้ามเข้าค่ะ ทว่าพูดอีกอย่างก็คือ บันไดทางขึ้นและชานพักบันไดก่อนถึงดาดฟ้า ก็จะกลายเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาเลยเช่นกันค่ะ เวลาที่ห้องเคมีโดนใช้งาน เธอก็มักจะแวะมาที่นี่เสมอค่ะ ถึงจะแคบแต่ก็เป็นสถานที่ที่ดีในการอยู่คนเดียวค่ะ 「ฟู่……」 ถ้ามาถึงตรงนี้ก็น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ สลาโกะแอบซ่อนตัวอยู่หลังมุมบันไดค่ะ 「โอ๊ะ? อะไรน่ะ? แขกงั้นเหรอ」 เสียงหนึ่งดังขึ้นทันทีหลังจากนั้นค่ะ 「หา? ใครน่ะ? ที่นี่มันที่ของฉันนะ?」 สลาโกะส่งสายตาเป็นอริกลับไปทันทีค่ะ 「…………」 พร้อมกับต้องอ้าปากค้างพูดไม่ออกในเวลาต่อมาค่ะ 「หึหึ แอบมาเล็งสถานที่แบบนี้ไว้เนี่ย แสดงว่าเธอเองก็เป็นเด็กผู้หญิงประเภทที่มีเรื่องปิดบังซ่อนเร้นอยู่สินะคะ? ฉันเข้าใจดีเลยล่ะ เพราะฉันเองก็เหมือนกันยังไงล่ะ」 ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ! ทั้งที่แอบซ่อนตัวอยู่แท้ๆ แต่กลับหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างเปล่าประโยชน์ ผู้หญิงน่าสงสัยที่เจอเมื่อวานนี้ คุณนานามะนั่นเองค่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันนะ…… 「อะไรกัน? ทำหน้าเหมือนเห็นผีไปได้」 「เปล่าค่ะ……」 「แต่มาได้จังหวะพอดีเลย ความจริงแล้วฉันมีเรื่องที่อยากจะลองทดสอบดูหน่อยน่ะ แต่ถ้าทำคนเดียวมันก็ค่อนข้างจะกังวลนิดหน่อย ช่วยฉันหน่อยสิ」 นานามะพูดขึ้นมาดื้อๆ พลางหยิบของเหลวสีดำทะมึนออกมา มันคือสไลม์นั่นเองค่ะ แถมยังมีแบตเตอรี่ด้วยนะคะ หา? 「จำรายละเอียดไม่ค่อยได้หรอกนะ แต่ดูเหมือนเมื่อวานหลังจากกินสไลม์ไฟฟ้าในห้องเคมีแล้วจะหมดสติไปน่ะ พอตื่นขึ้นมาอีกทีตัวก็จมอยู่ในของเหลวเหนียวหนืดไปหมดแล้วล่ะ」 นานามะเล่าให้ฟังค่ะ เรื่องราวหลังจากนั้นจำไม่ได้เลย แต่ดูเหมือนจะกินสไลม์เข้าไปแล้วหมดสติไปจริงๆ สินะคะ 「หลังจากตื่นขึ้นมาในสภาพที่เต็มไปด้วยสไลม์ ฉันก็จัดการเคลียร์สไลม์ไฟฟ้าแล้วกลับมาที่นี่น่ะ…… แต่ยังไงมันก็คาใจอยู่ดี กลิ่นอายของสไลม์ไฟฟ้าน่ะนะ」 「ไม่ใช่ค่ะ ของแบบนั้นมันกินไม่ได้นะคะ――」 「การที่ความทรงจำของฉันขาดหายไป แสดงว่ามันต้องเป็นของอร่อยระดับขึ้นสวรรค์แน่ๆ จริงไหมล่ะ?」 「ฟังที่พูดหน่อยสิคะ」 「เพราะงั้นตั้งแต่นี้ไปฉันจะกินสไลม์ไฟฟ้าล่ะนะ เธอช่วยคอยดูอยู่ตรงหน้าทีสิ ถ้าเกิดฉันหมดสติไปอีก ก็ช่วยปลุกให้ตื่นดีๆ หน่อยละกันนะ」 「เดี๋ยวก่อนค่ะ ฟังที่พูดหน่อยสิคะ ของแบบนั้นมันไม่ใช่ของกินนะคะ」 「อ้ามมมมมมมม!」 「กรุณาฟังที่พูดด้วยค่ะ」 ดำเนินเรื่องเหมือนเมื่อวานเป๊ะเลยไม่ใช่หรือไงคะเนี่ย…… ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสลาโกะ นานามะก็กัดสไลม์สีดำเข้าไปคำโตแล้วค่ะ (※เธอได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษค่ะ) แล้วเธอก็เอาสายไฟจากแบตเตอรี่มาเชื่อมต่อกับสไลม์โดยไม่เว้นจังหวะเลยค่ะ 「อุเกเกเกเกเกเกเกเกเก้」 โดยไม่ฟังคำทัดทาน วันนี้เธอก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าร่างกายจนล้มพับไปอีกครั้งค่ะ ของเหลวสีดำเหนียวหนืดค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วชานพักบันไดก่อนถึงดาดฟ้าค่ะ เสียงกรีดร้องเมื่อกี้มันอะไรน่ะ? ทางนี้ค่ะ――เสียงของคุณตำรวจกับผู้ช่วยคนนั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้วค่ะ 「…………」 อะไรกันเนี่ย? เธอรู้สึกอยากจะโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้วค่ะ 〇 「นี่มันสถานการณ์อะไรกันคะเนี่ย」 หวา ฉันทำหน้าบูดบึ้งพลางจ้องมองภาพเหตุการณ์ที่ดูสยดสยองตรงหน้าค่ะ
คุณนานามะนอนล้มพับอยู่ท่ามกลางของเหลวสีดำเหนียวหนืด โดยมีคุณสลาโกะคอยประคองร่างของเธอไว้ค่ะ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่คะเนี่ย……? ไม่ใช่สิ จะว่าไปแล้ว 「เจอตัวแล้วนะคะคุณนานามะ」 เห็นบอกว่ากบดานอยู่ในโรงเรียน――ดูเหมือนจะใช้พื้นที่ก่อนถึงดาดฟ้าให้เป็นประโยชน์สินะคะ ในพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างขวางตรงนั้น มีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอวางกองอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ พื้นที่ก่อนถึงดาดฟ้าน่ะปกติไม่มีใครคิดจะเดินขึ้นมาหรอกค่ะ และไม่มีใครคิดจะมองขึ้นมาบนบันไดด้วยซ้ำ ดูเหมือนปกติเธอจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ซ่อนตัวอย่างมีประสิทธิภาพสินะคะ แล้วก็ 「ทำไมเธอถึงนอนล้มพับอยู่แบบนั้นล่ะคะ……?」 ไม่เข้าใจเลยสักนิดค่ะ 「อะไรกันคะ? หรือว่าจริงๆ แล้วบอสใหญ่ตัวจริงก็คือคุณสลาโกะงั้นเหรอคะเนี่ย?」 มันเป็นความคิดแวบแรกหลังจากประเมินสถานการณ์ตรงหน้าในตอนนั้นค่ะ เป็นแบบนั้นจริงเหรอคะ? ฉันส่งสายตาจ้องจับผิดไปทางเธอ คุณสลาโกะสะดุ้งโหยงทันทีค่ะ ก่อนที่เธอจะอุ้มร่างของคุณนานามะขึ้นมาแล้วพูดออกมาคำหนึ่งค่ะ 「ไม่ใช่ซะหน่อย…… ฉันคือคนร้าย, ต่างหากล่ะ……」 หัวของคุณนานามะสั่นกุกๆๆ ไปมาอย่างไร้ประโยชน์ค่ะ ………… กำลังเล่นพากย์เสียงหุ่นกระบอกโดยใช้ร่างของคุณนานามะที่หมดสติอยู่สินะคะ…… 「! ที่แท้ตัวการใหญ่ก็คือคุณนานามะจริงๆ ด้วยสินะ……!」 คุณตำรวจที่อยู่ข้างๆ ฉันพูดอะไรบางอย่างออกมาค่ะ 「ใช่แล้วล่ะ! ตัวการใหญ่ก็คือ, ฉันเองยังไงล่ะ!」 「อิเลนา! ที่แท้คุณนานามะก็ข่มขู่เด็กคนนั้นจริงๆ ด้วยสินะ」 เห็นไหมล่ะ! เธอพูดพลางทำหน้าตาภาคภูมิใจอย่างไร้ประโยชน์ค่ะ 「ฉันคิดว่าคุณน่าจะลาออกจากตำรวจดีกว่านะคะ」 หรือไม่ก็ ตอนนี้เธออาจจะกำลังเหนื่อยล้าอยู่ล่ะมั้งคะ พอลองคิดดูดีๆ การที่ผู้ใหญ่อายุอานามปานนี้ต้องมาฝืนทำตัวเป็นเด็ก ม.ปลาย เพื่อใช้ชีวิตเนี่ย มันก็ไม่ใช่เรื่องปกติอยู่แล้วนี่นะคะ ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นคุณนานามะกับเธอถึงได้มาเจอกันได้ 「คือว่า คุณสลาโกะคะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณหรอกค่ะ」 คุยกันก็น่าจะเข้าใจค่ะ ฉันค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ทีละนิดพลางพูดอย่างอ่อนโยน 「พวกเราไม่ได้เล็งเล่นงานคุณหรอกค่ะ คนที่มีธุระด้วยคือคนคนนั้นต่างหากค่ะ」 ฉันยื่นมือออกไป 「แง่ง!」 เพียะ! โดนมือที่เปื้อนสไลม์ตบเข้าให้เต็มรักเลยค่ะ ………… 「อึก ช่างเป็นอาชญากรที่โหดร้ายอะไรอย่างนี้……!」 คุณอันเนลอตเตที่อยู่ข้างๆ พูดอะไรบางอย่างออกมาค่ะ เด็ก ม.ปลาย ที่ทำท่าทางเหมือนสัตว์ป่าพลางประคองร่างของหญิงสาววัยผู้ใหญ่ที่สวมชุดนักเรียนเปื้อนสไลม์ ส่วนคนที่เผชิญหน้าอยู่คือตำรวจสืบสวนในชุดนักเรียน ไม่เข้าใจสถานการณ์นี้เลยสักนิดเดียวค่ะ…… 「แหมคุณอิเลนา โดนปฏิเสธแค่ครั้งเดียวถึงกับถอดใจเลยเหรอคะ?」 「เปล่าค่ะ ไม่ได้ถอดใจอะไรแบบนั้นสักหน่อยค่ะ」 เช็ดๆ 「อืม ช่วยหยุดเอาสไลม์ที่ติดมือมาเช็ดกับชุดนักเรียนของฉันทีเถอะนะ」 เช็ดๆ 「ไม่ได้เช็ดสักหน่อยค่ะ?」 เห็นไหมคะ มือของฉันไม่มีสไลม์ติดอยู่เลยสักนิดใช่ไหมล่ะคะ 「ก็มันเช็ดเสร็จไปแล้วน่ะสิคะ มันก็ต้องเป็นงั้นอยู่แล้วสิ」 「แหม ก็แค่ชุดที่ยืมมา เปื้อนนิดเปื้อนหน่อยจะเป็นไรไปคะ」 「เพราะเป็นชุดที่ยืมมาต่างหากล่ะคะถึงยิ่งไม่ได้น่ะ……」 เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ 「คุณอันเนลอตเตคะ เวลาแบบนี้ปกติทางตำรวจเขาจัดการกันยังไงเหรอคะ?」 「ก็ต้องจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นตระหนกยังไงล่ะคะ นี่แหละคือวิธีที่ดีที่สุด」 เธอพูดพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจค่ะ 「ช่วยลองทำให้ดูหน่อยได้ไหมคะ?」 「ช่วยไม่ได้น้า」 คุณอันเนลอตเตทำท่าทางเหมือนไม่เต็มใจแต่จริงๆ แอบดีใจอยู่ค่ะ แล้วเธอก็รีบหยิบของลักษณะเป็นแท่งสีขาวออกมาจากอกเสื้อทันทีค่ะ ตกลงแล้วสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่นะคะ? 「เอาล่ะ คุณสลาโกะจัง เห็นเจ้านี่ไหมเอ่ยー?」 กระดูกค่ะ ไอ้กระดูกที่เอาไว้ให้สุนัขแทะนั่นแหละค่ะ หยิบของแบบนั้นออกมาจะทำอะไรกันคะ? คงไม่ได้คิดจะโยนไปหรอกใช่ไหมคะ? เป็นใครก็ต้องสงสัยแบบนั้นอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ แก๊ง, แก๊ง―― ทันทีที่ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เสียงอันว่างเปล่าก็ดังสะท้อนไปทั่วระเบียงทางเดินเรียบร้อยแล้วค่ะ ………… 「แปลกจังแฮะ วันก่อนตอนที่เจอสุนัขหลงทาง ฉันยังใช้เจ้านี่จับมันได้อยู่เลยแท้ๆ นะ」 「ฉันว่าคุณลาออกจากตำรวจดีกว่าจริงๆ ค่ะ」 เสียมารยาทจังเลยนะ! คุณอันเนลอตเตเบิกตากว้างพลางทำท่าทางฮึดฮัดใส่ค่ะ 「นอกจากกระดูกแล้วไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอคะ」 「นี่เธอ เอาแต่ขอร้องคนอื่นแบบนี้ ทำไมไม่ลองหยิบอะไรของตัวเองออกมาบ้างล่ะคะ?」 「ฉันไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบคดีนี้สักหน่อยนะคะ」 ฉันพูดพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้ออย่างเอือมระอา มีอะไรอยู่บ้างไหมนะ ฉันลองค้นกุกกักดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ค่ะ 「จะว่าไปแล้ว ฉันแอบใส่ขนมปังมื้อเช้าไว้ในนี้ด้วยนี่นา」 ฉันดึงขนมปังฝรั่งเศสยาวเฟื้อยออกมาจากกระเป๋าค่ะ 「กระเป๋าเสื้อของเธอเนี่ยมันเชื่อมต่อกับอะไรกันแน่นะ」 「ใช้เจ้านี่ก็ได้นะคะ」 「เอ่อ คือว่านะ เอ๊ะ? อืม…… แต่รู้สึกมันอุ่นๆ แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้สิคะ……」 เพราะเก็บไว้ใกล้ชิดกับร่างกายมาตลอด มันเลยถูกห่อหุ้มไปด้วยความอบอุ่นแปลกๆ ค่ะ 「ฉันคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็เลยอุ่นเตรียมไว้ให้น่ะค่ะ」 「เป็นคำโกหกเฉพาะหน้าที่สุดยอดไปเลยนะนั่น」 「เห็นเขาว่าท่านฮิเดโยชิในอดีตก็เคยใช้วิธีนี้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้เหมือนกันนะคะ」 「มันเป็นวิกฤตขนาดนั้นเลยเหรอคะเนี่ย」 เอาเถอะ ช่างมันแล้วกัน…… คุณอันเนลอตเตทำท่าทางยอมแพ้พลางยื่นขนมปังฝรั่งเศสที่ได้รับจากฉันส่งให้คุณสลาโกะอย่างระมัดระวังค่ะ การจะทำให้สัตว์ป่าเชื่อง วิธีที่ดีที่สุดคือการให้อาหาร การจะทำให้ความสัมพันธ์ราบรื่น วิธีที่ดีที่สุดคือการร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันค่ะ อาหารการกินมักจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่ดีในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันเสมอมาค่ะ ในวันนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ ความจริงข้อนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยค่ะ 「ฟู่วว……」 อะไรทำนองนั้นค่ะ มีเสียงดังขึ้นมาราวกับลูกโป่งที่ลมรั่วเลยค่ะ เสียงอะไรกันแน่นะคะ? พวกเราต่างพากันสงสัย แต่ต้นตอของเสียงนั้นก็กระจ่างแจ้งในทันทีค่ะ จากในอ้อมแขนของคุณสลาโกะ 「กลิ่นนี้มัน ขนมปังฝรั่งเศสจากร้านขนมปังตรงบล็อกสามใช่ไหมคะ? เป็นกลิ่นหอมที่ผสมผสานระหว่างแป้งสาลีในประเทศยี่สิบเปอร์เซ็นต์กับแป้งสาลีนำเข้าได้อย่างลงตัวดีจริงๆ วิเศษมากค่ะ」 คุณนานามะที่ควรจะหมดสติอยู่ จู่ๆ ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาพูดจาฉะฉานทันทีเลยค่ะ ในขณะที่พวกเราสามคนยืนอึ้งมองดูอยู่ เธอก็รัวคำพูดออกมาอย่างรวดเร็วค่ะ 「อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? จำได้ว่าฉันกำลังจะกินสไลม์ไฟฟ้าอยู่แท้ๆ……」 ในละครสืบสวนมักจะบอกว่า ทันทีที่รู้ตัวคนร้าย คนร้ายมักจะกลายเป็นคนพูดมากทันทีเลยใช่ไหมล่ะคะ นั่นคือคำพูดตอนที่ฉันลองถามคุณอันเนลอตเตเกี่ยวกับเกร็ดความรู้ของตำรวจว่า 「เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นบ่อยไหมคะ?」 ซึ่งเธอบอกว่า 「บ่อยสุดๆ เลยล่ะ」 ค่ะ อาจจะเป็นเพราะความคิดแปลกๆ ของพวกเขาไม่เคยได้รับการยอมรับจากคนอื่นจนกระทั่งถึงตอนนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนใหญ่เป็นคนชอบพูดอยู่แล้วช่างมันเถอะค่ะ เอาเป็นว่าส่วนใหญ่เป็นพวกอยากพูดอยากระบายทั้งนั้นเลยค่ะ 「คนที่ทำเรื่องแปลกๆ ส่วนใหญ่มักจะมีความคิดที่สับสนปนเปอยู่ข้างในล่ะมั้งคะ เลยต้องพูดความคิดของตัวเองออกมาเพื่อเรียบเรียงมันใหม่น่ะค่ะ」 อะไรทำนองนั้นค่ะ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ช่างเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ 「จะว่าไปแล้ว ถ้าเอาสไลม์ไฟฟ้ามาวางบนขนมปังเนี่ยจะเป็นยังไงนะ? ขนมปังสไลม์งั้นเหรอ…… น่าจะไหวนะ ลองดูดีไหมนะ? แต่ก่อนหน้านั้นอยากจะขอลองชิมรสชาติของสไลม์ไฟฟ้าดูอีกที――เอ๊ะ? อะไรน่ะ? เธอเป็นใครกันน่ะ? เดี๋ยวสิทำไมต้องมาจับแขนฉันด้วยล่ะ จับกุม? หา? ฉันทำอะไรผิด――เอ๊ะ? บุกรุกเคหสถาน?」 แก๊ง แล้วคุณนานามะก็โดนสวมกุญแจมือเรียบร้อยค่ะ 「เอ๊ะ? ทำไมล่ะคะ?」 คุณนานามะทำหน้างุนงงสงสัยค่ะ 「โฮ่โฮ่ ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสินะคะว่าตัวเองทำความผิดอะไรไว้」 เพราะงั้นแหละค่ะ 「ช่วยบอกเธอทีค่ะคุณอันเนลอตเต」 ฉันยกประโยคเด็ดของตัวเอกในครั้งนี้ให้เธอพูดค่ะ เหตุผลที่คุณโดนจับกุม มีเพียงข้อเดียวเท่านั้นค่ะ―― 「ก็เพราะว่าไม่ใช่เด็ก ม.ปลาย แต่กลับมาเนียนแต่งชุด ม.ปลาย ยังไงเล่าย่ะ」 ………… อย่างนี้นี่เองค่ะ 「คุณอันเนลอตเตคะ มีกุญแจมือเหลืออีกอันไหมคะ?」 「ของฉันไม่ต้องย่ะ!」 〇
มาเล่าเรื่องราวหลังจากนั้นกันดีกว่าค่ะ 「ขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการสืบสวนนะคะ!」 ณ หน้าสถานีตำรวจ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำท่าทำทางวันทยหัตถ์ให้ฉันอย่างเป็นทางการค่ะ เธอคือคุณตำรวจสืบสวน หรือก็คือคุณอันเนลอตเตที่คอยวิ่งวุ่นไปทั่วโรงเรียนกับฉันตลอดสองวันเพื่อจับกุมคุณนานามะนั่นเองค่ะ วันนี้เธออยู่ในชุดสูท ดูแปลกตาไปอีกแบบนะคะ แต่สำหรับเธอแล้วนี่คงจะเป็นชุดทำงานตามปกติของเธอสินะคะ 「คุณเป็นตำรวจจริงๆ ด้วยสินะคะเนี่ย」 「นี่ๆ ช่วยสำรวมคำพูดหน่อยเถอะน่า」 ผลจากความร่วมมือในการสืบสวนของฉัน ทำให้คุณนานามะโดนจับกุมได้อย่างปลอดภัยค่ะ และเพราะช่วยขับไล่คนไม่ดีออกไปจากโรงเรียน ฉันจึงได้รับการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติตามระเบียบค่ะ แหม เขินจังเลยนะคะ แต่ทว่า สิ่งที่ได้รับจากคุณอันเนลอตเต กลับมีเพียงแค่เกียรติบัตรใบเดียวเท่านั้นค่ะ 「ของตอบแทนน้อยจังเลยนะคะ」 นึกว่าจะได้รับโล่รางวัลที่ดูดีกว่านี้สักหน่อยซะอีกค่ะ? 「สำรวมคำพูดหน่อยเถอะน่า」 เฮ้อ คุณอันเนลอตเตยักไหล่อย่างเอือมระอา เธอบอกว่าเหตุผลที่ของตอบแทนมันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น ทั้งหมดเป็นเพราะตัวคุณนานามะที่โดนจับกุมต่างหากค่ะ 「น่าเสียดายที่ดูเหมือนนานามะจะไม่ใช่คนร้ายคดีอุกฉกรรจ์ที่พวกเรากำลังตามล่าอยู่น่ะสิ」 คุณอันเนลอตเตถอนหายใจออกมาคำโตอย่างโอเวอร์ค่ะ เดิมที เหตุผลหลักที่ต้องตามล่าคุณนานามะ ก็เพราะเธอต้องสงสัยว่าเป็นตัวการหลักในคดียาเสพติดอุกฉกรรจ์ค่ะ 「เพราะงั้นฉันถึงต้องอุตส่าห์ฝืนแต่งคอสเพลย์เป็นเด็ก ม.ปลาย ที่ไม่ได้อยากทำเลยสักนิดเพื่อแอบเข้าไปในโรงเรียนแท้ๆ……」 แต่ผลจากการสอบปากคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงที่ปรากฏออกมาคือ คุณนานามะเป็นแค่คนธรรมดาๆ ทั่วไปที่มีพฤติกรรมคำพูดคำจาแปลกประหลาดสุดๆ เท่านั้นเองค่ะ 「ทั้งที่เป็นคนเพี้ยนหลุดโลกขนาดนั้น แต่กลับไม่มีประวัติอาชญากรรมเลยสักนิดเนี่ยนะ……」 ถึงครั้งนี้จะโดนตำรวจจับข้อหาบุกรุกเคหสถานก็เถอะค่ะ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีส่วนไหนที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลย สุดท้ายหลังจากโดนควบคุมตัวอยู่พักหนึ่ง เธอก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาอย่างรวดเร็วค่ะ 「แต่ก็เป็นคนแปลกจริงๆ นั่นแหละนะคะ」 การแอบเข้าไปในโรงเรียน ม.ปลาย เพื่อกินสไลม์เนี่ย เป็นเรื่องที่คนสติสมประกอบเขาไม่ทำกันหรอกค่ะ 「จะว่าไปแล้ว จากการสอบปากคำเห็นบอกว่าปกติเธอเปิดร้านอาหารที่เสิร์ฟพวกอาหารแปลกๆ อยู่น่ะนะ」 「อ๋อ……」 ถึงว่าล่ะค่ะ ถึงได้ชอบกินของแปลกๆ…… พวกเราพูดคุยข้อมูลเหล่านั้นพลางเดินเล่นไปตามหน้าสถานีตำรวจอย่างสบายอารมณ์ค่ะ 「ถึงจะจ่ายค่าตอบแทนให้ไม่ได้ แต่ในฐานะเพื่อน ฉันเลี้ยงข้าวสักมื้อก็แล้วกันนะ」 ด้วยข้อเสนอของเธอ พวกเราจึงได้มาทานมื้อเที่ยงด้วยกันในวันหยุดค่ะ ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดหรอกนะคะ แต่ในฐานะตำรวจแล้ว สิ่งที่ทำได้กับสิ่งที่ทำไม่ได้คงจะถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจนเกินไปล่ะมั้งคะ 「ถ้ามอบโล่รางวัลให้ได้ก็คงดีหรอกนะー」 ดูเหมือนจะมีกฎระเบียบยุ่งยากเต็มไปหมดเลยล่ะ คุณอันเนลอตเตยักไหล่อยู่ข้างๆ ฉันค่ะ เธอในชุดสูทดูอึดอัดกว่าตอนที่เห็นในชุดนักเรียนนิดหน่อยเลยนะคะ ฉันพูดกับเธอด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องของคนอื่นค่ะ 「เป็นผู้ใหญ่นี่เหนื่อยแย่เลยนะคะ」 「แต่ก็สนุกดีนะ」 「สนุกตรงไหนเหรอคะ?」 「ตรงที่ได้เลี้ยงข้าวเด็ก ม.ปลาย ถังแตก พลางทำหน้าตาภาคภูมิใจว่า 『ฉันกินของแบบนี้ได้ทุกวันเลยนะจะบอกให้?』 ยังไงล่ะคะ」 「มาหาความสนุกจากเรื่องแบบนั้นเนี่ย ฉันก็ลำบากใจนะคะ……」 ไม่ใช่สิ นั่นเป็นคำพูดที่ควรพูดกับคนที่จะร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันตั้งแต่นี้ไปงั้นเหรอคะ 「แล้ว จะเลี้ยงอะไรฉันเหรอคะ?」 「เห็นว่าช่วงนี้แถวๆ สถานีตำรวจมีร้านอาหารที่เปิดโดยส่วนตัวมาเปิดใหม่อยู่น่ะ」 ลองไปที่นั่นกันดูไหมล่ะ เธอพูดพลางชี้มือไปทางนั้นค่ะ เป็นร้านเล็กๆ ตรงหัวมุมถนน มีป้ายร้านเล็กๆ ติดอยู่ตรงประตูร้านเท่านั้นเองค่ะ ดูเหมือนจะเปิดโดยเจ้าของร้านที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง พอมองจากระยะไกลแล้วดูเหมือนบ้านคนธรรมดาๆ ทั่วไปเลยล่ะค่ะ 「เด็ก ม.ปลาย ที่รู้จักแต่ร้านแฟมิลี่เรสเตอรองต์คงไม่กล้าเข้าร้านแบบนี้หรอกใช่ไหมล่ะ」 「ทำหน้าตาภาคภูมิใจอีกแล้ว……」 แหม สำหรับเด็กสาววัยรุ่นแล้ว ร้านแบบนี้มันก็ค่อนข้างจะเข้ายากจริงๆ นั่นแหละค่ะ ฉันยักไหล่พลางเดินตามคุณอันเนลอตเตเข้าไปค่ะ เมื่อไปถึงหน้าร้าน เธอเปิดประตูเข้าไปก็มีเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊ง ภายในร้านมีบรรยากาศทันสมัยราวกับร้านกาแฟสมัยก่อน มีเสียงอันอ่อนโยนเอ่ยต้อนรับว่า 「ยินดีต้อนรับค่ะ」 จะว่าไปแล้วฉันยังไม่ได้ถามเลยนะคะ ที่นี่เป็นร้านขายอาหารประเภทไหนกันแน่คะ? คุณอันเนลอตเตคะ? ฉันกำลังจะหันไปถามพลางสังเกตสีหน้าของเธอค่ะ 「…………」 ในขณะเดียวกัน ฉันก็สังเกตเห็นใบหน้าของเธอที่แข็งค้างไปเรียบร้อยแล้วค่ะ เอ๊ะ? ทำสีหน้ากระอักกระอ่วนราวกับเผชิญหน้ากับคนรักในระหว่างที่กำลังแอบนัดเดตกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ยังไงยังงั้นเลยค่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่นะคะ? ฉันเอียงคอสงสัยด้วยความงุนงงค่ะ 「อยากรู้ใช่ไหมล่ะคะว่าร้านของพวกเราเป็นร้านขายอาหารประเภทไหน」 จากด้านใน เจ้าของร้านช่วยตอบคำถามให้ข้อหนึ่งค่ะ 「ร้านของพวกเราเป็นร้านที่เสิร์ฟอาหารแปลกๆ น่ะค่ะ แหม เรื่องมันยาวน่ะนะ ในอดีตฉันเคยเป็นเชฟของร้านอาหารชื่อดังมาก่อน แต่ทว่าก็เริ่มเบื่ออาหารธรรมดาๆ ทั่วไปแล้วล่ะค่ะ อาหารธรรมดาๆ มันไม่อร่อยเลย ไม่สนุกเลย ในระหว่างที่กำลังเบื่อหน่ายกับวันคืนเหล่านั้น ฉันก็ได้มาพบกับอาหารประเภทนี้เข้ายังไงล่ะ――」 「…………」 ฉันเงียบกริบค่ะ 「…………」 คุณอันเนลอตเตเองก็เงียบกริบเช่นกันค่ะ จากด้านในร้าน บุคคลที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีกำลังพูดจาฉะฉานอย่างภาคภูมิใจต่อไปค่ะ 「แต่มาได้จังหวะพอดีเลยนะ ความจริงแล้วเมื่อวานนี้เพิ่งจะมีวัตถุดิบที่สดใหม่มากๆ เข้ามาส่ง――ชอบพวกจิ้งหรีด แมงป่อง หรือแมงมุมทารันทูล่าไหมคะ? ถ้าไม่ชอบพวกนั้น มีแมลงดานาด้วยนะ สนใจรับแบบไหนดี? เอ๊ะ? เอ๋? เอ๊ะเดี๋ยวก่อนสิ? เฮ้รอเดี๋ยวก่อนสิ ทำไมต้องวิ่งหนีด้วยล่ะ――」