บทที่ 4 : เขาวงกตน้ำแข็ง
บทที่ 4 จาก 5 บทร้อยเอกคาบารอฟสค์แห่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 『หน่วยอัลฟ่า』 ขอสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในฐานะหน่วยสำรวจไบคาล จงจัดตั้งหมวดทหารสองหมวดจากกองร้อยของเจ้าหน้าที่ แล้วลงไปสำรวจก้นทะเลสาบในเขต 2 จุดเป้าหมายคือทางเหนือสุดของเขต 2 ที่เรียกกันว่า 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 คงรู้อยู่แล้วสินะว่ามีการค้นพบแหล่งกำเนิดหมอกมายาพิเศษจำนวนมากจากจุดนี้? วัตถุประสงค์ของปฏิบัติการนี้คือนำหลักฐานทางวัตถุเหล่านั้นกลับมา และเพื่อให้การสำรวจดำเนินต่อไปได้ในอนาคต จงกำจัดศัตรูที่เป็นภัยคุกคามให้ได้มากที่สุด อนึ่ง คิดว่าคงจะเข้าใจอยู่แล้ว แต่ปฏิบัติการนี้ต้องกระทำเป็นความลับ เหล่านักรบผู้ยอดเยี่ยมที่สุด ความภาคภูมิใจของไอเซนกราดเอ๋ย จงทำ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 เพื่อมาตุภูมิซะ! ***
『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 บ้าบออะไรกัน ปฏิบัติการเฮงซวยพรรค์นี้มันมีความหมายตรงไหนไม่ทราบ เพื่อการตามล่าหาสมบัติไร้สาระนี่ ฉันต้องส่งลูกน้องที่เก่งกาจที่สุดในโลกไปสู่ความตายงั้นเหรอ 「พี่คะ อย่าถอนหายใจน่าสมเพชต่อหน้าลูกน้องแบบนั้นสิคะ อีกเดี๋ยวก็จะถึงจุดเป้าหมายแล้วนะ」 「อ่า รู้อยู่แล้วน่า โวโลชาเยฟก้า」 「ถ้ารู้แล้วก็ทำตัวให้กระฉับกระเฉงหน่อยสิ ที่นี่ไม่ได้มีแค่ลูกน้องของพี่คนเดียวนะ」 เขตธารน้ำแข็งทางตอนเหนือของไอเซนกราด ใจกลางของที่นั่นคือที่ตั้งของทะเลสาบโบราณไบคาล ขั้วโลกเหนือที่สร้างขึ้นจากหิมะ น้ำแข็ง และภูเขากองซากศพ ทหารใหม่ที่เข้ากองทัพไอเซนกราดกว่าครึ่งต้องมายอมแพ้ที่ 『เขต 6』 ของทะเลสาบแห่งนี้ ทั้งทางจิตใจและร่างกาย คนที่สามารถผ่านการฝึกบนน้ำแข็งในเขต 6 ของไบคาลได้ในครั้งเดียวมีอยู่แค่ประมาณครึ่งหนึ่งเสมอ ในจำนวนนั้น คนที่พวกเราครูฝึกจะประทับตราให้ว่า 「ทำได้ดีมาก」 น่าจะมีผู้สอบผ่านไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ ถ้าเป็นช่วงนี้ ก็มีสองคนคือยาคุตสค์กับเบสชาที่ทำผลงานได้ค่อนข้างดีและผ่านการทดสอบมาได้ เจ้าพวกนั้นถึงจะตัวเล็กแต่ก็ใจสู้ใช้ได้เลย รู้สึกพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าทำไมโวโลชาเยฟก้าถึงถูกใจ โดยเฉพาะยาคุตสค์นี่เหมาะกับหน่วยรบพิเศษมาก จะว่ายังไงดีล่ะ คล้ายกับโวโลชาเยฟก้ามากเลย พูดให้ชัดก็คือ ตรงที่หัวดีแต่ดันบ้านี่แหละ 「พี่คะ? เมื่อกี้แอบด่าหนูว่าบ้าในใจใช่ไหม?」 「เก่งนี่นา รู้ได้ยังไงน่ะ?」 「เวลาพี่จ้องหน้าหนูแบบนั้น ส่วนใหญ่ก็คิดเรื่องแบบนี้ทั้งนั้นแหละ」 「บางทีก็คิดว่าหน้าตาน่ารักจังเลยนะ เหมือนกันนะ」 「กล้าพูดนะ ทั้งที่หน้าตาเหมือนหนูเปี๊ยบแท้ๆ」 ไอ้ตรงที่กระดิกหางแก้เขินแบบนี้ก็เหมือนยาคุตสค์ ไม่สิ ถ้าพูดแบบนั้นเบสชาเองก็ไม่ต่างกันมั้ง ฝาแฝดคู่นั้นไม่ได้เหมือนกันแค่หน้าตาแต่นิสัยก็คล้ายกันมาก ในจุดนี้ ฉันกับโวโลชาเยฟก้าเหมือนกันแค่หน้าตาเท่านั้น นิสัยต่างกันจนน่าขำ ฉันไม่ได้เป็นคนที่ใครๆ ก็รักเหมือนโวโลชาเยฟก้า และไม่ใช่คนที่รักทุกคนด้วย ฉันไม่ถนัดรับมือกับเด็ก หรือการสอนทหารใหม่ เรื่องพวกนั้นฉันคิดว่าโยนให้โวโลชาเยฟก้าทำทั้งหมดเลยยังจะดีซะกว่า 「ยาคุตสค์ กับเบสชางั้นเหรอ สักวันเจ้าพวกนั้นก็คงจะได้เป็นนายทหารของกองทัพฝ่ายเหนือสินะ」 ถ้าเป็นแบบนั้น ทั้งสองคนจะได้รับมอบหมายภารกิจอันตรายในฐานะพี่น้อง เหมือนกับฉันและโวโลชาเยฟก้าไหมนะ ลอเรนทางใต้ ไบคาลทางเหนือ ต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ ถ้าฉันเป็นพ่อแม่ของเจ้าพวกนั้น คงจะส่งใครคนใดคนหนึ่งไปอยู่แนวหลังแน่ๆ แต่ก็นะ คนที่เติบโตมาในตระกูลทหาร ต่อให้พ่อแม่ห้ามก็คงเลือกสนามรบอยู่ดี เหมือนกับฉันและโวโลชาเยฟก้า 「โวโลชาเยฟก้า」 「มีอะไรเหรอคะ พี่?」 「ยาคุตสค์กับเบสชาเป็นยังไงบ้างที่ฐาน? ฝึกซ้อมกันดีอยู่ไหม?」 「แปลกจังเลยนะคะ ที่พี่เป็นคนเอ่ยชื่อสองคนนั้นออกมาเอง อยากเห็นหน้าลูกศิษย์ที่น่ารักขึ้นมาเหรอคะ?」 「หน้าตาจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ เอาจริงๆ ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร」 「เอาอีกแล้ว ทั้งที่แค่ฟังเสียงฝีเท้าก็แยกออกแท้ๆ」 「แล้วสรุปเป็นยังไง? สองคนนั้นน่ะ」 「อืม ทั้งสองคนยอดเยี่ยมนะคะ แต่จิตใจอาจจะยังอ่อนไหวอยู่ ยาคุตสค์ดูเหมือนจะกดดันตัวเองมากเกินไปหน่อย」 「งั้นเหรอ」 「ดูจากปฏิกิริยาแล้ว คนที่พี่เป็นห่วงดูเหมือนจะเป็นเบสชาสินะคะ」 「ก็คงงั้น ก่อนจะพูดเรื่องเหมาะจะเป็นทหารไหม ฉันสัมผัสได้ถึงความมืดในใจของเบสชา」 「ความมืดในใจ?」 「อ่า จะพูดยังไงดีล่ะ ฉันมองเห็นสิ่งที่เหมือนกับ 『รูโหว่』 ในใจของเจ้านั่น รูโหว่นั้นใครๆ ก็มีกันทั้งนั้น แต่กรณีของเบสชามันดูออกง่ายไปหน่อย สำหรับเด็กวัยนั้น รูโหว่นั่นมันดูใหญ่เกินไป」 「สิ่งที่พี่พูดมันเข้าใจยากจัง สำหรับหนูที่สอนมากับมือ รู้สึกว่าเบสชาที่พยายามไล่ตามพี่สาวอย่างยาคุตสค์น่าจะพัฒนาได้ไกลกว่านะคะ」 「ถ้าเธอที่ดูแลใกล้ชิดพูดแบบนั้นก็คงจะจริง ฉันไม่ได้ดูแลพวกนั้นมาพักใหญ่แล้ว ฝากดูแลต่อไปด้วยนะ สองพี่น้องนั่น สักวันจะต้องกลายเป็นทหารผู้ยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงกองทัพไอเซนกราด ...... ไม่สิ เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้แน่」 「เรื่องนั้น ไม่ต้องให้พี่บอกหนูก็รู้อยู่แล้วค่ะ」 ยาคุตสค์กับเบสชา เป็นเพชรเม็ดงามที่สุดในรอบหลายปีมานี้ อาจเพราะถูกคาดหวังในอนาคต ทั้งคู่เลยดูเกร็งๆ ไปบ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของวัยนั้น สมัยก่อนฉันกับโวโลชาเยฟก้าก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่หนทางยังอีกยาวไกล จากที่โวโลชาเยฟก้าเล่ามา ดูเหมือนคนพี่อย่างยาคุตสค์จะผ่านโปรแกรมฝึกนายทหารได้เร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ฉันไม่อยากให้รีบร้อนเกินไปนัก หากจะเป็นนายทหารที่รบในเขตขั้วโลก ประสบการณ์จริงสำคัญกว่าตรารับรอง ยศถาบรรดาศักดิ์ก็แค่ของประดับ ความจริงทหารหลายคนที่นี่เก่งกว่านายทหารทั่วไปเสียอีก เผลอๆ จะให้คุมหน่วยที่รวมแต่นายทหารก็ยังได้ เพราะฉันฝึกมากับมือ ไม่ผิดแน่ ฉันเป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษต้องต่อสู้ในแนวหน้าตลอดเวลา ...... ต่างจากพวกไร้น้ำยาที่เอาแต่อ่านกระดาษอยู่ในกองบัญชาการ ไม่รู้ว่าจะตายในการต่อสู้เมื่อไหร่ ฉันจึงบอกลูกน้องเสมอว่าให้เตรียมพร้อมทำหน้าที่แทนฉันได้ทุกเมื่อ จงคิดถึงความหมายของหน่วยรบเดนตาย ทหารชั้นยอดที่แต่ละคนมีทักษะการต่อสู้สูงส่ง มีเจตจำนงดั่งเหล็กกล้าที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ และมีมันสมองที่จะเอาชีวิตรอดแม้ต้องเผชิญกับ 『สายลมสีขาว』 นั่นแหละคือสมาชิกของพวกเรา หน่วยปฏิบัติการพิเศษอัลฟ่าแห่งกองทัพฝ่ายเหนือไอเซนกราด 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า หน่วยลาดตระเวนกลับมาแล้วครับ รายงานว่าเคลียร์พื้นที่รอบๆ เรียบร้อยแล้ว」 「ขอบใจมาก จากนี้จะปรับขบวนทัพ พวกเราจะออกนำหน้าหน่วยคาบารอฟสค์」 「รับทราบ หน่วยโวโลชาเยฟก้า กระจายกำลัง ย้ำ หน่วยโวโลชาเยฟก้า กระจายกำลัง」 「พี่คะ งั้นเอาตามแผนนะคะ」 「อ่า เจอกันข้างล่าง」 ถ้าหากยาคุตสค์กับเบสชาอยู่ที่นี่ คงจะเข่าอ่อนแน่ๆ นึกภาพใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจนั่นร้องไห้โฮออกเลย ต่อให้เป็นยาคุตสค์กับเบสชาที่ได้รับตราประทับ 「ทำได้ดีมาก」 ในเขต 6 แต่ถ้ามาที่นี่ แค่ยืนเดินให้ตรงทางก็คงทำไม่ได้ด้วยซ้ำ อยากรีบออกไปแนวหน้า? อย่ามาตลกหน่อยเลย แนวหน้าที่พวกแกพูดถึงคือที่ที่นั่งจิบชาอ่านหนังสือได้รึไง? แนวหน้าแบบนั้นปล่อยให้พวกนายพลแถวนั้นดูไปเถอะ สถานที่ที่พวกเราต่อสู้คือนรกที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้จะยังมีชีวิตอยู่ไหม ที่นี่คือเขต 2 ของทะเลสาบโบราณไบคาล เขตแดนสุดขั้วที่มี 『สายลมสีขาว』 พัดกระหน่ำไปทั่ว เมื่อกี้ก็เพิ่งถูก 『สายลมสีขาว』 ระดับยักษ์จู่โจม พวกเราเข้าปะทะตรงๆ และกำจัดศัตรูไปได้มากมายด้วยกำลังพลสองหมวด จำนวนมากกว่าสองร้อย ฝ่ายเราไม่มีความเสียหาย 「หน่วยคาบารอฟสค์ ลุย! คุ้มกันหน่วยโวโลชาเยฟก้า พอลงไปในหลุมธารน้ำแข็งแล้วห้ามเปิดไฟ รอสัญญาณจากฉันเหมือนเดิม กฎการปะทะคือ 『เจอศัตรูให้กำจัดทันที』 ฆ่าให้เรียบ ทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่คือเป้าหมายทั้งหมด ต่อให้มีคนโผล่ออกมาก็อย่าลังเล คนที่มาอยู่ในที่แบบนี้ไม่ใช่คนหรอก」 「ร้อยเอกคาบารอฟสค์ครับ」 「มีอะไร จ่า」 「ถ้าเกิดมีสมบัติอยู่จริงๆ จะทำยังไงครับ?」 「เพื่อเอาใจเบื้องบน ให้เก็บของที่ดูมีค่าน้อยที่สุดกลับไป ส่วนที่เหลือก็ยัดใส่รูตูดพวกสัตว์ประหลาดไปซะ กระสุนนัดเดียวสำคัญกว่าพวกขยะพรรค์นั้น」 「รับทราบ! หน่วยคาบารอฟสค์ เดินหน้า!」 พวกเราคือหน่วยอัลฟ่า กองทัพฝ่ายเหนือแห่งไอเซนกราด จากนี้จะมุ่งหน้าสู่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 โรยตัวลงสู่ก้นบึ้งของนรก ***
「ตื่นได้แล้ว คาบารอฟสค์」 「ชิ!」 ––ตื่นจากความฝัน วินาทีที่ได้ยินเสียงของบาตู ก็ชักมีดออกมาตั้งท่าทันที 「ปฏิกิริยาดีนี่ ถ้างั้นพวกมือสมัครเล่นคงลอบฆ่าเธอตอนหลับไม่ได้แน่」 「อย่ามาตลกน่า ปลุกเร็วไปแล้วนะ เพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้เอง」 「ฝันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? เห็นละเมอหนักเชียว」 「เป็นเพราะโดนน้องสาวที่ตายไปแล้วบ่นใส่น่ะสิ」 「ดีแล้วที่ไม่ได้ถูกพาไปทางโน้นด้วย ยังไงซะเราก็อยากให้เธอสู้ในโลกฝั่งนี้ต่อนะ เพื่อตัวเราเองด้วย」 「เกิดอะไรขึ้น?」 「ย้ายที่กันเถอะ จะตั้งแคมป์ตรงนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว」 「ถ้าบาตูพูดแบบนั้น แสดงว่าสถานการณ์คงไม่ดีสินะ」 「อื้ม ไม่ดีมากๆ ทั้งที่อุตส่าห์รอดจากวิกฤตมาได้แท้ๆ」 คาบารอฟสค์และบาตูอยู่ในรอยแยกขนาดใหญ่ คาบารอฟสค์และบาตูที่ถูก 『สายลมสีขาว』 พัดกระหน่ำในทุ่งหิมะ และต้องต่อสู้กับกองทัพมิสต์มอนสเตอร์พิเศษที่ชื่อว่า 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 จำนวนมาก เมื่อถูกศัตรูนับร้อยปิดล้อมจนหมดหนทางสู้ จึงกระโดดหนีลงมาในรอยแยกที่อยู่ใกล้ๆ ถ้าหนีเข้ามาในที่แคบ ถึงมีแค่สองคนก็น่าจะพอสู้ไหว บาตูตั้งใจจะใช้รอยแยกเป็นป้อมรับมือกับกองทัพ 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 แต่ทว่าพวก 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 ที่หลงกลบาตู พอเข้ามาในรอยแยกปุ๊บก็สลายหายไปในพริบตา หายไปราวกับหมอก หรือจะเรียกว่าระเหยไปเลยน่าจะใกล้เคียงกว่า ปากทางรอยแยกมีพื้นที่กว้างพอให้คนหลายคนไถลลงมาพร้อมกันได้ พวก 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 จำนวนมากจึงกรูตามลงมา แต่พอข้ามเส้นแบ่งเขตบางอย่าง ร่างกายก็ส่งเสียงเหมือนถูกเผาไหม้ แล้วหายวับไปจากสายตาของคาบารอฟสค์ทันที ไม่ใช่แค่ซ่อนตัว แต่น่าจะสลายไปเลย เวทมนตร์หรือคำสาปบางอย่างอาจทำงานทำให้ 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 กลายเป็นก๊าซ และไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างเดิมได้อีก สมมติว่าถ้าสิ่งนี้มีผลกับร่างกายมนุษย์ด้วยล่ะก็ แค่คิดก็สยองแล้ว 「ถึงจะไม่รู้เหตุผลที่พวกมันหายไป แต่ข้อสันนิษฐานของเธอคือ ในรอยแยกนี้มีสิ่งที่เหมือนกับเขตอาคมอยู่ ...... สินะ คาบารอฟสค์」 「แล้วมันทำไม จะบอกว่า 『จริงๆ แล้วมีศัตรูดักรออยู่ข้างล่าง』 หรือไง?」 「ถ้าเป็นแบบนั้นก็ยังดีกว่านะ ลองมองข้างบนดูสิ ไม่ใช่ข้างล่าง」 「ข้างบน?」 คาบารอฟสค์เงยหน้ามองปากทางรอยแยกที่กระโดดลงมาก่อนจะงีบหลับตามที่บอก แสงจากภายนอกส่องเข้ามาก็จริง แต่เหมือนจะหักเหเล็กน้อย? 「มีน้ำแข็งใสๆ กางกั้นอยู่ ไม่ใช่น้ำแข็งธรรมดาด้วยนะ เป็นน้ำแข็งที่สร้างขึ้นจากพลังเวท」 「แตะมันไปรึเปล่า?」 「ดูท่าทางอันตรายเลยไม่ได้แตะ แต่รู้อย่างหนึ่งนะ」 「คืออะไร」 「พวกเราออกไปจากหลุมนี้ไม่ได้ ถูกใครบางคนขังเข้าให้แล้วอย่างจัง」 กำแพงน้ำแข็งใสที่ปิดปากทางรอยแยกอยู่ คาบารอฟสค์จำน้ำแข็งนั่นได้ 「บาตู การตัดสินใจของแกถูกต้องแล้ว ถ้าแตะมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น แกคงหายวับไปเหมือนกับพวก 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 แน่」 「เยี่ยมไปเลย คำตอบสมบูรณ์แบบไม่ผิดไปจากที่เราคาดการณ์และคาดหวังไว้เลย」 การคาดการณ์ของบาตู คือการดูว่าคาบารอฟสค์จะรู้จักกำแพงน้ำแข็งนั่นหรือไม่ ความคาดหวังของบาตู คือกำแพงน้ำแข็งนั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจขนาดไหน กำแพงน้ำแข็งใสนั่น เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในเขตอันตรายของทะเลสาบโบราณไบคาล 「บอกหน่อยสิ ไปเห็นมาจากที่ไหนในไบคาล?」 「จะบอกให้ก็ได้ แต่อย่าตกใจจนตกลงไปข้างล่างล่ะ?」 「ไม่เป็นไร การคาดการณ์ของเราน่าจะถูกอยู่แล้ว」 「ก้นทะเลสาบในเขต 2 เขตอันตรายที่ถูกเรียกว่า 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 สถานที่ที่ลูกน้องของฉันตายไปเป็นเบือไงล่ะ」 「เขต 2 ของไบคาล แถมยังเป็นก้นทะเลสาบอีกเหรอเนี่ย ...... คาบารอฟสค์ เธอนี่เป็นคนที่สุดยอดจริงๆ เราดีใจจนตัวสั่นไม่หยุดเลย」 「ขำไม่ออกนะ แกเองก็คงไม่ได้โง่หรืออ่อนหัดจนไม่รู้ว่าก้นทะเลสาบเขต 2 มันน่ากลัวขนาดไหน ที่นี่มันก้ำกึ่งว่าเข้าเขตธารน้ำแข็งมารึยังด้วยซ้ำ อยู่ห่างไกลจากเขต 2 ของไบคาลลิบลับ –– นี่มันสถานการณ์ผิดปกติชัดๆ ถึงขั้นเอาชีวิตไม่รอดเลยนะ」 「โทษที โทษที นิสัยเราเป็นแบบนี้แหละ ยกโทษให้ด้วยนะ เราน่ะนอกจากตอนดีใจหรือสนุกแล้วก็ยังหัวเราะตอนอื่นด้วย นั่นคือ 『ตอนที่สถานการณ์ย่ำแย่』 ไงล่ะ」 ยัยนี่มันบ้าชัดๆ เจ้านี่เป็นนักรบที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าลึกของเฟรย์มารีน ถึงจะเติบโตมาในถ้ำ แต่ก็ไม่น่าจะคุ้นเคยกับความหนาวเย็น หิมะ หรือน้ำแข็ง สิ่งที่อาศัยอยู่ในก้นบึ้งของนรกนั้นเหนือกว่าจินตนาการของผู้ที่อาศัยอยู่บนพื้นดินมากนัก หากเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยึดการต่อสู้เป็นอาชีพก็น่าจะเข้าใจความจริงข้อนี้ดี และน่าจะเคยมีประสบการณ์จริงมาแล้วด้วย แต่ทำไมถึงไม่หวาดกลัว? ทำไมถึงไม่ผิดพลาด? เด็กสาวคนนี้เดินนำหน้าคาบารอฟสค์อยู่ครึ่งก้าวเสมอตั้งแต่ลงจากรถไฟ ไม่ใช่แค่กล้าหาญ แต่ยังเก่งกาจ เพราะแบบนั้นแหละ การร่วมทางกับเด็กคนนี้ถึงได้น่าหวาดหวั่น เพราะในสนามรบ คนที่ตายอย่างง่ายดายเสมอก็คือทหารที่กล้าหาญและเก่งกาจนั่นเอง 「รีบไปกันเถอะ ที่เรารีบปลุกคุณก็เพราะแบบนั้นแหละ」 「เห็นด้วย บาตู แกปลุกฉันหลังจากสังเกตเห็นกำแพงน้ำแข็งนั่นนานแค่ไหน?」 「ทันทีเลย น้ำแข็งนั่นเพิ่งจะสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นต่อหน้าเราเมื่อกี้นี้เอง ก็เลยคิดว่าเป็นฝีมือของตัวอะไรสักอย่างที่เล็งพวกเราอยู่」 「ทั้งเรื่องที่ไม่ได้แตะมัน การตัดสินใจยอดเยี่ยมมาก ฉันค่อยวางใจนอนหลับได้หน่อย」 「แต่คงนอนต่อไม่ได้แล้วล่ะ ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างล่าง อาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่เหมือนได้ยินเสียงคนด้วย」 「เกิดความผิดปกติขึ้นภายในรอยแยกงั้นเหรอ แถมยังเกิดขึ้นในชั่วพริบตา」 「ดูจากที่มันปฏิเสธพวก 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 ก็ดูไม่น่าจะเกี่ยวกับความผิดปกติข้างนอกหรอกนะ แต่พอลองเพ่งสมาธิดู ...... เรารู้สึกถึงสายตาเมื่อกี้จากข้างล่างนี้」 「เจ้านั่นเหรอ」 「อ่า เจ้านั่นแหละ ตัวอะไรสักอย่างที่จ้องมองพวกเราเขม็งตอนที่ลงไปสถานีร้างไง」 「เพราะงี้แหละถึงได้เกลียด 『สายลมสีขาว』 ต่อให้เอาตัวรอดจากมันมาได้ ก็มักจะเรียกสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ามาด้วย」 「บ่นอะไรอยู่น่ะ? เดี๋ยวก็โดนน้องสาวโกรธเอาหรอก?」 「ฉันละเมอเหรอ?」 「เปล่า แต่ลืมตาครึ่งหนึ่งแล้วครางอืออาอยู่น่ะ」 「อย่ามาทำพูดดีเหมือนรู้เรื่องน้องสาวฉันนะ ขืนพูดอีกทีแม่จะเตะตูดให้」 「คุณนี่ชอบตูดจังนะ ถ้าเจออะไรข้างล่าง เราจะยัดมันใส่ตูดสัตว์ประหลาดให้ก็แล้วกัน」 บาตูและคาบารอฟสค์มุ่งหน้าลงไปข้างล่างอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องนัดแนะอะไรกัน พวกคาบารอฟสค์ไม่ได้หนีเข้ามาในรอยแยกนี้ แต่ถูกล่อเข้ามาต่างหาก และที่นี่ ก็ไม่ใช่รอยแยกอีกต่อไป –– 「รอยแยกของน้ำแข็งใหญ่ขึ้น น้ำแข็งมันเคลื่อนตัว ......」 ที่นี่คือ หลุมธารน้ำแข็ง เหมือนกับทางเข้า 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ที่เคยเห็นเมื่อวันวานไม่มีผิด ***
「เลวร้ายที่สุด」 คาบารอฟสค์ที่โรยตัวลงมาในรอยแยกเกือบจะเป็นแนวตั้งจนเท้าแตะพื้นในพื้นที่กว้างขวาง เอ่ยปากคำแรกออกมาแบบนั้น ก็สมควรอยู่หรอก หลุมธารน้ำแข็งใต้ดินที่สร้างจากน้ำแข็งเย็นยะเยือกนี้ เหมือนกับสิ่งที่คาบารอฟสค์เคยเห็นใต้ทะเลสาบโบราณไบคาลในอดีตไม่มีผิดเพี้ยน 「ที่นี่อยู่ในเขตของทะเลสาบโบราณไบคาลแล้ว」 「เรื่องนั้นก็พอจะเดาได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ก็อยู่บนน้ำแข็งหนาขนาดนี้」 「ปัญหาคือหลุมธารน้ำแข็งขนาดมหึมานี่ต่างหาก หลุมยักษ์ขนาดนี้ไม่มีทางมีอยู่ก่อนถึงเขต 2 หรอก」 「แต่ดูจากตำแหน่งแล้วไม่ใช่เขต 2 นี่นา ขนาดเขต 10 ยังอีกไกลเลยไม่ใช่เหรอ?」 ไม่ได้กำลังพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของตำแหน่งที่ตั้ง ที่คาบารอฟสค์พูดว่า 「เลวร้ายที่สุด」 เป็นเพราะหลุมธารน้ำแข็งนี้เหมือนกับ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ในเขต 2 ราวกับแกะ 「ไม่อยากจะเชื่อเลย แต่ที่นี่คือ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ของจริง เป็นไปได้ไหมว่าตอนที่เราเข้ามาในรอยแยก เราอาจจะหลุดเข้ามาในรอยแยกของมิติ?」 「เป็นไปได้ ในหมอกมายามักจะมีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอแหละ」 「สถานการณ์ร้ายแรงกว่าที่กองบัญชาการคิดไว้ซะอีก ถ้าสมทบกับพวกนายสถานีได้เมื่อไหร่ ให้ยกเลิกภารกิจทันทีแล้วจัดทัพใหม่」 「เจ็บใจนะแต่นั่นเป็นแผนที่ดีที่สุด ลำพังพวกเราคงจัดการไม่ไหว เว้นแต่ว่าหน่วยล่วงหน้าจะอยู่ข้างล่างนี้น่ะนะ」 「ต่อให้เจอ การช่วยเหลือก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์」 「ต่อให้อยู่ตรงหน้าเนี่ยนะ?」 「เงื่อนไขคือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือต้องอยู่ในสภาพที่เดินเองไหว เฟลคลิงเกนมี 『สายเลือดเก่าแก่อันยิ่งใหญ่』 อยู่ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง แต่ว่า ......」 「ถ้าฟุสเซินหรือมูร์มันสค์บาดเจ็บอยู่จะทิ้งงั้นเหรอ? แค่สองคนน่าจะแบกไหวไม่ใช่เหรอ?」 「ใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 มีสัตว์ประหลาดที่ใช้ทหารบาดเจ็บเป็นเหยื่อล่ออยู่ มันใช้ทุกวิถีทางเลยล่ะ ไม่สนหรอกว่าทหารจะมีสติอยู่หรือไม่ แต่ก็นะ ถ้ามีสติอยู่จุดจบก็จะโหดร้ายกว่าเยอะ」 「สัตว์ประหลาดที่ว่านั่นเป็นประเภทปล่อยให้เหยื่อดิ้นรน? หรือว่าเป็นประเภทกอดไว้แน่นไม่ยอมห่างล่ะ?」 「ทั้งสองอย่างเลย 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 แห่งนี้ตกอยู่ในกำมือของมันทั้งหมด」 「ยุ่งยากจังแฮะ ดีนะที่ถามไว้ก่อน」 「สมมติว่าที่นี่คือ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 จริงๆ ถ้าหน่วยล่วงหน้าปะทะกับศัตรูแล้วบาดเจ็บ โอกาสที่จะรอดชีวิตในสภาพปกติมีต่ำมาก เป็นคู่ต่อสู้ที่แม้แต่จะหนียังยากถ้าไม่มีใครยอมเป็นนกต่อ ถ้าเห็นคนที่ขยับไม่ได้ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นกับดัก」 「ก็คงเป็นความเห็นที่ถูกต้องแหละนะ แต่เย็นชาชะมัด ถ้าเป็นปุตราคงคัดค้านหัวชนฝาแน่」 「จะพูดยังไงก็ช่าง ที่นี่ฉันเป็นผู้บัญชาการ」 หวังว่านี่จะเป็นแค่ภาพลวงตา เป็นการโจมตีทางจิตใจต่อคาบารอฟสค์และบาตูก็คงดี แต่ถ้าเกิดว่า ที่นี่คือ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ของจริงล่ะ? ถ้าเป็นแบบนั้น ลำพังคาบารอฟสค์กับบาตูสองคนคงพิชิตไม่ได้แน่ เพราะตอนนั้น หน่วยอัลฟ่าถึงสองหมวดยังทำอะไรไม่ได้เลย ...... 「คาบารอฟสค์ ระวังตัวด้วย ...... หมอกมาแล้ว」 บาตูยกมือซ้ายขึ้นส่งสัญญาณ 『เริ่มการต่อสู้』 ที่บอกให้ระวังตัว เป็นคำลวงเผื่อว่าศัตรูที่เข้าใจภาษามนุษย์จะได้ยินบทสนทนานี้ เป็นยุทธวิธีเวลาสู้กับมนุษย์ เทรนไนท์ทั่วไปคงตัดสินใจแบบนี้ทันทีไม่ได้แน่ แต่การตัดสินใจของบาตูนั้นได้ผลดีเยี่ยมกับศัตรูใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 เพราะพวกที่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เข้าใจภาษามนุษย์ 「บาตู ฉันดูข้างหลัง」 「งั้นเราดูข้างหน้า」 นี่ไม่ได้หมายถึงเป้าหมายที่ต้องระวัง แต่หมายถึง 「เป้าหมายที่จะโจมตี」 「ฮึบ!」 การโจมตีเปิดฉากของบาตู บาตูขว้างหอกในมือออกไปข้างหน้าเต็มแรงเร็วกว่าที่คาบารอฟสค์จะหันกลับไปมองข้างหลังเสียอีก ขว้างใส่ตัวอะไรบางอย่างที่มองมาทางนี้จากอีกฝั่งของหมอกอย่างสุดแรง 「จัดการหัวหน้าได้แล้ว จะลุยละนะ」 「ระวังด้วย ผู้ชายเป็นแค่นกต่อ บอสคือผู้หญิงแต่งตัวหรู ถ้าเจออย่าบุกเข้าไปคนเดียวนะ」 「ผู้หญิงแต่งตัวหรูสินะ รับทราบ」 ฟึ่บ บาตูกระโจนออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงฝีเท้าเพียงเล็กน้อย กระโดดตามหอกที่ขว้างไปเข้าไปในดงหมอก ภายในหลุมธารน้ำแข็ง มีทหารจำนวนมากถืออาวุธล้อมรอบพวกคาบารอฟสค์อยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ปรากฏตัวพร้อมกับหมอกมายาจะคิดว่าเป็นมิสต์มอนสเตอร์ก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 คือมิสต์มอนสเตอร์ประเภทที่สิงสู่มนุษย์ที่มีชีวิต (มีบ้างที่สิงศพแต่น้อยมาก) แล้วเพิ่มจำนวนพวกพ้องไปเรื่อยๆ เดิมทีเป็นมนุษย์ มักจะสวมเครื่องแบบหรืออุปกรณ์ของกองทัพไอเซนกราด แต่ทหารที่โผล่มาใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 นี้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในโลกนี้ เหล่าทหารที่สวมเครื่องแบบที่ไม่คุ้นตา ใช้อาวุธและภาษาที่ไม่มีในไอริสคลาวด์ในการต่อสู้ เหมือนกับศัตรูที่คาบารอฟสค์และโวโลชาเยฟก้าเคยสู้ด้วยในอดีตไม่มีผิด 「บาตู! ได้ยินไหม !!?」 「อ่า ได้ยินแล้ว! จัดการไปสี่! แต่เป็นลูกกระจ๊อกผู้ชายหมดเลย!」 「ถ้าเจอ 『ผู้หญิงแต่งตัวหรู』 กับสัตว์ประหลาดที่ใช้ไฟให้ถอยทันที!」 「สัตว์ประหลาดใช้ไฟ? ในน้ำแข็งเนี่ยนะ !!?」 「ใช่แล้ว ไม่ว่าจะมีรูปร่างหน้าตายังไง ถ้าใช้ไฟคือศัตรูทั้งหมด ต่อให้ฉันใช้เวทไฟนั่นก็ไม่ใช่ฉัน จำรหัสลับกับสัญญาณได้ใช่ไหม?」 「จำได้แม่นเลย」 「งั้นก็ดี ขอให้โชคดี อย่าห่างออกไปมากล่ะ」 ในหลุมน้ำแข็งที่มืดมิด คาบารอฟสค์และบาตูเริ่มเปิดฉากต่อสู้กับทหารนับสิบที่ปรากฏตัวพร้อมกับหมอกมายา ***
เวลาเดียวกัน ทางด้านกลุ่มหลักของพวกยาคุตสค์แห่งหน่วยรถไฟพิเศษ –– 「ให้ตายสิ นึกว่าจะแย่ซะแล้ว ฉันฉี่ราดอีกแล้วเนี่ย」 「จริงด้วย ฉันก็รวมร่างกับปุตราในท่าแปลกๆ อีกแล้ว」 「โยชิโนะก็ปลิวไปไกลเลยตอนเบรกกะทันหัน」 「เดี๋ยว เดี๋ยวๆๆ โยชิโนะอยู่ตรงนี้นะ ปลิวไปทางที่นั่งคนขับนู่นแน่ะ แต่เกาะกางเกงนายสถานีไว้ได้เลยปลอดภัย」 「งั้นเหรอ ที่กางเกงนายสถานีหลุดตอนรถไฟจอดก็เป็นเพราะโยชิโนะนี่เอง」 「ตามนั้นแหละ ทุกอย่างโอเค เดินหน้าเต็มกำลังแล้วเบรกหัวทิ่ม」 มิสต์เทรนที่กลับมาวิ่งด้วยความเร็วสูงอีกครั้งในหลุมธารน้ำแข็งด้วยคันโยกปริศนาและรางเร่งความเร็ว รถด่วนขบวนคลั่งที่ไม่ยอมลดความเร็วแม้แต่น้อยทั้งที่นายสถานีเหยียบเบรกมิด เข้าไปในอุโมงค์ทางขวาแล้ววนเวียนอยู่ในความมืดพักใหญ่ จนเมื่อพวกยาคุตสค์เสียสัมผัสเรื่องทิศทาง จู่ๆ รถไฟก็จอดสนิท จากผลการตรวจสอบของโยชิโนะสายอุตสาหกรรม พบว่าจุดที่มิสต์เทรนจอดกะทันหันนั้นมีรางรถไฟที่แฝงพลังเวทเรียกว่า 『รางลดความเร็ว』 อยู่ และมันทำหน้าที่ควบคุมมิสต์เทรนโดยบังคับเช่นเดียวกับรางเร่งความเร็ว 「ตอนที่รถไฟวิ่งคลั่งมันมืดตึ๊ดตื๋อเลย แต่ตรงนี้มีแสงจากหินหมอกมายาด้วยนะคะ」 「เพราะเป็นหินหมอกมายาตามธรรมชาติ เลยไม่รู้ว่าจะพ่นหมอกออกมาเมื่อไหร่น่ะสิ」 「คุณยาคุตสค์คะ อย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิคะ」 「คงไม่เป็นไรหรอก ตราบใดที่ยังมองเห็นหินหมอกมายาอยู่ ในทางกลับกันก็ไม่ต้องกังวลหรอก」 「หมายความว่ายังไงคะ?」 「สิ่งที่น่ากลัวใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ไม่ใช่หมอกที่เกิดจากหินหมอกมายา แต่เป็น 『สมบัติ』 ที่กองทัพไอเซนกราดไหว้วานให้หน่วยอัลฟ่าไปเก็บกู้มาต่างหาก หมอกที่เจ้านั่นสร้างขึ้นมาน่ะยุ่งยากกว่าเยอะ」 「ของที่สร้างหมอกอันตรายออกมาได้ ฟังดูเหมือนกับ 『ชิ้นส่วนเครื่องจักรโบราณ』 เลยนะคะ」 「เปรียบเทียบได้ดีนี่ควีนส์เวย์ ตัวตนที่แท้จริงของสมบัติที่หลับใหลอยู่ในไบคาล อาจจะเป็น 『ชิ้นส่วนเครื่องจักรโบราณ』 หรือไม่ก็ของที่ใกล้เคียงกันก็ได้」 「จะว่าไป คุณยาคุตสค์นี่รู้เรื่อง 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ละเอียดจังเลยนะคะ ถึงจะมาจากกองทัพไอเซนกราดเหมือนกัน แต่ฉันไม่เคยเห็นใครรู้เรื่องทะเลสาบโบราณไบคาลละเอียดขนาดนี้มาก่อนเลย」 「ก็แหงล่ะ อาจารย์ของฉันทั้งสองคนเป็นหัวหน้าหน่วยที่เข้าไปสำรวจ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 นี่นา ...... 」 สองพี่น้องคาบารอฟสค์และโวโลชาเยฟก้าได้ลงไปสำรวจก้นทะเลสาบในเขต 2 พร้อมกัน ความจริงข้อนี้คนสนิทของทั้งสองคนคงจะรู้กันดี แต่ทว่า ไม่ค่อยมีใครรู้รายละเอียดของเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 กันแน่ ภารกิจสำรวจสมบัติใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ที่หน่วยอัลฟ่าเข้าร่วมในฐานะหน่วยสำรวจไบคาล สองหมวดทหารคือหน่วยคาบารอฟสค์และหน่วยโวโลชาเยฟก้าได้รับคำสั่งให้เข้าไปใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 เพื่อค้นหาสมบัติที่กองบัญชาการต้องการ และกำจัดศัตรูที่เป็นอุปสรรค แล้วทั้งสองหน่วยก็ได้เห็นนรกภายใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ต้องต่อสู้กับศัตรูสุดแกร่งที่ปรากฏตัวออกมาจากแหล่งกำเนิดหมอกพิเศษ –– หรือก็คือสมบัติที่ว่านั่นแหละ –– กองกำลังแตกพ่ายกระจัดกระจายและหลงทางอยู่ในเขาวงกต หน่วยโวโลชาเยฟก้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเพื่อช่วยเหลือหน่วยโวโลชาเยฟก้า หน่วยคาบารอฟสค์เองก็ต้องสูญเสียกำลังพลไปมากมายเช่นกัน ยาคุตสค์ได้รับฟังเรื่องราวของเหตุการณ์นี้มาจากปากของร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก เหตุผลก็คือ ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าจำเหตุการณ์แทบไม่ได้เลย 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าสูญเสียความทรงจำน่ะ จำเรื่องก่อนเข้า 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ได้ แต่เรื่องหลังจากเข้าไปข้างในแล้วจำไม่ได้เลยสักนิด」 「ทั้งที่จำไม่ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังอุตส่าห์เล่าให้ฟังสินะคะ」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์อาจจะเป็นคนขอให้ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าทำก็ได้นะ เพื่อเล่าขานความผิดพลาดของกองทัพให้ลูกน้องและรุ่นหลังได้รับรู้ก่อนที่จะปลดประจำการ」 ก็นะ เพราะเป็นปฏิบัติการที่ถูกกองทัพลบข้อมูลทิ้งไปแล้ว เลยถูกเรียกว่าเป็นพวกเรื่องเล่าสยองขวัญทำนองนั้นแหละ 「ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องหาวิธีกลับไปที่เดิมให้ได้ก่อน」 「นั่นสินะคะ ถ้าใช้มิสต์เทรนขึ้นไปข้างบนได้ก็คงดีหรอกค่ะ แต่ว่า ...... 」 「เกี่ยวกับการเรื่องนั้นเองค่ะ!」 แพดดิงตันแทรกตัวเข้ามาจากข้างหลังอย่างกะทันหัน แพดดิงตันเนี่ยนะ ชอบโผล่มาจากข้างหลังยาคุตสค์ตลอดเลย 「จากความสามารถในการจดจำและคลังข้อมูลอันสมบูรณ์แบบของฉัน ตามคาดเลยค่ะ ทางรถไฟที่มีอยู่ในหลุมธารน้ำแข็งนี้ไม่มีบันทึกอยู่ในเอกสารฉบับไหนเลย ไม่มีหนังสือเล่มไหนเขียนเกี่ยวกับรางพิเศษที่ทำการเร่งหรือลดความเร็วได้เลยค่ะ」 แถมยัง! แพดดิงตันพูดต่อด้วยเสียงดังโดยใช่เหตุ 「ปกติฉันจะจำเส้นทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ครั้งนี้เราเคลื่อนที่ไปมาอย่างซับซ้อนในความมืดมิด ก็เลยไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเราผ่านตรงไหนมาบ้าง!」 แต่ทว่า! แพดดิงตันพูดต่อด้วยเสียงที่ดังขึ้นไปอีก 「ถึงแม้จะนั่งอยู่บนรถด่วนขบวนคลั่งที่น่าหวาดเสียวสุดๆ นั่น แต่ฉันจดจำจำนวนครั้งที่แยกทางและทิศทางที่เลี้ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ!」 ยิ่งไปกว่านั้น! แพดดิงตันขยับหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะจูบกับยาคุตสค์ แล้วตะโกนต่อ 「ฉันจำความเร็วและจำนวนวินาทีที่แสดงบนหน้าปัดของมิสต์เทรนได้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อนำมาคำนวณระยะทางที่เคลื่อนที่ รัศมีส่วนโค้งโดยประมาณ ความกว้างขององศาการแกว่งของห่วงจับ และความเร็วในการกลิ้งของคุณโยชิโนะมาพิจารณาร่วมด้วย ก็พบว่าสามารถระบุตำแหน่งปัจจุบันคร่าวๆ ของพวกเราได้ค่ะ!」 และแล้ว! แพดดิงตันตะโกนต่อทั้งที่เริ่มจะหอบ 「ได้ข้อสรุปว่าอุโมงค์นี้มีการเปลี่ยนทิศทางอย่างซับซ้อน และพาเรามาอยู่เกือบจะตรงกับตำแหน่งใต้จุดที่เราพุ่งตกลงมาในหลุมธารน้ำแข็งนี้พอดีเป๊ะเลยค่ะ」 「จะว่าไป คนคำนวณคือโยชิโนะนะ」 「 ...... 」 แพดดิงตันปรับลมหายใจ แล้วเอามือวางบนไหล่ทั้งสองข้างของโยชิโนะ 「คุณโยชิโนะคะ สัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าจะไม่พูดเรื่องนั้น」 「งั้นเหรอ?」 「ใช่สิคะ! อย่ามาแย่งช่วงเวลาเดียวที่ฉันจะได้เฉิดฉายไปสิคะ!」 โยชิโนะน่ะไม่ทุกข์ร้อนรู้ร้อนรู้หนาวเสมอแหละ ต่อให้ถูกมิโกะผู้โด่งดังแห่งเซนต์ไอริสข่มขู่ก็ไม่ยอมจำนนหรอกนะ 「ถ้าพูดถึงเรื่องความเปล่งประกาย น้ำแข็งที่นี่ดูจะวิบวับกว่าที่เคยเจอมาหรือเปล่าคะ?」 「น้ำแข็งส่องแสงเหรอ?」 「ใช่ค่ะ มีทั้งแบบที่ใสมากๆ แล้วก็แบบที่สะท้อนเงาตัวเองได้เหมือนกระจกเลยด้วย นี่ก็คงเป็นผลจากพลังเวทอะไรสักอย่างสินะคะ」 พอโดนทักก็รู้สึกว่ากำแพงน้ำแข็งที่นี่มีน้ำแข็งแปลกๆ เยอะกว่าหลุมธารน้ำแข็งทั่วไปจริงๆ น้ำแข็งที่วิเวียนกับปุตราใช้เช็คทรงผมอยู่ตรงโน้นก็เหมือนกระจกจริงๆ ส่วนตรงที่ควีนส์เวย์กำลังดูด้วยความสนใจก็ใสแจ๋วและสวยงามมาก 「โอ้โห เหมือนเครื่องแก้วเลยแฮะ จะสวยงามและเปราะบางเหมือนหัวใจของโยชิโนะรึเปล่าน้า」 「ถ้าแตะแล้วจะแตกไหมคะเนี่ย」 ควีนส์เวย์ยื่นปลายนิ้วเข้าไปใกล้น้ำแข็งใส ในจังหวะที่อีกนิดเดียวจะแตะโดนน้ำแข็งที่ใสราวกับกระจก ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ––อย่าแตะต้องสมบัตินะ! เสียงผู้หญิงแหลมสูง แวบแรกฟังดูเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่เสียงที่ดังก้องในหลุมมืดนั้นแฝงไปด้วยอารมณ์ของมนุษย์ เป็นเสียงคนไม่ผิดแน่ บ้าน่า มีมนุษย์อยู่ในที่แบบนี้เหรอ? หรือว่าจะเป็นพวกเฟลคลิงเกน? ไม่สิ ไม่น่าใช่ ใจเย็นเข้าไว้ ยาคุตสค์ พวกเฟลคลิงเกนน่าจะมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อสร้างสถานีร้างให้เป็นฐานหน้า ต่อให้เจอปัญหาอะไรเข้า ก็คงไม่มาสำรวจใต้พื้นน้ำแข็งในที่ที่ต้องซิ่งมิสต์เทรนมาถึงจะมาถึงได้แบบนี้หรอก ความรอบคอบเป็นเรื่องดี การคาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและจำกัดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดก็เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการ แต่ถึงอย่างนั้น การปล่อยตัวไปตามบรรยากาศหรือคิดเข้าข้างตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องดี 「จงใช้สมอง จงมีความภาคภูมิและกล้าหาญอยู่เสมอ เพื่อบรรลุ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』」 คำสอนของอาจารย์แล่นเข้ามาในหัว จงใช้สมอง จงมีความภาคภูมิและกล้าหาญอยู่เสมอ ใช่แล้ว นั่นคือทหารไอเซนกราดในอุดมคติที่ยาคุตสค์ใฝ่ฝัน 「ควีนส์เวย์ โยชิโนะ อย่าแตะน้ำแข็งใสนั่นนะ」 「คุณยาคุตสค์?」 「ทุกคนฟังนะ กำแพงน้ำแข็งสองชนิดที่อยู่ที่นี่มีกลไกซ่อนอยู่ แบบใสนั้นไม่รู้ว่ามีผลอะไร แต่แบบกระจกมีเวทมนตร์ที่ทำให้เห็นภาพหลอนร่ายเอาไว้อยู่」 「แต่ฉันกับปุตราก็เห็นเงาสะท้อนปกตินะ?」 「อันนั้นแค่กระจกธรรมดา ไม่ถูกรางวัลย่ะ」 「แล้วแบบไหนถึงจะถูกรางวัลล่ะ?」 「แบบที่สะท้อนออกมาไม่ปกตินั่นแหละที่ถูกรางวัล เรามาหากันเถอะว่าในบรรดาน้ำแข็งที่เหมือนกระจก อันไหนที่ฉายภาพแปลกๆ ออกมา ปลายทางของสิ่งนั้น ...... มีตัวตนที่แท้จริงของภาพมายานี้อยู่」 ใช่ นี่คือภาพมายาที่สิ่งที่อาศัยอยู่ใต้น้ำแข็งแสดงให้เห็น ไม่ใช่เขาวงกตที่ครูฝึกคาบารอฟสค์และร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเคยท้าทายในตอนนั้น 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ที่พวกเขาสู้ด้วยไม่ใช่แบบนี้ 「ที่นี่อยู่ในทะเลสาบโบราณไบคาลก็จริง แต่ไม่ใช่ทั้งเขต 2 และไม่ใช่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ในหลุมที่หน่วยอัลฟ่าลอบเข้าไปไม่มีทางรถไฟ และไม่ใช่สถานที่ที่จะมาคุยเล่นกันสบายใจเฉิบแบบนี้ได้」 「ถ้าอย่างนั้น ที่นี่มันคือ ...... 」 「ลืมไปแล้วเหรอ? พวกเรามาสำรวจเส้นทางใหม่นะ」 ยาคุตสค์ยืนอยู่หน้าสุดของหน่วย และตั้งอาวุธเล็งไปที่ตัวอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของนรกอันมืดมิด 「เราจะเดินเท้าไปข้างหน้า จากนี้จะเริ่มการสำรวจเส้นทางใหม่ 『ทางรถไฟซิเวเรีย』!」 「แปลกจังนะคะ ที่คุณยาคุตสค์เลือกที่จะบุกไปข้างหน้าในเวลาแบบนี้」 「งั้นควีนส์เวย์จะรออยู่ที่นี่ไหม?」 「ไม่ค่ะ ไปด้วยแน่นอนอยู่แล้ว」 ไม่ใช่แค่ควีนส์เวย์ โยชิโนะ วิเวียน และปุตราก็เดินเข้ามาใกล้ยาคุตสค์ นายสถานีกับแพดดิงตันเองก็ผละจากรถไฟ เริ่มเตรียมตัวเดินทัพด้วยเท้า 「ต้องมีทางออกไปข้างนอกแน่ เพราะงั้นเชื่อใจฉันแล้วตามมา เป้าหมายแรกกำหนดแล้ว」 「เป้าหมายที่ว่า ไม่ใช่เดินไปตามอุโมงค์นี้เหรอคะ?」 「ไม่ใช่ เราจะกระโดดเข้าไปในนี้!」 「ในนี้ ...... 」 สิ่งที่ยาคุตสค์ชี้ไป คือทหารไอเซนกราดร่างเล็กที่ถือแส้ในมือนำทัพอยู่ กระจกน้ำแข็งที่สะท้อนภาพของยาคุตสค์นั่นเอง 「เมื่อกี้มีอะไรแปลกๆ สะท้อนอยู่ในน้ำแข็งนี้ ถึงจะเป็นแค่การคาดเดา แต่อีกฝั่งนี้ต้องมีอะไรอยู่แน่ ทุกคน เตรียมตัวพร้อมนะ?」 「โอเคเสมอ!」 「จะเอาหางลงไปก่อน จะได้ไม่กระแทกหน้าค่ะ」 สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกน้ำแข็งเมื่อสักครู่นี้ คือสิ่งแปลกประหลาด นั่นคือรูปร่างของอาจารย์ผู้มีพระคุณที่เคยสอนยาคุตสค์เรื่อง 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 ในอดีต ***
ในขณะเดียวกัน ทางด้านคาบารอฟสค์และบาตูที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่อีกจุดหนึ่ง ...... 「จำนวนบ้าอะไรเนี่ย แบบนี้ก็ไปต่อไม่ได้เลยสิ」 「ยิ่งจัดการมันยิ่งเก่งขึ้นรึเปล่า? ต่างจากตอนแรกชัดๆ เลยนะ」 「แปลกแฮะ ตอนที่ฉันเคยสู้เมื่อก่อนพวกมันไม่ได้มีคุณสมบัติแบบนี้นี่นา」 「อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันก็คือปัจจุบันน่า」 「เอาเป็นว่า พักก่อนเถอะ โชคดีที่ไม่มีหมอกมายาชุดใหม่เกิดขึ้น」 「อื้ม ถ้าคาบารอฟสค์พูดแบบนั้นเราก็จะทำตาม」 「เจ้าบ้า ที่พูดนี่เพื่อแกนะ รีบห้ามเลือดซะ!」 ในระหว่างที่รับมือกับมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนทหารที่โผล่ออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะจัดการไปเท่าไหร่ บาตูก็ได้รับบาดเจ็บที่แขน แถมยังลึกพอสมควร 「แค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อยน่า แขนไม่ได้ขาดกระเด็นสักหน่อย」 「จิ๊บจ๊อย? ทั้งที่เลือดยังไม่หยุดไหลเนี่ยนะ?」 「ถ้าเป็นเรื่องใหญ่เดี๋ยวเราบอกเองแหละน่า ไม่ต้องห่วง ว่าแต่คุณก็พักผ่อนให้ดีเถอะ ขืนตื่นเต้นมากไปเดี๋ยวเลือดกำเดาไหลนะ」 บาตูเริ่มรักษาบาดแผลด้วยสีหน้าเรียบเฉยทั้งที่เลือดยังหยดติ๋งๆ จากแขน คาบารอฟสค์ลุกขึ้นจะช่วยรักษา แต่บาตูปฐมพยาบาลได้คล่องแคล่วมากจนปล่อยให้ทำเองคนเดียว 「เราไม่ใช่คนบ้าที่จะสู้ต่อทั้งที่ยังเจ็บอยู่หรอกนะ รู้วิธีรักษาอยู่แล้วน่า ตกใจล่ะสิที่เห็นว่าคล่องกว่าที่คิด?」 「คล่องเกินไปจนน่าขนลุกต่างหาก ไม่เจ็บรึไง?」 「ไม่เจ็บหรอก ประสาทรับความเจ็บปวดของเรามันด้านชาน่ะ แต่ร่างกายได้รับความเสียหาย เราก็เลยต้องดูสภาพแผลด้วยตาแล้วรักษาให้เรียบร้อย เหมือนเครื่องจักรเลยใช่ไหมล่ะ?」 「ทหารของสกันด้าได้รับการฝึกถึงขนาดนั้นเลยเหรอ」 「เปล่าหรอก เผ่าพันธุ์ของเรามีร่างกายแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว น่าสนใจเนอะ รู้สึกซึ้งเลยว่าเกิดมาเพื่อการต่อสู้จริงๆ แต่ไม่รู้สึกเจ็บหรอกนะ」 「บาตู ขอถามอย่างหนึ่งสิ」 「อะไรเหรอ ถามมาได้เลย」 「พวกแกกองทหารรับจ้างสกันด้า รับงานฆ่าคนด้วยรึเปล่า?」 「อ่า อันนั้นบอกไม่ได้แฮะ」 「แค่คำตอบนั้นก็พอแล้ว」 「แต่เรากับคุณไม่มีทางเป็นศัตรูกันหรอก พวกเราไม่ใช่กองทัพ เลือกงานที่รับได้นี่นา」 「เลือกงาน ...... จริงสินะ ทหารทำเรื่องพรรค์นั้นไม่ได้」 「แต่คุณเลือกแล้วนี่」 บาตูพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะแทงเข็มฉึกๆ ผ่านผิวหนังเพื่อเย็บปิดปากแผล 「คุณตัดสินใจเลือกภารกิจ ก็เลยก่อตั้ง 『สมาคมทหารผ่านศึก』 ขึ้นมาใช่ไหมล่ะ?」 「 ...... 」 「ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม」 「เรื่องอะไร? ภารกิจของ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 งั้นเหรอ?」 「ไม่ใช่ เรื่องตอนที่คุณก่อตั้ง 『สมาคมทหารผ่านศึก』 ต่างหาก」 ทำไมถึงอยากรู้เรื่องพรรค์นั้นกันนะ คาบารอฟสค์สงสัยจากใจจริง เมื่อกี้ได้ยินแล้วว่าบาตูรู้สึกนับถือ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 แต่ไหนๆ จะถามแล้ว ถามเรื่องเนื้อหาภารกิจหรือข้อมูลสมาชิกน่าจะน่าสนใจกว่าแท้ๆ 「เราสนใจใน 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 น่ะ」 ถ้าเป็นคุณ แค่คำนี้ก็น่าจะเข้าใจนะ บาตูมัดผ้าพันแผลที่พันแขนที่บาดเจ็บจนแน่น แล้วนั่งลงข้างๆ คาบารอฟสค์ พอนั่งลงแบบนี้แล้วตัวเล็กจริงๆ ส่วนสูงมากกว่ายาคุตสค์ก็จริง แต่อายุคงน้อยกว่ายาคุตสค์ไม่กี่ปีมั้ง 「ที่ฉันลาออกจากกองทัพ เป็นเพราะถูกสั่งให้ไปตามหาสมบัติใน 『ถ้ำน้ำแข็ง』」 รู้ตัวอีกที คาบารอฟสค์ก็เริ่มเล่าออกมาแล้ว
เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นที่เป็นชนวนให้ลาออกจากกองทัพไอเซนกราด 「หลังจากที่เริ่มมีการค้นพบสมบัติในเขต 2 ของไบคาล กองบัญชาการกองทัพฝ่ายเหนือก็เริ่มเพิ่มคำสั่งแทรกเข้ามาในทุกเรื่องว่า 『ให้นำหลักฐานที่เป็นวัตถุขึ้นมาจากในน้ำแข็ง』 โดยอ้างว่าสิ่งที่สร้างหมอกมายาหลับใหลอยู่ก้นทะเลสาบ สิ่งเหล่านั้นเป็นของล้ำค่าที่ไม่มีในไอริสคลาวด์ และจะช่วยให้อนาคตของไอเซนกราดสดใสขึ้น อะไรทำนองนั้น」 「ฟังดูเหมือนเรื่องแหกตาชัดๆ เรื่องโม้พรรค์นั้นอย่างพวกตัวตนที่เรียกหมอกหรือสมบัติโบราณมีอยู่ทั่วโลกนั่นแหละ ตำนานสมบัติแห่งไบคาลก็เป็นหนึ่งในนั้นไม่ใช่เหรอ?」 「ก็บอกไปตอนแรกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าหลังจากที่ *เริ่มค้นพบ* สมบัติแล้วน่ะ」 「เจอหลักฐานที่เป็นวัตถุเข้าแล้วสินะ ตื่นทอง ล่ะสิ」 「พูดได้น่าสนใจนี่ จะเรียกว่า ตื่นเย็น ก็คงได้มั้ง」 「มุกฝืดชะมัด เล่าต่อสิ」 ในตอนนั้นคาบารอฟสค์ที่ยังมียศเป็นร้อยเอกได้มุ่งหน้าไปยัง 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 พร้อมกับโวโลชาเยฟก้าผู้เป็นน้องสาว หลังจากเข้าไปในหลุมธารน้ำแข็งก็แยกกันเป็นสองทาง ต่างฝ่ายต่างมองหาอุโมงค์ที่ทอดตัวลงสู่ชั้นล่างให้ได้มากที่สุด เพื่อมุ่งสู่ก้นบึ้งของนรก 「ถึงจะเรียกว่า 『สำรวจก้นทะเลสาบ』 ก็เถอะ แต่ทะเลสาบอย่างไบคาลน่ะไม่มีใครรู้หรอกว่าก้นบึ้งจริงๆ อยู่ตรงไหน ต่อให้คิดว่าลงมาถึงข้างล่างสุดแล้ว แต่ถ้าขุดลึกลงไปอีกก็อาจจะเจอโพรงใหม่ หรืออาจจะมีรอยแยกเล็กๆ ที่พาลงไปสู่ชั้นที่ลึกกว่านั้นได้ เพราะงั้นพวกเราเลยบันทึกเส้นทางที่ผ่านมา แล้วค่อยๆ มุ่งหน้าลงไปข้างล่างทีละนิด เพราะอัตราการปรากฏของสมบัติจะเพิ่มขึ้นตามความลึกที่ลงไป」 「ในขณะเดียวกันศัตรูก็แกร่งขึ้นด้วย สถานที่ที่แสงส่องไม่ถึงก็เป็นแบบนั้นแหละ」 「อ่า ตามนั้นแหละ ตรงที่พวกเราเข้าไปตอนนั้น มีศัตรูสุดแกร่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนซ่อนตัวอยู่」 「นั่นคือ 『ผู้หญิงแต่งตัวหรู』 ที่ว่านั่นเหรอ?」 「ใช่ ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าหญิงของประเทศไหนสักแห่ง สวมชุดเดรสหรูหรา มีทหารองครักษ์ล้อมรอบตัวเธออยู่มากมาย」 「แล้วไงต่อ?」 「ลูกน้องตายไปเจ็ดคนในการต่อสู้ครั้งแรก」 「ในเวลาแค่ไหน?」 「ชั่วพริบตาเดียว เหมือนตอนที่แกตัดหัว 『ชีวิตที่ร่อนเร่』 ท่ามกลางพายุหิมะนั่นแหละ ใช้เวลาแค่นั้นเลย」 ทว่าโศกนาฏกรรมที่จู่โจมหน่วยคาบารอฟสค์ไม่ได้มีแค่นั้น สมาชิกหน่วยที่เสียชีวิตถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น และถูกขังไว้ในกำแพงน้ำแข็ง 「แถมสมาชิกที่รอดชีวิตยังถูกดูดเข้าไปในกำแพงน้ำแข็งทีละคน ใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 มีกำแพงน้ำแข็งอยู่สองชนิด อย่างแรกคือกำแพงใส ไอ้ตัวอันตรายที่อยู่ตรงปากทางเข้ารอยแยกนั่นแหละ」 「ถ้ามีของแบบนั้นอยู่เต็มไปหมด คงแกว่งหอกได้ไม่ถนัดแน่」 「และอีกอย่างหนึ่งคือกำแพงน้ำแข็งที่เป็นเหมือนกระจกเงา เจ้านี่มีกลไกหลากหลาย ทั้งทำให้เราสับสน หรือดูดเราเข้าไปข้างใน เรียกว่ามีพลังที่น่ากลัวเลยล่ะ」 มันคือภาพนรกชัดๆ ท่ามกลางความมืดมิด ต้องรับมือกับศัตรูสุดแกร่งที่ไม่รู้ว่าซ่อนตัวอยู่ตรงไหน แถมพวกพ้องยังถูกกระจกดูดเข้าไปทีละคน ทีละคน 「ฉันสั่งถอยทัพ มีสถานที่เหมือนห้องโถงที่พอจะมองเห็นได้ด้วยแสงจากหินหมอกมายาอยู่ ฉันรวมพลผู้รอดชีวิตที่นั่น แล้วเริ่มเตรียมตัวปีนกลับขึ้นไปบนน้ำแข็ง –– ถึงตรงนี้ใช้เวลาไปสามวัน」 「ร่อนเร่อยู่ในที่แบบนั้นตั้งสามวันเลยเหรอ !? รอดมาได้ก็เก่งแล้วนะ」 「ในสถานที่ที่แสงตะวันส่องไม่ถึง มันมีสิ่งที่ชอบเล่นกับชีวิตมนุษย์อยู่ ไม่ใช่เพื่อฆ่า ไม่ใช่เพื่อกิน แต่เป็นตัวตนวิปลาสที่รู้สึกเพลิดเพลินกับการมอบความสิ้นหวังและความหวาดกลัว」 หน่วยคาบารอฟสค์ที่ใช้เวลาสามวันกลับมาถึงจุดหลบหนี ต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและความสิ้นหวังอีกครั้งที่นั่น 「ในห้องโถงนั้นมีกระจกน้ำแข็งบานใหญ่อยู่ ...... 」 วินาทีที่หน่วยคาบารอฟสค์เริ่มเตรียมตัวปีนขึ้นเพื่อถอนกำลัง ภาพบางอย่างก็ฉายขึ้นมาบนกระจกน้ำแข็งบานนั้น 「ภาพของหน่วยโวโลชาเยฟก้าที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม」 โวโลชาเยฟก้ายังคงมีชีวิตอยู่ แต่ถูกขังอยู่ในที่แคบๆ สักแห่ง 「เจ้านั่น... โวโลชาเยฟก้าไม่รู้ถึงกลไกของน้ำแข็ง ความจริงแค่กระโดดเข้าไปในกระจกก็รอดแล้วแท้ๆ แต่ยัยนั่นไม่ทำ คงตัดสินใจว่าการแตะต้องกำแพงน้ำแข็งเป็นเรื่องอันตรายสินะ」 「คุณที่รู้ตัวทันต่างหากที่ยอดเยี่ยม ภูมิใจเถอะ ในสถานการณ์วิกฤตแบบนั้น ปกติไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก」 「โวโลชาเยฟก้าพอเป็นเรื่องชีวิตของลูกน้องเมื่อไหร่ก็จะขี้ขลาดขึ้นมาทันที ไม่เชิงว่าหัวไม่ดีหรอก แต่ระวังตัวมากเกินไปจนวิสัยทัศน์แคบลง ข้อเสียตรงนั้นดันโผล่ออกมาซะได้」 นายทหารชั้นประทวนหลายนายช่วยกันถ่วงเวลาด้วยการจัดการศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาเพื่อปกป้องโวโลชาเยฟก้า โวโลชาเยฟก้าพยายามมองหาทางออกอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ทว่า ...... 「ในไม่ช้า ที่นั่นก็ถูกจุดไฟเผา」 「ไม่คิดว่าเป็นภาพหลอนเหรอ? เพื่อทำให้คุณกังวลน่ะ」 「คิดสิ」 คิดอยู่แล้ว คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่าไปหลงกล นี่คือภาพหลอน ฉันบอกลูกน้องไปแบบนั้นด้วย 「แต่โวโลชาเยฟก้าขว้าง 『สมบัติ』 ที่ถืออยู่ในมือใส่กระจก แล้วผลเป็นไงรู้ไหม? ของแบบเดียวกันเป๊ะๆ ก็ลอยกลับออกมาจากกำแพงน้ำแข็งตรงนั้นทันที」 「ไม่ใช่ภาพหลอนงั้นเหรอ ......」 「ใช่ ฉันให้ลูกน้องหนีออกไปก่อน แล้วกลับไปช่วยโวโลชาเยฟก้าคนเดียว ห้องที่ยัยนั่นอยู่ไม่มีผู้รอดชีวิตแล้ว สมาชิกคนอื่นถ้าไม่ถูกแช่แข็งก็ถูกขังอยู่ในกำแพงน้ำแข็ง ฉันสู้กับ 『ผู้หญิงแต่งตัวหรู』 คนนั้น แต่ตัดสินใจว่าไม่มีทางชนะเลยหนีออกมา」 แบกโวโลชาเยฟก้าวิ่งสุดฝีเท้าใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 คว้าเชือกที่ลูกน้องทิ้งไว้ให้ข้างบน แล้วปีนขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต ไม่มีเชือกนิรภัย ถ้าเท้าลื่นก็ตกลงไปก้นเหวนรกพร้อมกันสองพี่น้อง 「ฉันกับคนที่รอดชีวิตไม่กี่คนรีบกลับฐาน รายงานทุกอย่างที่เห็นใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 เนื่องจากโวโลชาเยฟก้าเสียความทรงจำ ฉันเลยรับผิดชอบทั้งหมดเสนอให้เปลี่ยนแผนปฏิบัติการ」 「แต่พวกเบื้องบนไม่ยอมรับข้อเสนอของคุณสินะ」 「เออ ใช่ พวกนายพลเฮงซวยที่เต็มไปด้วยกิเลสสั่งให้ส่งอีกหน่วยเข้าไปโจมตีอีกรอบ ฉันแย้งไปว่าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่เป็นผล」 มีคำสั่งให้ส่งหน่วยอัลฟ่าอีกสองหมวดไปเป็นระลอกสอง และสั่งให้คาบารอฟสค์เป็นผู้บัญชาการกองร้อย สั่งให้กลับไปนรกนั่นอีกครั้ง 「ฉันน่ะนะบาตู การต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้งไม่ใช่ปัญหาหรอก ถ้าสัตว์ประหลาดที่นั่นเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ฉันคงนำทัพทั้งหมดไปปราบมันแล้ว แต่คำสั่งของเบื้องบนคือ 『ไปอีกรอบ』 『ใช้ทหารสองหมวด』 『ไปเอาสมบัติมา』 แกคิดว่าไง?」 「เก็บกู้ศพพวกพ้องต้องมาก่อน」 วินาทีนั้น ขอบตาของคาบารอฟสค์ก็ร้อนผ่าวขึ้นมา พูดตามตรง ไม่คิดเลยว่าคำพูดนั้นจะออกมาจากปากของบาตู 「ควรเมินสมบัติแล้วพาทุกคนกลับมาให้ได้มากที่สุด ต่อให้แค่คนเดียวก็ยังดี ถ้าเราเป็นทหาร เราจะเมินคำสั่งแล้วทำแบบนั้น ลูกน้องคนไหนไม่ทำตามก็ทิ้งไว้」 「ฉัน ...... ละเมอพูดอะไรออกไปรึเปล่า?」 「เปล่านี่? แค่บอกว่าถ้าเป็นเราจะทำแบบนั้น แล้วคุณทำยังไงล่ะ?」 「เหมือนกัน ......」 「เอ๊ะ?」 「เหมือนกับแกนั่นแหละบาตู ฉันบอกให้ทีมระลอกสองรออยู่ในที่ปลอดภัย แล้วบอกว่าจะไปเก็บกู้ศพคนเดียว」 「คาบารอฟสค์ ......」 「แต่พวกนั้นบอกว่าจะตามฉันมาด้วย บอกว่าแค่จะลงไปเดินเล่นในหลุมฆ่าเวลา เมินทั้งสมบัติ ทั้งปีศาจ แล้วมุ่งหน้าไปช่วยหน่วยคาบารอฟสค์และหน่วยโวโลชาเยฟก้า ......」 พอนึกย้อนกลับไปตอนนี้ พวกนั้นเป็นคนที่กล้าหาญจริงๆ ทั้งที่รู้ดีว่าหน่วยคาบารอฟสค์และหน่วยโวโลชาเยฟก้าต้องเจอกับอะไรใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 และรู้ว่าเบื้องบนวางแผนปฏิบัติการนี้ด้วยจุดประสงค์ไร้สาระแค่ไหน แต่พวกนั้นก็ยังขอลงไปในรูมืดๆ นั่น ––ร้อยเอกคาบารอฟสค์ ให้พวกเราสู้ด้วยเถอะครับ เพื่อ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』! ด้วยความร่วมมือของสมาชิกหน่วยระลอกสอง คาบารอฟสค์จึงสามารถช่วยลูกน้องจำนวนมากออกมาจากหลุมมืดได้ คนที่ถูกแช่แข็ง คนที่เจอแค่ชิ้นส่วนร่างกาย คนที่ถูกดูดเข้าไปในกระจกแล้วหายสาบสูญไปเลยก็มี แต่ตอนที่กำลังจะกลับฐานจาก 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ก็มีเสียงดังมาจากในหลุม ว่าเป็นเกียรติที่ได้ร่วมสู้กับท่าน 「พอกลับไปถึงกองบัญชาการ ฉันก็โดนตำหนิอย่างรุนแรงข้อหาขัดคำสั่ง สมาชิกหน่วยอัลฟ่าที่ช่วยเก็บกู้ศพก็โดนลงโทษหนัก ฉันเลยลาออกจากกองทัพ」 「เข้าใจล่ะ สมาชิกเริ่มแรกของ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 คือยอดฝีมือจากอดีตหน่วยอัลฟ่าสินะ หน่วยคาบารอฟสค์ที่รอดชีวิต กับสมาชิกหน่วยระลอกสองที่กล้าหาญ」 「ก็คงงั้นแหละ」 「ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะ」 「ไม่หรอก ทางนี้ต่างหาก ...... ขอบคุณที่รับฟัง」 นี่คือเหตุการณ์ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ที่เกิดขึ้นในเขต 2 ของทะเลสาบโบราณไบคาล เป็นกรณีหายากในเรื่องเล่าสงครามของกองทัพฝ่ายเหนือไอเซนกราด ที่ไม่มีวลี "สมกับเป็นทหารไอเซนกราด" ปรากฏออกมา 「พอได้เล่าเรื่องเก่าๆ แล้วรู้สึกโล่งขึ้นเยอะ หรือจะเรียกว่าหัวแล่นขึ้นมาแล้วก็ได้」 「ดีเลยนี่ นึกวิธีหนีออกได้แล้วเหรอ?」 「ยังนึกไม่ออกหรอก แต่เดี๋ยวก็คงมีทางเองแหละ」 คาบารอฟสค์เอามือแตะกระจกน้ำแข็งตรงหน้า ––แล้วตะโกนสุดเสียงใส่ทหารไอเซนกราดตัวเล็กที่สะท้อนอยู่ในนั้น 「ยาคุตสค์! ทางนี้!」 「คาบารอฟสค์? จู่ๆ เป็นอะไรไปคะ」 「ดึงพวกเราไป 『ฝั่งนั้น』 ที! ตำแหน่งปัจจุบัน อยู่ในระยะเดินเท้าจากฐานหน้าซิเวเรีย ไม่มีวิธีหนี ขอกลับไปรวมกับทัพหลัก」 กำแพงน้ำแข็งบิดเบี้ยววูบวาบ ในไม่ช้า มือเรียวขาวก็ยื่นออกมาจากกำแพงน้ำแข็ง 「ที่นี่ไม่ใช่เขต 2 ของไบคาล แต่เป็นจุดเอกภาวะขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในเส้นทางใหม่ซิเวเรีย อย่าหลงไปกับภาพมายาที่สั่นไหวล่ะ」 「จงใช้สมอง จงมีความภาคภูมิและกล้าหาญอยู่เสมอ เพื่อบรรลุ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』」 คาบารอฟสค์บอกกับตัวเองด้วยคำพูดที่เคยสอนยาคุตสค์ในวันวาน พร้อมกับคว้ามือเรียวขาวนั้นไว้อย่างแน่นหนา