‹ กลับหน้าเรื่อง 📚 LN: มิสต์เทรนเกิร์ลส์ ~จากหน้าต่างรถไฟในโลกแห่งหมอก~ - บทที่ 5 : ห้องกระจก
‹ ก่อนหน้า

บทที่ 5 : ห้องกระจก

บทที่ 5 จาก 5 บท

––หลายปีก่อน ณ สถานที่แห่งหนึ่งในไอเซนกราด ––ณ 『ป่าทางเหนือ』 สนามสอบสุดท้ายของหลักสูตรฝึกอบรมนักเรียนนายร้อยกองทัพฝ่ายเหนือไอเซนกราด 「นี่ ยาคุตสค์ ถ้าเธอได้เป็นนายทหารแล้ว อยากจะนำหน่วยแบบไหนเหรอ?」 「อะ ถ้าฉันได้เป็นนายทหารเหรอคะ?」 เหตุการณ์ตอนที่ยาคุตสค์กำลังฝึกการรบภาคสนามบนหิมะที่ 『ป่าทางเหนือ』 สนามสอบที่ใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการฝึกภาคปฏิบัติ ซึ่งเดินเท้าห่างจากค่ายพักแรมมาประมาณครึ่งวัน ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าที่เดินทางมาด้วยในฐานะผู้คุ้มกันของฉัน จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาระหว่างเดินทัพ 「ถ้าจะพูดให้ถูกคือ ถ้าได้เป็นหัวหน้าหน่วยน่ะ เธออยากจะเป็นผู้นำแบบไหน และอยากจะสร้างผลงานแบบไหน ฉันถามเรื่องนั้นต่างหาก」 「หัวหน้าหน่วยอะไรกันคะ! จู่ๆ มาพูดแบบนั้น ฉันต้องทำให้ความสามารถของตัวเองเป็นที่ประจักษ์ก่อนเป็นอันดับแรก ...... 」 「อ้อ เรื่องพรรค์นั้นช่างมันเถอะ」 「คะ?」 「『ที่นี่คือสนามรบ ไม่มีทั้งซุปร้อนๆ และเหล้า!』」 「เอ๊ะ? ก็... นั่นสินะคะ เพราะนี่คือการฝึกต่อสู้ ก็เหมือนกับสนามรบนั่นแหละค่ะ」 「อ้าว ปฏิกิริยานั่น หรือว่ายาคุตสค์จะไม่รู้ความหมายของคำคำนี้งั้นเหรอ?」 「น่าอายจังค่ะแต่ไม่ทราบเลย เป็นรหัสลับอะไรเหรอคะ?」 「จะว่าแบบนั้นก็ได้ งั้นร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าผู้นี้จะสอนให้เป็นกรณีพิเศษ」 「เชิญเลยค่ะ! รบกวนด้วยนะคะ!」 ที่นี่คือสนามรบ ไม่มีทั้งซุปร้อนๆ และเหล้า คำคำนี้มีความหมายว่า "ที่นี่คือสวรรค์ที่ไม่มีพวกเบื้องบน ทำตัวตามสบายไม่ต้องเกร็ง" ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าสอนฉันแบบนั้น 「สรุปก็คือ คำตอบของยาคุตสค์คุงเป็นคำตอบที่น่าเบื่อบรมโคตร ไม่สมกับเป็นสนามรบเลยน่ะสิ」 เบอร์ 2 ของหน่วยอัลฟ่าที่กองทัพฝ่ายเหนือไอเซนกราดภาคภูมิใจ จิ้มแก้มของฉันที่แข็งทื่อจนเป็นหินเล่น แล้วหัวเราะอย่างพอใจ 「อะไรคือต้องทำให้ความสามารถของตัวเองเป็นที่ประจักษ์ก่อนเป็นอันดับแรกยะ เธอไม่ได้คิดแบบนั้นสักกะติ๊ดเลยใช่ไหมล่ะ?」 「เรื่องนั้น ...... 」 「อยากรีบไปสู้แนวหน้าไวๆ อยากไปเขตที่มีการรบดุเดือด อยากสร้างวีรกรรม อาศัยจังหวะนี้แซงหน้าเพื่อนรุ่นเดียวกันหรือแม้แต่รุ่นพี่ ไต่เต้าขึ้นไปเป็นทหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ไอเซนกราด นั่นคือความในใจของท่านยาคุตสค์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เหรอ?」 「มะ ไม่ได้คิดเรื่องพรรค์นั้นเลยค่ะ! ฉันคิดจากใจจริงว่าอยากจะเป็นผู้บัญชาการที่ยอดเยี่ยมเหมือนร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า และทำประโยชน์ให้มาตุภูมิไอเซนกราดค่ะ!」 「อื้ม อันนั้นก็ใจจริง」 「อึก ...... 」 「ไม่ต้องอายไปหรอกน่า พี่สาวฉันตอนสาวๆ ก็พูดแต่เรื่องแบบนั้นเหมือนกันแหละ? เพื่อให้ชื่อเสียงของตระกูลเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จะต้องเป็นทหารที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ไอเซนกราดให้ได้! อะไรทำนองนั้น แล้วก็แบบ เอามือข้างหนึ่งทาบอก แล้วยื่นมืออีกข้างออกไป ผ่าง! โพสท่าที่ชวนสงสัยว่ามือนั่นทำไปเพื่ออะไร เธอก็ทำให้น้องสาวดูเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?」 「ไม่ได้ทำค่ะ」 「จริงเหรอ?」 「ไม่ได้ทำค่ะ!」 「คิดว่าจะโกหกฉันได้เหรอ? ถ้าไม่พูดความจริงจะให้ปลดประจำการนะ?」 「โกหกค่ะทำค่ะ! จะว่าไปตอนนี้ก็ยังทำอยู่ที่ฐานค่ะ!」 「อื้ม ซื่อสัตย์ดีมาก♪」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าลูบหัวฉันแรงๆ แล้วยิ้มอย่างพอใจเหมือนเมื่อกี้อีกครั้ง ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าคือครูฝึกของฉัน ตั้งแต่สมัยอยู่หน่วยฝึก ก็ได้ครูฝึกคาบารอฟสค์กับเธอช่วยดูแลมาตลอด แต่ครูฝึกคาบารอฟสค์ลาออกจากกองทัพไปเพราะเหตุการณ์ที่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ตอนนี้ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเลยต้องมาดูแลฉันตัวคนเดียว การที่มีเอซของกองทัพฝ่ายเหนือมาสอนตัวต่อตัว ถือเป็นเกียรติมากสำหรับทหารใหม่ แต่ความกดดันก็มากตามไปด้วย ถูกคาดหวังขนาดนี้ ก็ต้องเก่งกว่าใคร ต้องสร้างผลงานให้เร็วกว่าใคร แม้แต่ตอนฝึกอยู่แบบนี้ ก็เอาแต่คิดเรื่องพวกนั้น ก็ช่วยไม่ได้นี่นา สองพี่น้องครูฝึกคาบารอฟสค์กับร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า คือทหารไอเซนกราดสุดยอดเยี่ยมที่ฉันกับเบสช่าชื่นชมมาตั้งแต่เด็กๆ แน่นอนว่าต้องกดดันอยู่แล้ว 「แล้วคำตอบของคำถามเมื่อกี้ล่ะ?」 「ฉัน ...... อยากเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเหมือนหน่วยอัลฟ่าค่ะ」 「เห หัวหน้าหน่วยรบพิเศษงั้นเหรอ ก็พอเดาได้อยู่หรอก แต่ขอฟังเหตุผลหน่อยได้ไหม? ทำไมถึงอยากเป็นหัวหน้าหน่วยเหมือนหน่วยอัลฟ่าล่ะ?」 「เพราะอยากทุ่มเทให้กับชัยชนะที่ล้ำค่า และ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 ค่ะ」 และอยากเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับ ได้รับความเคารพ และได้รับความขอบคุณจากผู้คนมากมายเหมือนพวกคุณทั้งสองคน พวกคุณทั้งสองคนคือไอดอลของฉัน เป็นไอดอลตลอดกาลของพวกเราฝาแฝด 「ยาคุตสค์ เธอเนี่ยเหมือนพี่คาบารอฟสค์จริงๆ เลยนะ」 「ฉันเหมือนครูฝึกคาบารอฟสค์เหรอคะ? บ้าน่า! ฉันเทียบครูฝึกคาบารอฟสค์ไม่ติดฝุ่นเลยค่ะ! พลังต่อสู้ของฉันไม่ถึงหนึ่งในสิบของครูฝึกคาบารอฟสค์ด้วยซ้ำ」 「ใครพูดเรื่อง 『พลังต่อสู้』 กันยะ ฉันบอกว่า 『เหมือน』 ต่างหาก」 「ตรงไหนเหรอคะ?」 「เรื่องนั้น ถ้าเธอผ่านการสอบนี้ไปได้อย่างปลอดภัยจะบอกให้ พยายามเข้านะ」 「ค่ะ!」 หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็เจอกับ 『สายลมสีขาว』 ขนาดใหญ่ ป่าทางเหนือกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา มิสต์มอนสเตอร์ที่น่ากลัวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโผล่ออกมาจากหมอกมายา 「『สายลมสีขาว』 หน่วยอัลฟ่า รับมือสถานการณ์」 พอเข้าสู่สถานะเตรียมพร้อมรบ ฉันก็ตระหนักได้ว่าคำพูดที่บอกว่า 「อยากเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเหมือนหน่วยอัลฟ่า」 ของตัวเองนั้นมันช่างดูเป็นเด็กน้อย และไม่สมกับความสามารถของตัวเองเอาเสียเลย สัตว์ประหลาด คนละมิติกันเลย ทั้งสิ่งที่ซ่อนอยู่ใน 『สายลมสีขาว』 และสมาชิกหน่วยอัลฟ่าที่ต่อสู้กับพวกมัน ต้องฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์จริงขนาดไหนกันนะถึงจะไปถึงระดับนี้ได้ อย่างน้อยสำหรับฉันคงเป็นไปไม่ได้ ฉันคิดแบบนั้น พลังต่อสู้ของฉันคือหนึ่งในสิบของครูฝึกคาบารอฟสค์? งั้นก็แปลว่า ถ้าเทียบกับพลังต่อสู้ของร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าที่กำลังแสดงการต่อสู้เหนือมนุษย์อยู่ตรงหน้า ก็แค่หนึ่งในสิบงั้นเหรอ? ไม่มีทาง ฉันพูดอะไรโง่ๆ ออกไปเนี่ย หนึ่งในร้อยต่างหาก เผลอๆ จะห่างชั้นยิ่งกว่านั้นอีก 「ยาคุตสค์ อย่าห่างจากฉันนะ」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าและลูกน้องสมาชิกหน่วยอัลฟ่า แม้จะถูกลอบโจมตีในทัศนวิสัยย่ำแย่ แต่ก็กระจายกำลังกันโดยไม่ต้องนัดแนะและต่อสู้พลางปกป้องฉันไปด้วย ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าทำหน้าที่เปิดทางหนีอยู่ข้างๆ ฉัน ดังนั้นสมาชิกคนอื่นน่าจะใช้วิธีการรบแบบล่อศัตรู ตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่น่ะเหรอ? เข่าอ่อนจนลุกไม่ขึ้นไงล่ะ ต่อให้ศัตรูเล็งเป้าพุ่งเข้ามาหาฉัน ฉันก็ขยับไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ทุกครั้งร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าจะคว้าคอเสื้อฉันเหมือนลูกแมวแล้วเหวี่ยงไปมา ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้ากำจัดสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาจากรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว ส่วนฉันก็นั่งก้นจูบพื้นหิมะอยู่ข้างๆ ร้อยเอกในสภาพน่าสมเพช ทำได้แค่อึ้งกิมกี่ ได้แต่เฝ้ามองเฉยๆ มองดูทหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกค่อยๆ ล้มลงทีละคน ในนรกที่มีทั้งหิมะ น้ำแข็ง และหมอกมายาปนเปกันมั่วไปหมด ฉันมีผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งในหมู่นักเรียนนายร้อยที่ค่าย และมั่นใจในการต่อสู้ แต่ในหมอกมายาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และจำรูปแบบกระบวนทัพและกลยุทธ์ทุกอย่างใส่หัวไว้ เพื่อที่จะสั่งการให้เหมาะสมกับกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในตอนนั้น เผื่อวันที่ได้นำหน่วยของตัวเอง แต่ในเวลานี้ ฉันทำได้แค่หมดสภาพอยู่ตรงนั้น เรื่องแบบนี้มีอยู่จริงสินะ ถึงกับรู้สึกทึ่งเลยด้วยซ้ำ นี่คือแนวหน้าสุด นี่คือเขตอันตรายที่ฉันกับเบสช่าตั้งเป้าไว้ ไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่เขตอันตราย เป็นแค่สนามฝึกซ้อมใกล้ค่าย เขตอันตรายของจริงคือที่ป้อมปราการลอเรน หรือเขต 4 ของทะเลสาบโบราณไบคาลขึ้นไป ซึ่งที่นั่นมีสิ่งที่อันตรายกว่านี้อยู่ หน่วยรบพิเศษต้องต่อสู้กับของอันตรายพวกนั้นตลอดเวลา ฉันทำไม่ได้หรอก เป็นแบบครูฝึกคาบารอฟสค์หรือร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าไม่ได้หรอก เบสช่าน้องสาวฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ยัยเด็กนั่นขี้ขลาดกว่าฉัน ขี้แยกว่า แล้วก็อ่อนแอกว่าอีก จะให้พาเบสช่ามาโลกแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เรื่องที่บอกว่าอยากสู้แนวหน้าด้วยกันสองพี่น้อง มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว 「ยาคุตสค์! ได้ยินไหม !?」 ท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำ ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าแบกฉันถอยลงมาจนถึงตีนเนิน เพื่อถ่วงเวลาให้พวกเรา นายทหารชั้นประทวนสองนายต้องสละชีวิต 「ซ่อนตัวอยู่ในหลุมนี้ แล้วอยู่นิ่งๆ จนกว่า 『สายลมสีขาว』 จะผ่านไปนะ ฉันจะกลบหิมะทับไว้ข้างบน อาจจะหนาวหน่อย แต่ก็ดีกว่าโดนลมเป่า เอ้า เอามือปิดปากไว้ ถ้าลมหายใจทำหิมะละลาย มันจะแข็งติดปากจนหายใจไม่ออกนะ」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าโยนฉันลงไปในหลุมตรงเนิน แล้วกลบหิมะทับ ฉันทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย ได้แต่ภาวนาให้เวลาผ่านไปไวๆ หลังจากนี้ต้องทำยังไง ต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ถ้าเจอปีศาจต้องทำยังไง ฉันละเลยการตรวจสอบเรื่องพื้นฐานพวกนั้นไปหมด 「『ถ้าสายลมสีขาวพัดมา ให้ซ่อนตัวให้มิดชิดที่สุด』 ฝังตัวอยู่ในหิมะ แล้วอยู่นิ่งๆ ถ้าทำแบบนั้นก็จะปลอดภัย ในคู่มือของหน่วยอัลฟ่าก็เขียนไว้แบบนั้น」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าพูดกับฉันที่กำลังสติแตกจนคิดอะไรไม่ออก ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างช้าๆ และชัดเจนเหมือนทุกที 「เธอไม่ผิด เธอไม่ได้แปลก ใครๆ เริ่มต้นก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ถ้าวันหนึ่งลูกน้องของเธอตกอยู่ในสภาพเดียวกับเธอตอนนี้ ก็เล่าเรื่องตอนนั้นให้พวกเขาฟังซะสิ」 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า ตอนแรกก็เป็นแบบนี้เหรอคะ?」 「แน่นอน โดนพี่คาบารอฟสค์อัดซะน่วม แล้วก็ลากไปนู่นไปนี่ เละเทะเลยล่ะ」 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเนี่ยนะคะ? ไม่อยากจะเชื่อเลย ก็ร้อยเอกแข็งแกร่งขนาดนั้น พื้นฐานเดิมก็ต่างกันแล้วค่ะ」 「ไม่จริงหรอก เธอแข็งแกร่งนะ และจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนนี้อีก เธอจะต้องเป็นทหารที่ยอดเยี่ยมกว่าฉันหรือพี่คาบารอฟสค์แน่นอน」 「เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ」 「เวลาแบบนี้ให้ตอบว่า 『ค่ะ』 ก็พอ」 「พูดไม่ออกหรอกค่ะ เรื่องที่เกินตัวขนาดนั้น ...... 」 ด้วยความหนาว ความกลัว และความกังวล เสียงของฉันจึงสั่นเครือ 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ? ที่ว่า ...... จะเป็นเหมือนครูฝึกคาบารอฟสค์หรือร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าได้น่ะ?」 「แน่นอน ฉันพูดจริง ไม่โกหกหรอก เพราะงั้น ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรอดไปให้ได้นะ」 「แต่ว่า ...... 」 「เข้มแข็งเข้าไว้ ทหารไอเซนกราดจะมาลนลานระหว่างการต่อสู้ได้ยังไง」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าฝังตัวฉันเสร็จ ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ พลางตรวจสอบตำแหน่งของนายทหารชั้นประทวนที่กำลังสู้อยู่บนเนิน อย่าไปนะ อย่าทิ้งหนูไว้คนเดียว ฉันน่าจะพูดคำพูดน่าสมเพชแบบนั้นออกไป ถึงได้โดนดุว่า 「เข้มแข็งเข้าไว้」 ภารกิจของฉันคือการเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์วิกฤตนี้ ถ้าตามร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าไปต้องตายแน่ๆ แถมยังจะเป็นตัวถ่วงหน่วยคุ้มกันที่คอยปกป้องฉันอีก 「ไม่เป็นไรหรอก เธอจะต้องเป็นทหารที่ดีแน่ๆ ฉันรับประกัน จะต้องเป็นทหารที่เข้มแข็งและภาคภูมิเหมือนกับพี่สาวของฉัน」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าหยุดเดินเพื่อมอบคำพูดต่อไปให้กับฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกเศร้า เหงา และกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเป็นคำสั่งเสีย 「พี่สาวของฉัน ยึดถือคติ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 ความหมายของการต่อสู้คืออะไร? เธอเคยคิดเรื่องนั้นบ้างไหม?」 「ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ」 ฉันร้องไห้ออกมา เพราะคิดว่าหิมะคงบังจนมองไม่เห็นหน้า เพราะคิดว่าเสียงคงส่งไปไม่ถึง เพราะคิดว่าจะไม่ถูกจับได้ เลยร้องไห้ออกมาอย่างน่าสมเพช ฉันกลัวขนาดนั้นเลยล่ะ กลัวที่คนสำคัญของตัวเองกำลังจะจากไปในสถานการณ์ที่ความตายอยู่ตรงหน้า 「ฉันน่ะนะ พูดตรงๆ ไม่ค่อยได้คิดเรื่องนั้นหรอก ก็แค่ทำตามสิ่งที่พี่สาวที่ไว้ใจได้บอก แล้วก็ทำตามคำสั่งกองทัพ ตอนที่ลงไปใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ฉันก็ไม่ได้คิดถึงความหมายของภารกิจมากเท่าพี่สาว」 แต่ว่า ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เหตุผลที่พี่สาวตามหา 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 จนลาออกจากกองทัพ 「ตอนนี้ฉันกำลังทำ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 อยู่ เพื่อปกป้องชีวิตของคนหนุ่มสาวที่มีอนาคต เพื่อปกป้องอนาคตของไอเซนกราด ฉันจะเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่มี จะสู้ไปพร้อมกับพวกพ้องที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยมีความภาคภูมิของกองทัพไอเซนกราดอยู่ในอก ...... ดีใจจริงๆ ที่ได้อยู่ข้างๆ เธอ」 เพราะงั้น มีชีวิตรอดเพื่อฉันด้วยนะ แล้วก็ปกป้องน้องสาวด้วย 「ทำไม่ได้ค่ะ」 「ทำได้สิ」 「ทำไม่ได้ค่ะ! ฉันปกป้องเบสช่าไม่ได้!」 「ไม่เป็นไรหรอก เธอจะต้องเป็นพี่สาวที่ดีแน่ๆ เหมือนกับพี่สาวของฉัน เป็นพี่สาวที่เข้มแข็งและอ่อนโยน」 เพื่อน้องสาวด้วย เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ 「ฟังนะ? ยาคุตสค์ ห้ามขยับไปจากตรงนั้นเด็ดขาดเลยนะ?」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าพูดกับฉันเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพุ่งเข้าไปหากองทัพศัตรู นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ฉันกับร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าได้คุยกัน ***

「ยาคุตสค์ เฮ้ย ยาคุตสค์ ตั้งสติหน่อย!」 ในความฝัน ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้ากำลังเรียกยาคุตสค์อยู่ เมื่อกี้ยังอยู่ในหิมะอุ่นๆ อยู่เลย แต่ที่นี่กลับหนาวจับใจ ราวกับอยู่ในน้ำแข็ง 「เดี๋ยวจะเอาออกมาแล้ว จะทุบน้ำแข็งล่ะนะ เจ็บตัวก็ห้ามบ่นล่ะ」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์ ......?」 「เออ คาบารอฟสค์เอง ดูเหมือนจะฝันดีอยู่สินะ แต่เสียใจด้วยที่นี่คือความจริง โวโลชาเยฟก้าไม่อยู่หรอก」 「งั้นเหรอคะ ฉันฝันไปสินะคะ」 「ให้ตายสิ มองหน้าคนอื่นแล้วเอาแต่เรียกชื่อโวโลชาเยฟก้าอยู่ได้ จริงอยู่ที่ฉันกับยัยนั่นหน้าเหมือนกัน แต่อย่าจำผิดกับคนตายสิ」 คนที่เรียกยาคุตสค์ไม่ใช่ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า แต่เป็นครูฝึกคาบารอฟสค์พี่สาวฝาแฝดที่มีหน้าตาเหมือนกัน ยาคุตสค์ถูกขังอยู่ในน้ำแข็งด้วยเหตุผลบางอย่าง ไม่เห็นวี่แววของนายสถานีหรือควีนส์เวย์ ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยกระจกมีแค่ยาคุตสค์กับครูฝึกคาบารอฟสค์สองคนเท่านั้น ครูฝึกคาบารอฟสค์ดูเหมือนจะลองมาหลายวิธีเพื่อดึงยาคุตสค์ออกจากน้ำแข็ง แต่สุดท้ายก็มาจบที่ข้อสรุปว่า 「ทำลายน้ำแข็ง」 จึงหันปากกระบอกปืนมาทางยาคุตสค์แล้วง้างออก 「เอาล่ะ มุมนี้น่าจะได้」 「เหวอ ด-เดี๋ยวค่ะครูฝึกคาบารอฟสค์! คิดจะทำอะไรคะเนี่ย ??」 「ถามได้ ก็จะยัดกระสุนอัดเวทมนตร์เข้าไปไง?」 「มันใกล้ไปค่ะ! แบบนั้นมันจะทะลุมาโดนฉันนะคะ!」 「ไม่มีปัญหา คำนวณไว้แล้ว」 「มีปัญหาค่ะ! กะจะฆ่ากันเหรอคะ!」 「นี่ไม่ใช่น้ำแข็งธรรมดานะ ยาคุตสค์ มันเหมือนกรงขังที่ได้รับการปกป้องด้วยบาเรียเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง การโจมตีธรรมดาๆ จะถูกดีดออกหมด」 「งั้นก็ค่อยๆ ลองไปสิคะ ทำไมจู่ๆ ต้องยิงระยะเผาขนแบบนั้นด้วย」 「ดูห้องนี้สิ เต็มไปด้วยกระจกน้ำแข็ง การโจมตีครึ่งๆ กลางๆ จะแฉลบไปมาทั่วห้อง อยากเห็นฉันเต้นระบำอย่างสนุกสนานขณะโดนกระสุนตัวเองยิงพรุนรึไง?」 「งั้นเหรอ การโจมตีที่ใส่เวทมนตร์จะถูกสะท้อนหมดสินะ ......」 「สมัยก่อน มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ยิงเวทโจมตีในห้องแบบนี้แล้วเจอดีเข้าให้ ถ้าจะให้แตกในทีเดียว ก็ต้องยิงด้วยของแรงๆ เท่านั้นแหละ」 ก็ตามนั้นแหละ จะเสียงดังหน่อยนะ ครูฝึกคาบารอฟสค์พูดจบก็อัดเวทมนตร์รุนแรงลงไปในปืน อะไรเนี่ย? ระดับเดียวกับเวทโจมตีของวิเวียนเลยไม่ใช่เหรอ? เอาของแบบนั้นยัดลงในกระสุนเนี่ยนะ ...... เอ๊ะ? จะดีเหรอ? ฉันจะไม่ตายใช่ไหม? ––ตู้ม! การยิงระยะเผาขน เสียงปืนและเสียงน้ำแข็งแตกกระจายจากการยิงทำเอาหูแทบแตก 「เยี่ยม เป็นไปได้สวย」 ก้อนน้ำแข็งหนาๆ ร่วงกราวลงมาที่เท้าของยาคุตสค์ ไม่สิ ไม่สวยสักหน่อย กระสุนเฉี่ยวหางตาไปเลยนะคะ? 「อย่าไปใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิมน่า ดีกว่าตายอยู่ในน้ำแข็งแบบนั้นไม่ใช่เรอะ」 「ข-ขอบพระคุณมากค่ะ」 อุตส่าห์ช่วยไว้จะไปบ่นว่า 「ทำบ้าอะไรเนี่ย」 ก็คงไม่ได้ ยาคุตสค์สำรวจความผิดปกติในร่างกาย แล้วรีบตรวจสอบสถานการณ์รอบข้างทันที สถานที่ที่ยาคุตสค์ตื่นขึ้นมา คือห้องโถงที่ล้อมรอบด้วยกระจกทั้งสี่ด้าน บรรยากาศต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ไม่เห็นกำแพงน้ำแข็งใสๆ เลยสักนิด แต่ให้ความรู้สึกเหมือนผนังเต็มไปด้วยกระจกเงาบานเท่าตัวคนติดอยู่เต็มไปหมด มีเงาสะท้อนของยาคุตสค์และครูฝึกคาบารอฟสค์ปรากฏอยู่ทั่วไปหมด การจะหา 「ของจริง」 จากในนี้คงยากเลือดตาแทบกระเด็น 「กระจกนี่มัน ......」 และตรงกลางห้องโถง มีกระจกบานหนึ่งตั้งอยู่ ซึ่งใหญ่กว่ากระจกน้ำแข็งที่อยู่บนผนังมาก ในกระจกยักษ์บานนั้นไม่มีเงาของพวกยาคุตสค์สะท้อนอยู่ ทั้งที่ใหญ่ขนาดนั้น พื้นที่หน้ากระจกน่าจะสะท้อนภาพทั้งห้องโถงและเกิดเงาสะท้อนซ้อนกันไปมาแท้ๆ ...... 「คนอื่นๆ ล่ะคะ?」 「ไม่รู้สิ นึกว่าจะถูกดูดเข้าไปในกระจกตอนคว้ามือแกไว้ แล้วก็ล้มลงมาที่นี่เลย พอตื่นขึ้นมา ก็เจอยาคุตสค์ที่ถูกแช่แข็งกำลังพะงาบๆ ปากเรียกชื่อโวโลชาเยฟก้าอยู่นั่นแหละ」 「ฉันอยู่กับทุกคนจนถึงวินาทีก่อนจะคว้ามือครูฝึกคาบารอฟสค์ค่ะ พอดึงตัวครูฝึกคาบารอฟสค์มาจากอีกฝั่งของกระจก ก็มีเสียงร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเรียก ......」 「แล้วก็ถูกขังอยู่ในน้ำ แล้วฝันไปงั้นเหรอ」 「เป็นแบบนั้นเหรอคะ สัมผัสที่มือของครูฝึกคาบารอฟสค์มันชัดเจนมาก ฉันคิดว่าคว้าไว้ไม่ผิดแน่ค่ะ」 「งั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าฉันเองก็หมดสติไปเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่คงถูกส่งมาคนละห้องกับพวกนายสถารี แถมยังถูกส่งมาในห้องที่น่ารังเกียจที่สุดใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ซะด้วย」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์ คุ้นห้องนี้เหรอคะ?」 「คุ้นสิ ต่อให้ไม่อยากจำก็ลืมไม่ลง ฉันเห็นนรกในห้องโถงนี้」 「หรือว่านั่นคือ ......」 「ใช่ สถานที่ที่หน่วยคาบารอฟสค์ของพวกเราถูกทำให้เห็นนรก ภาพที่หน่วยโวโลชาเยฟก้ากำลังถูกโจมตีฉายอยู่บนกระจกบานยักษ์นี่」 ตอนที่ครูฝึกคาบารอฟสค์นำหน่วยอัลฟ่าเข้าพิชิต 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 จุดรวมพลตอนถอนกำลังก็คือห้องโถงแห่งนี้ ภาพที่หน่วยโวโลชาเยฟก้าถูกโจมตีฉายขึ้นบนกระจกในห้องโถงนี้ และครูฝึกคาบารอฟสค์ก็มุ่งหน้าไปช่วยหน่วยโวโลชาเยฟก้าเพียงลำพัง 「อย่าบอกนะว่า ที่นี่ก็กำลังจะเกิดเรื่องแบบเดียวกัน ......」 ถ้าเป็นอย่างนั้น ภาพที่จะฉายบนกระจกบานใหญ่นั่นไม่ใช่พวกนายสถารีหรอกเหรอ? ถูกขังอยู่ในที่แคบๆ ถูกมอนสเตอร์ล้อม ...... 「สุดท้ายก็ถูกจุดไฟเผา ......」 ร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ยาคุตสค์จะไปช่วยได้ไหม? จะมีวิธีไปช่วยหรือเปล่า? ได้ยินมาว่าร้อยเอกโวโลชาเยฟก้ามี 『สมบัติ』 อยู่เลยสามารถแจ้งตำแหน่งให้ครูฝึกคาบารอฟสค์รู้ได้ แต่พวกนายสถารียังไม่เจออะไรเลย 「ยาคุตสค์ ใจเย็นๆ นั่นมันในกรณีที่ที่นี่คือ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ของจริง」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์ ......」 「แกเองก็รู้ตัวแล้วใช่ไหม? ที่นี่ไม่ใช่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 คิดว่าระยะทางไปถึงเขต 2 ของไบคาลมันไกลแค่ไหนกัน ต่อให้ซิ่งมิสต์เทรนมาก็มาไม่ถึงเร็วขนาดนั้นหรอก สมมติว่ามาถึงจริง ก็ไม่มีทางเข้ามาถึงห้องโถงได้ง่ายๆ แบบนี้ สมัยนั้นหน่วยคาบารอฟสค์ใช้เวลาตั้ง 3 วันนะ」 「นั่นสินะคะ ที่นี่ใกล้ไบคาลมากๆ แต่ไม่ใช่เขตอันตราย」 「นี่คือปรากฏการณ์ผิดปกติที่เกิดจากหมอกมายาบนทางรถไฟสายซิเวเรีย หลุมยุคน้ำแข็งที่เป็นทางเข้าคือของจริง แต่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ที่ต่อจากอุโมงค์น่าจะเป็นพวกภาพลวงตา」 ถ้าเป็นภาพลวงตาก็ถือว่าก๊อปเกรดเอเลยล่ะ ครูฝึกคาบารอฟสค์บ่นอุบ สำหรับครูฝึกคาบารอฟสค์แล้ว 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 นี้คือสถานที่ที่ไม่อยากกลับเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สอง ต้องสูญเสียเพื่อนพ้องสำคัญไปมากมาย และน้องสาวอย่างร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าก็เกือบตายในห้องโถงนี้ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 นี้คือจุดเอกภาวะที่เกิดขึ้นตามแนวเส้นทางรถไฟสายใหม่ซิเวเรีย ถ้าสมมติแบบนั้น ไอ้ตัวที่สร้างภาพลวงตานี้ขึ้นมาคงนิสัยเสียสุดๆ ในแง่ของการโจมตีจิตใจเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้หน่วย โดยเล็งเป้าไปที่ครูฝึกคาบารอฟสค์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องทะเลสาบโบราณไบคาลและหลุมยุคน้ำแข็งที่สุด กับผู้บัญชาการหน่วยอย่างยาคุตสค์ ถือว่ามันทำได้ยอดเยี่ยมมาก 「ในที่ที่แสงส่องไม่ถึง มันมีพวกบิดเบี้ยวแบบนั้นอยู่ ทำร้ายจิตใจและร่างกายของผู้บุกรุกโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีความหมาย เหมือนเตะก้อนหินที่เกะกะเท้า เหมือนจับผีเสื้อที่เกาะไหล่เล่น」 「คู่ต่อสู้ที่ครูฝึกคาบารอฟสค์สู้ด้วยก็เป็นแบบนั้นเหรอคะ?」 「อือ ใช่ ได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 มาจากโวโลชาเยฟก้าแล้วเหรอ?」 「ค่ะ แต่ดูเหมือนร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าจะจำสิ่งที่ตัวเองเห็นและได้ยินไม่ค่อยได้」 「ยัยนั่นความจำหายไปเพราะไฟนั่นแหละ จำได้แค่ตอนสู้กับ 『สายลมสีขาว』 บนน้ำแข็งเขต 2 เอาเถอะ แบบนั้นคงมีความสุขกว่า」 ไม่ได้คุยตัวต่อตัวกับครูฝึกคาบารอฟสค์แบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เข้าหน่วยรถไฟพิเศษก็ได้เจอหน้ากันบ้าง และในภารกิจครั้งนี้ก็ได้ประชุมด้วยกันจนกระทั่งแยกกันที่ฐานหน้าซิเวเรีย แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรเกินความจำเป็น เรื่องสมัยที่ครูฝึกคาบารอฟสค์อยู่ในกองทัพไอเซนกราด หรือเรื่องหลังจากก่อตั้ง 『สมาคมทหารผ่านศึก』 ก็ไม่ได้คุยกันเลย มันก็แน่อยู่แล้ว เพราะยาคุตสค์หลีกเลี่ยงที่จะคุยเรื่องสัพเพเหระกับครูฝึกคาบารอฟสค์มาตลอด ยาคุตสค์ยังคงฝังใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นใน 『ป่าทางเหนือ』 ครั้งนั้น เรื่องที่เป็นตัวถ่วงร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า เรื่องที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ผู้คนมากมายต้องเสียชีวิต เพราะความรู้สึกผิดนั้น ทำให้ไม่กล้าสบตาครูฝึกคาบารอฟสค์ตรงๆ 「ต่างจากตอนนั้นตรงที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออก คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายถูกขังงั้นเรอะ เอาเถอะ ร้อนรนไปก็ช่วยอะไรไม่ได้」 ครูฝึกคาบารอฟสค์สำรวจโครงสร้างห้องโถงครู่หนึ่ง จากนั้นก็นั่งลงแล้วจุดบุหรี่สูบ หาได้ยากสำหรับเธอ ปกติไม่ใช่คนที่จะลดการระวังตัวในเวลาแบบนี้ ไม่สิ ไม่ใช่ ครูฝึกคาบารอฟสค์ไม่ได้ลดการระวังตัว แต่กำลังดูท่าทีของอีกฝ่ายต่างหาก หลักฐานก็คือนิ้วที่พร้อมเหนี่ยวไกปืนได้ตลอดเวลา 「อย่าแสดงท่าทีตื่นตระหนกตกใจให้เห็น เพราะอาจมีใครบางคนกำลังจับตาดูพวกเราจากห้องอื่นอยู่ก็ได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นศัตรูหรือมิตร ก็ไม่ได้เป็นผลดีกับเราทั้งนั้น」 「งั้นเหรอคะ พวกนายสถานีอาจจะกำลังดูอยู่ก็ได้สินะคะ ......」 「ก็อย่างที่ว่า แกก็นั่งลงซะ เก็บแรงไว้สักนิดก็ยังดี」 พอบอกให้นั่ง ฉันก็นั่งลงข้างๆ ครูฝึกคาบารอฟสค์ รู้สึกแปลกๆ แฮะ การที่ได้มาติดอยู่ใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 กับครูฝึกคาบารอฟสค์ แล้วมานั่งไหล่ชนไหล่กันแบบนี้ 「อยู่กับยาคุตสค์สองต่อสองใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 งั้นเรอะ รู้สึกแปลกๆ ชอบกล ถ้าโวโลชาเยฟก้ามาเห็นเข้าจะพูดว่ายังไงนะ」 「ฉ-ฉันก็คิดเหมือนกันค่ะ」 แย่ละ ตื่นเต้นกว่าที่คิดแฮะ ก็จริงอยู่ที่สมัยอยู่หน่วยฝึกเคยคุยกันสองต่อสองบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการอธิบายเนื้อหาการฝึกหรือไม่ก็โดนเทศนา เคยทานข้าวด้วยกันไม่กี่ครั้งเอง แถมตอนทานข้าวนั่น ก็เพราะร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าที่ผิดสัญญาว่าจะมา 「กันสามคน」 ดันเบี้ยวหรือไม่ก็มาสาย ก็เลยต้องอยู่กันสองต่อสองเท่านั้น ฉันไม่เคยชวนครูฝึกคาบารอฟสค์ และครูฝึกก็ไม่เคยชวนฉัน สมัยที่อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ความสัมพันธ์แบบ 「ครูฝึกกับนักเรียน」 มันชัดเจนมาก และครูฝึกคาบารอฟสค์ก็เป็นคนที่ขีดเส้นแบ่งเรื่องพวกนั้นชัดเจน ไม่เคยให้ขนม หรือแอบให้ดื่มเหล้าเหมือนร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าหรอก เรื่องแบบนั้นไม่มีทางทำเด็ดขาด แถมร้อยเอกคาบารอฟสค์มักจะยืนอยู่ข้างหน้าหรือไม่ก็ข้างหลังยาคุตสค์เสมอ เพื่อสอนสั่งยาคุตสค์ เพื่อเฝ้ามองยาคุตสค์ การที่มานั่งสูบบุหรี่นิ่งๆ อยู่ข้างๆ แบบนี้ น่าจะเป็นครั้งแรกเลยมั้ง 「แกจะสูบด้วยไหม?」 「ม-ไม่ค่ะ! ฉันไม่รับค่ะ!」 ครูฝึกคาบารอฟสค์ยื่นบุหรี่ที่สูบอยู่มาจ่อที่ปากยาคุตสค์ ยาคุตสค์รีบปฏิเสธสุดชีวิต เรื่องอาจเอื้อมแบบนั้นใครจะไปทำลง 「ไม่ได้คุยกับแกแบบนี้มานานแล้วนะ ส่วนสูงไม่ค่อยเปลี่ยน แต่ดูพึ่งพาได้ขึ้นเยอะเลยนี่」 「มะ-มิบังอาจค่ะ」 「เป็นไงบ้าง หน่วยรถไฟพิเศษ ได้ไปสู้ในที่ที่ไม่ใช่ไอเซนกราด คงได้ประสบการณ์หลากหลายและได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยสินะ」 「ค่ะ ศัตรูที่ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินมีเยอะมาก ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ ตลอดเลยค่ะ แถมยังได้เพื่อนร่วมงานที่ดีด้วย แต่ไม่นึกเลยค่ะว่าจะได้เข้าร่วมภารกิจเดียวกับครูฝึกคาบารอฟสค์」 「ดีใจไหม?」 「แน่นอนค่ะ!」 「งั้นเรอะ」 ครูฝึกคาบารอฟสค์พ่นควันบุหรี่ออกมา แล้วเริ่มพูดพลางเหม่อมองไปไกลๆ 「เรื่องผลงานของแก เข้าหูฉันบ่อยๆ แม้จะออกจากกองทัพมาแล้ว เพราะฉันเองก็ต้องไปสู้ทั่วโลกในงานของ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 เหมือนกัน ไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ยินเรื่องของหน่วยรถไฟพิเศษ หน่วยรบพิเศษของกองกำลังพันธมิตรที่คอยปัดเป่าหมอกไปทั่วอิริสคลาวด์ เป็นผู้กอบกู้โลกอย่างแท้จริง」 「ผลงานของ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 ก็ยอดเยี่ยมเหมือนกันค่ะ ได้ยินว่ารับภารกิจที่กองทัพรับมือไม่ไหวตั้งมากมาย บางครั้งก็มีปฏิบัติการร่วมกับ 『หน่วยภายนอก』 ของเซนต์อิริส หรือ 『หน่วยจันทรา』 ของนิชิกิด้วยใช่ไหมคะ」 「แน่นอน สมาชิกของเรามีแต่ระดับหัวกะทิของอดีตหน่วยอัลฟ่าทั้งนั้น」 「ช-ใช่มั้ยล่ะคะ! ขอโทษค่ะที่พูดจาอวดดี」 「ไม่ได้พูดจาอวดดีตรงไหนนี่」 「ขอโทษค่ะ」 ว้าย ตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปแล้ว ถ้ารู้จะเป็นแบบนี้ น่าจะขอให้ครูฝึกฟินช์ลีย์ช่วยซ้อมคุยกับครูฝึกคาบารอฟสค์ไว้ก่อน 「......」 「......」 ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แล้วครูฝึกคาบารอฟสค์ก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน 「ยาคุตสค์ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับแก เรื่องของโวโลชาเยฟก้าน่ะ」 「...... ค่ะ」 เรื่องนั้น ยาคุตสค์เองก็มีเรื่องอยากจะพูดเหมือนกัน ไม่สิ ความจริงยาคุตสค์ควรจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนด้วยซ้ำ ครูฝึกคาบารอฟสค์คงจะตำหนิเรื่องความอ่อนแอของยาคุตสค์แน่ๆ ตอนนั้น ที่ 『ป่าทางเหนือ』 ถ้าแค่นั่งนิ่งๆ อยู่ในหลุมตามคำสั่ง ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าก็คงไม่ตาย ถ้ายาคุตสค์มีความกล้าและสติปัญญาที่เยือกเย็นพอจะอ่านสถานการณ์การรบออก ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าก็คงรอดมาได้ เรื่องนั้น ยาคุตสค์อยากจะขอโทษมาตลอด 「ตอนที่ถูกจับแยกกับโวโลชาเยฟก้าใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ฉันเห็นภาพหน่วยโวโลชาเยฟก้าถูกไฟคลอกในกระจกบานยักษ์กลางห้องโถงนี้ ฉันไม่รู้วิธีที่จะไปช่วย ทำได้แค่ภาวนาขอให้ภาพที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา」 แต่มันไม่ใช่ภาพลวงตา ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าถูกขังอยู่ในห้องอื่นจริงๆ และได้ขว้างสมบัติก้นทะเลสาบที่ถืออยู่ใส่กระจกแถวนั้น ด้วยเหตุนั้น ครูฝึกคาบารอฟสค์จึงระบุประตูที่เชื่อมไปยังห้องที่หน่วยโวโลชาเยฟก้าถูกขังอยู่ได้ 「ใช่ นั่นคือเนื้อหาที่เขียนลงในรายงาน ฉันอธิบายให้โวโลชาเยฟก้าฟังแบบนั้นเหมือนกัน แต่มีหลายเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงไป และส่วนนี้ฉันก็ไม่ได้เล่าให้โวโลชาเยฟก้าฟังด้วย」 「ทำไมถึงไม่เล่าล่ะคะ?」 「เพื่อไม่ให้ยัยนั่นเจ็บปวดไงล่ะ」 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าน่ะเหรอคะ?」 「อือ ฉันน่ะนะ ยาคุตสค์ ฉันทำใจตอกหน้าความจริงที่ว่า 『เป็นความผิดของแก』 ใส่น้องสาวที่ยังไม่โตเต็มที่ไม่ได้น่ะสิ」 「ความผิดของร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า? หมายความว่ายังไงคะ?」 「กระจกใน 『เขาวงกตวารี』 มีทั้งของจริงและของปลอม ในจำนวนนั้น กระจกที่ฉายภาพของปลอมจะเชื่อมต่อไปยังสถานที่อื่น ถ้าเข้าใจตรงนี้ หน่วยโวโลชาเยฟก้าก็คงหนีออกจากห้องนั้นได้」 งั้นทำไมหน่วยโวโลชาเยฟก้าถึงหนีออกมาไม่ได้ล่ะ? 「เพราะโวโลชาเยฟก้ามองกลไกของกระจกไม่ออกอย่างทะลุปรุโปร่งน่ะสิ รู้แค่ว่ามีกำแพงน้ำแข็งที่เป็นกระจกเงากับกำแพงน้ำแข็งที่เป็นแก้ว แต่ไม่รู้ว่ามีกระจกที่วาร์ปได้อยู่ด้วย บางทีอาจมีลูกน้องที่ระแคะระคายบ้าง แต่ถ้าเป็นโวโลชาเยฟก้าคงจะออกคำสั่งแบบนี้แน่」 อย่าเข้าใกล้กระจกนะ เดี๋ยวจะโดนแช่แข็งแล้วถูกขังเอาหรอก! 「โวโลชาเยฟก้ามีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับชีวิตลูกน้องเป็นอันดับแรก นั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บัญชาการ แต่ในกรณีของยัยนั่น บางครั้งก็กลายเป็นว่า 『คิดได้แค่เรื่องนั้นเรื่องเดียว』 ถึงอย่างนั้นโวโลชาเยฟก้าก็แข็งแกร่ง ที่ผ่านมาเลยเอาตัวรอดมาได้ตลอด รู้ไหม? ในด้านการต่อสู้ ยัยนั่นเก่งกว่าฉันซะอีกนะ?」 ไม่รู้เลย ไม่เคยรู้เลยสักนิด ไม่รู้อะไรเลย 「โวโลชาเยฟก้าไม่ถนัดภารกิจที่ต้องใช้สมองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ก็ยังทำภารกิจยากๆ สำเร็จมาได้มากมายด้วยพลังต่อสู้ที่มีติดตัวและการประสานงานกับพวกพ้อง แต่ฉันคิดว่าจุดอ่อนของยัยนั่นสักวันจะทำให้หน่วยตกอยู่ในอันตราย ทั้งที่คิดแบบนั้นแต่ฉันกลับไม่ค่อยตักเตือนเท่าไหร่」 「...... ทำไมล่ะคะ?」 「เพราะลูกน้องของโวโลชาเยฟก้าชอบที่โวโลชาเยฟก้าเป็นแบบนั้นน่ะสิ ฉันเลยคิดว่านั่นคือวิธีการที่ดีที่สุดของหน่วยโวโลชาเยฟก้า แกที่คอยตามติดยัยนั่นตลอดน่าจะเข้าใจดีไม่ใช่เหรอ?」 เข้าใจสิ เข้าใจดีจนเจ็บปวดเลยล่ะ พอลืมตาก็เห็นใบหน้าอันอ่อนโยนของร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าลอยขึ้นมา 「พอเห็นลูกน้องที่ไปแตะโดนกระจกถูกแช่แข็ง ก็เลยพยายามหาทางไม่ให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม เพราะเก่งเกินไป การตัดสินใจที่จะ 『หนี』 ของยัยนั่นเลยช้าไปหน่อย ยัยนั่นมีนิสัยชอบสู้พลางถอยพลาง พอมาถูกขังในที่แคบๆ เลยเสียเปรียบสุดๆ」 「แต่ว่า สุดท้ายร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าก็รู้ทันกลไกของกระจกนะคะ ถึงได้โยนสมบัติเข้าไปเพื่อบอกตำแหน่งให้ครูฝึกคาบารอฟสค์รู้」 「นั่นก็เข้าใจผิด โวโลชาเยฟก้าแค่ขว้างสมบัติใส่กะจะให้กระจกแตกต่างหาก พอเห็นมันทะลุผ่านไป ถึงเพิ่งรู้ตัวว่า 『หนีเข้าไปในกระจกได้』 ตอนนั้นผู้รอดชีวิตก็เหลือแค่โวโลชาเยฟก้าคนเดียวแล้ว」 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเพิ่งจะมารู้ตัวว่าตัดสินใจผิดพลาด ก็ตอนที่ตัวเองเหลือตัวคนเดียวแล้ว คิดว่าเธอจะรู้สึกยังไง? ยาคุตสค์ ถึงโดนถามก็ตอบไม่ได้หรอก แค่กลั้นน้ำตาไว้ก็เต็มกลืนแล้ว 「ฉันลืมสีหน้าของโวโลชาเยฟก้าตอนนั้นไม่ลงเลย สู้ด้วยกันมาตลอด แต่เป็นครั้งแรกที่เห็นน้องสาวทำหน้าแบบนั้น」 ตอนนี้คงสังเกตเห็นแล้วว่ายาคุตสค์กำลังกลั้นน้ำตาอยู่ ครูฝึกคาบารอฟสค์วางมือลงบนหัวของยาคุตสค์ แล้วพูดว่า 「อย่าร้อง」 เพราะถูกสั่งว่าห้ามร้อง ยาคุตสค์เลยไม่ร้องไห้ 「เอ่อ คือว่านะ ที่อยากจะพูดก็คือ แกมองออกถึงกลไกของกระจกใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ของปลอมนี่ แล้วเลือกที่จะกระโดดเข้ามา แม้สถานการณ์จะต่างกัน แต่แกก็ทำในสิ่งที่โวโลชาเยฟก้าทำไม่ได้สำเร็จนะ」 ––เวลาแบบนี้แค่ตอบว่า 「ค่ะ」 ก็พอ 「...... ค่ะ」 「แกได้พิสูจน์ความฉลาดและความกล้าหาญนั้นแล้ว ยืดอกเข้าไว้ ในฐานะทหารไอเซนกราด」 「ในฐานะทหารไอเซนกราด」 「เรื่องที่ฉันจะพูดมีแค่นี้」 ไฟบุหรี่ของครูฝึกคาบารอฟสค์มอดลง 「เอ่อ ครูฝึกคาบารอฟสค์คะ ฉันขอพูดสักเรื่องจะได้ไหมคะ」 「อะไร ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระล่ะก็แม่จะเตะก้นให้」 「ไม่ค่ะ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องสำคัญค่ะ」 「งั้นเรอะ ไม่ใช่เรื่องของโวโลชาเยฟก้าหรอกเรอะ」 รู้ทันจนได้ แต่ช่างเถอะ ต่อให้พูดเรื่องร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า ขอแค่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระก็พอ 「ไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกค่ะ แต่เป็นเรื่องของร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า」 「งั้นเรอะ พูดมาสั้นๆ」 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าน่าจะเข้าใจสิ่งที่ตัวเองถูกกระทำใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 อยู่ในระดับหนึ่งแล้วค่ะ」 「ทำไมถึงคิดงั้น?」 「ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเคยบอกว่าครูฝึกคาบารอฟสค์เป็น 『พี่สาวที่อ่อนโยน』 ค่ะ บอกว่าไม่ใช่แค่เข้มแข็ง แต่เป็นพี่สาวที่ดีที่คอยปกป้องน้องสาว」 「นั่นเพราะฉันไปช่วยยัยนั่นออกมาไง」 「ไม่ค่ะ ท่านต้องรู้แน่ๆ ตอนอยู่ที่ 『ป่าทางเหนือ』 ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเคยบอกลูกน้องทุกคนไว้ว่า ถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นจะทำยังไง」 —ถ้าศัตรูที่แข็งแกร่งโผล่ออกมา ให้ใช้แผนล่อหลอก จำใส่หัวไว้แค่นี้พอ —ฉันจะหนีไปพร้อมกับยาคุตสค์ ถ่วงเวลาเอาไว้ซะ จะไม่ยอมผิดพลาดซ้ำสองเด็ดขาด 「จริงด้วย เป็นแผนที่แปลกสำหรับโวโลชาเยฟก้า」 「แต่ว่า ......」 ไม่ไหว ยังไงก็ต้องพูดออกไปให้ได้ ขอประทานโทษค่ะ ครูฝึกคาบารอฟสค์ ช่วยฟังเรื่องไร้สาระสักหน่อยนะคะ 「เพราะความผิดพลาดของฉัน ร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเลยหนีไม่ทัน ถ้าฉันซ่อนตัวอยู่ในหิมะก็คงรอดไปได้แล้วแท้ๆ แต่ฉันกลับกระโจนออกไปเพื่อเบนความสนใจศัตรูที่จู่โจมร้อยเอกโวโลชาเยฟก้า เพราะแบบนั้นร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าเลย ...... กลับมาหาฉันไม่ได้」 อยากพูดเรื่องนี้มาตลอด มีโอกาสพูดตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก 「ครูฝึกคาบารอฟสค์ ขอประทานโทษด้วยค่ะ ฉันขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา」 「ไม่ใช่ แกไม่ได้ขัดคำสั่งสักหน่อย คำสั่งที่โวโลชาเยฟก้าให้ไว้กับยาคุตสค์คือ 『จงมีชีวิตรอด』 แกก็รักษาสัญญานั้นแล้ว」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์ ......」 「คิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นใน 『ป่าทางเหนือ』 หรือไง ฉันอ่านรายงานทั้งหมดแล้ว แถมยังลงพื้นที่จริงด้วย แล้วก็ระดมกำลังทั้งหมดของ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 เข้ายึดครอง 『ป่าทางเหนือ』」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์ก็เข้าร่วมปฏิบัติการกวาดล้างด้วยเหรอคะ?」 「เข้าร่วม? อย่าพูดบ้าๆ น่า ศึกไว้อาลัยให้น้องสาวเชียวนะ ฉันเป็นคนบัญชาการทุกหน่วยเอง」 「ทหารผ่านศึกเป็นคนบัญชาการกองทัพไอเซนกราดเนี่ยนะคะ !?」 「การตัดสินใจหน้างานไงยาคุตสค์ ก็เลยไม่มีบันทึกเหลืออยู่」 งั้นเหรอ กองทัพไอเซนกราดที่เข้าร่วมปฏิบัติการตอนนั้นคงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสินะ แต่รู้สึกโล่งใจขึ้นนิดหน่อย ครูฝึกคาบารอฟสค์ไม่ได้ใช้ชีวิตมาจนถึงวันนี้โดยไม่รู้อะไรเลย 「ในปฏิบัติการกวาดล้างครั้งนั้น ฉันได้เผชิญหน้ากับการตายของโวโลชาเยฟก้าอย่างจริงจัง เข้าใจนะว่าแกอยากโทษตัวเอง แต่ต่อให้แกซ่อนตัวอยู่ในหิมะ ก็แค่มีศพเพิ่มขึ้นอีกศพเท่านั้นแหละ ถึงจะพูดจากผลลัพธ์ก็เถอะ แต่การที่แกไปขวางโวโลชาเยฟก้าจนกลับไปรวมกับกองทัพหลักไม่ได้น่ะถือเป็นเรื่องดี เพราะโวโลชาเยฟก้าได้สู้เคียงข้างยาคุตสค์ แกถึงหนีรอดจากที่นั่นมาได้คนเดียวไงล่ะ」 ครูฝึกคาบารอฟสค์จุดบุหรี่มวนที่สอง คาบมันไว้ แล้วลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังถือปืนเตรียมพร้อม 「ความกล้าหาญของแกทำให้ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 ของน้องสาวฉันบรรลุผล ขอบใจมากนะยาคุตสค์」 「ค่ะ」 ยาคุตสค์เองก็ลุกขึ้นหยิบอาวุธ ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีกแล้ว ไม่มีความลังเลในใจ ไม่มีความกังวลหรือความกลัว 「เริ่มการต่อสู้ได้ มีบางอย่างกำลังออกมาจากในกระจก」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์คะ ขอฉันสูบบุหรี่หน่อยเถอะค่ะ」 「เป็นอะไรไป? อยากแก้เครียดเรอะ?」 「เปล่าค่ะ แค่มันดูเท่ดี」 「คำตอบเข้าท่า ผลลัพธ์ก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ก็เอาสิ」 รับบุหรี่จากครูฝึกคาบารอฟสค์มาคาบไว้ในปาก เป็นไปตามคาด ได้แต่สำลักคอกแคกไม่ได้ดูเท่เลยสักนิด แต่ก็ช่วยเรียกขวัญกำลังใจได้ 「ระวัง 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 นั่นไว้ มันไม่ใช่เจ้าหญิงมาจากไหนหรอก เป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่ใช่แค่แช่แข็งผู้คน แต่ยังพ่นไฟได้ด้วย」 ครูฝึกคาบารอฟสค์หันปากกระบอกปืนไปทางกระจกตรงหน้า —อย่ามาแตะต้องสมบัตินะ! เงาของสตรีปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแหลมสูงจากกระจกบานที่เปล่งประกายแตกต่างจากบานอื่นอย่างชัดเจน ***

สิ่งที่ปรากฏออกมาจากในกระจก คือผู้หญิงผิวขาวซีดในชุดเดรสหรูหรา 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 ไม่สิ ไม่แน่ใจว่ามีเพศที่แน่ชัดหรือเปล่า แต่น่าจะเป็นผู้หญิง อนุมานได้จากเครื่องแต่งกาย เอวที่คอดกิ่ว และหน้าอกที่อวบอิ่ม ทำไมถึงฟันธงไม่ได้ว่าเป็นผู้หญิงน่ะเหรอ? นั่นก็เพราะ เจ้านั่นไม่มีหน้าไงล่ะ ตั้งแต่คอขึ้นไปถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีดำทึบ และมีรัดเกล้าอันใหญ่ยักษ์ลอยเท้งเต้งอยู่บนนั้น 「ได้เจอกันสักทีนะ นังปีศาจจอมโลภ เอาพวกนายสถานีกับบาตูไปไว้ที่ไหน?」 『อย่ามาแตะต้องสมบัติ ของที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดเป็นของข้า』 「สมบัติอะไรไม่เห็นจะแตะหรือเห็นเลย ไม่รู้จักของพรรค์นั้นด้วย เราจะไม่ขโมยอะไรทั้งนั้น ปล่อยพวกเราออกไปจากที่นี่ซะ」 พูดภาษามนุษย์ได้ แบบนี้อาจจะเจรจาได้? ยาคุตสค์แอบหวังลมๆ แล้งๆ อยู่แวบหนึ่ง 『ของที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดเป็นของข้า ...... พวกเจ้าเอง ก็เป็นของข้าแล้วเหมือนกัน!』 อ่า ไม่ไหวแฮะ รู้อยู่แล้วว่าเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างมนุษย์ตั้งแต่เห็นว่าไม่มีหน้าแล้ว แต่มอนสเตอร์ที่พูดคุยได้มีน้อย ก็เลยเผลอชวนคุยไป 「อย่าลนลาน บรรยากาศต่างจากที่ฉันเคยเจอมาก เจ้านี่เป็นตัวปลอมแน่นอน」 นั่นหมายความว่า พวกยาคุตสค์เองก็มีโอกาสชนะ 「เรื่องนั้นไม่รู้หรอกค่ะ บางทีอาจจะเก่งกว่าตัวจริงก็ได้」 มือที่กำแส้กระชับแน่นขึ้น เอาเถอะ ยังไงซะการจะทำให้มิติประหลาดนี้หายไปก็ต้องจัดการศัตรูที่เป็นต้นตออยู่แล้ว คงเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้ 『พวกเจ้าไม่ได้มุ่งหน้าไปซาไบคาล ทำไมถึงเลือกเส้นทางขวา?』 「ซาไบคาล?」 「ไม่ใช่ไบคาลแต่เป็นซาไบคาล ...... ไม่เคยได้ยินแฮะ ยาคุตสค์ รู้ไหมว่ามันคืออะไร?」 「ไม่ทราบค่ะ แต่ตรงที่บอกว่าเลือกทางขวานี่พอเข้าใจค่ะ พวกเรานั่งมิสต์เทรนลงมาในหลุมยุคน้ำแข็งนี้ แต่ก่อนจะเข้า 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 มันมีทางแยกรางรถไฟอยู่ค่ะ」 「งั้นเหรอ ผลจากการเลือกทางขวาก็เลยเข้ามาใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 สินะ」 「ถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่ได้เลือกแต่ถูกบังคับให้มาทางนี้ต่างหากค่ะ รางรถไฟมีพลังเวทประหลาดปกคลุมอยู่ มิสต์เทรนก็เลยวิ่งไปเอง คันโยกสับรางก็ขยับกลับไม่ได้ด้วย」 เป็นไปได้ว่า ป้ายทาง 『ซ้าย』 ตรงทางแยกนั่นเขียนว่า 「ซาไบคาล」 ส่วนความหมายของตัวเลขข้างล่างนั้นไม่รู้ ถ้าอย่างนั้น ป้ายทาง 『ขวา』 เขียนว่า 「เขาวงกตน้ำแข็ง」 งั้นเหรอ? 「ไม่สิ มันต้องเขียนคำอื่นไว้แน่ๆ」 「ทำไมถึงคิดแบบนั้นคะ?」 「ทางที่มิสต์เทรนวิ่งมาคือ 『ทางรถไฟสายซิเวเรีย』 ไม่ผิดแน่ ทางแยกที่มีกลไกประหลาดนั่นก็น่าจะเป็นของจริง แต่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 นี่ไม่ใช่」 「อ๊ะ จริงด้วย ถ้ามีเส้นทางที่มุ่งไป 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 จริง ก็ควรจะอยู่ที่เขต 2 ของไบคาล」 「ถูกต้อง อ่านข้อความบนป้ายไม่ออกสักคำเลยเหรอ?」 「ขอโทษค่ะ ไม่มีใครอ่านออกเลย แม้แต่แพดดิงตัน」 『พวกคนต่างถิ่นอย่างพวกเจ้าอย่ามาพูดภาษาของพวกเรานะ เจ้าพวกโจรที่จ้องจะขโมยสมบัติก้นทะเลสาบ』 「เสียมารยาท ทั้งฉันและครูฝึกคาบารอฟสค์เป็นชาวไอเซนกราดแท้ๆ นะคะ หล่อนนั่นแหละที่เป็นคนต่างถิ่น!」 『ไอเซนกราด ประเทศพรรค์นั้นไม่มีอยู่ในดินแดนของข้า』 「ว่าไงนะ?」 『พวกเจ้าไม่ใช่พี่น้องกองทัพขาว ทหารของข้า จงกำจัดศัตรู!』 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 ไร้หน้ายืดแขนเรียวเล็กออกไปทางซ้ายขวา แล้วค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ พื้นดินสั่นสะเทือนตามการเคลื่อนไหวนั้น รอยร้าวปรากฏขึ้นบนกำแพงน้ำแข็ง และแล้ว–– 「หมอบลง ยาคุตสค์!」 ––มันก็แตกกระจายพร้อมกัน เศษน้ำแข็ง ไม่สิ เศษกระจกปลิวว่อนไปทั่ว แต่ครูฝึกคาบารอฟสค์พุ่งเข้ามาเอาตัวบังยาคุตสค์ไว้ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วจนน่ากลัว 「ครูฝึกคาบารอฟสค์! ปลอดภัยไหมคะ??」 「อ่า ไม่เป็นไร ดูนั่นดีกว่า」 จากในกระจกที่แตก ทหารพร้อมอาวุธจำนวนมากทยอยโผล่ออกมา ทั้งดาบ หอก และปืนไรเฟิลไม้ ทหารเหล่านั้นจัดขบวนทัพล้อมรอบ 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 เอาไว้ 「การเคลื่อนไหวต่างจากพวกที่ฉันเจอใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 เจ้านี่มีการจัดระเบียบดีกว่า」 「จำนวนเยอะเกินไปค่ะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นต้นตอ เราเมินพวกทหารไปเลยดีไหมคะ?」 「เห็นด้วย แต่การป้องกันแน่นหนาขนาดนั้น การจะเข้าไปเล่นงานตัวผู้หญิงคงยาก ......」 『ทหารเอ๋ย จงกำจัดศัตรู! ลากมันเข้าไปในน้ำแข็ง!』 สิ้นเสียงคำสั่ง หญิงสาว ทหารต่างถิ่นพร้อมอาวุธก็พุ่งเข้ามาโจมตีพร้อมกัน ยาคุตสค์ใช้กระจกบานใหญ่ด้านหลังเป็นที่กำบังแล้วสะบัดแส้เพื่อป้องกัน ส่วนครูฝึกคาบารอฟสค์ยิงสกัดศัตรูทีละตัวด้วยความแม่นยำ กระสุนที่อัดแน่นด้วยพลังเวทไม่ว่าจะยิงโดนส่วนไหนของศัตรูก็ได้ผล ต่อให้โดนไหล่หรือปลายนิ้ว ปีศาจพวกนี้ก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ 「รูปร่างเป็นคนแต่ทำจากน้ำแข็ง เปราะบางมาก อ่อนกว่าไอ้ตัวที่สู้ข้างบนอีก」 「มีทหารน้ำแข็งเป็นลูกน้องแต่ดันพ่นไฟเนี่ยนะคะ? เป็นผู้บัญชาการที่แย่ชะมัด」 「งั้นคำถาม ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน?」 「ในก้อนน้ำแข็งยักษ์!」 「แปลว่ากำลังพลมีไม่จำกัดสินะ」 การต่อสู้ร่วมกันระหว่างยาคุตสค์และครูฝึกคาบารอฟสค์ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์สู้แบบนี้ด้วยกันมาก่อน แต่ไม่รู้ทำไมถึงเข้าขากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ จัดการศัตรูอย่างเป็นจังหวะ แล้วกลับมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่นั้น ครูฝึกคาบารอฟสค์ยังค่อยๆ ร่นระยะเข้าไปหา 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 ทีละนิด ทีละนิดโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว ยาคุตสค์เองก็ขยับตาม โดยผละออกจากกระจกบานใหญ่ที่ใช้เป็นโล่กำบัง 「ยาคุตสค์ ฉันจะกระโดดขึ้นไป กะจังหวะให้ดี กวาดช่วงล่างพวกมันให้ร่วงไปพร้อมกันเลย」 「รับทราบ!」 ครูฝึกคาบารอฟสค์ยิงกราดใส่ศัตรูตรงหน้า แล้วย่อตัวลงเล็กน้อย จากนั้นก็พุ่งเข้าไปร่นระยะในรวดเดียว พร้อมชักมีดออกมา มือหนึ่งถือปืน อีกมือถือมีด ใช้ดาบสองมือปัดป้องดาบของศัตรูพร้อมดึงความสนใจ ทหารน้ำแข็งกรูเข้าไปหาครูฝึกคาบารอฟสค์จนเกาะกลุ่มกันเป็นก้อน ถ้าโดนเข้าไปแม้แต่ทีเดียวคือจบเห่ แต่แบบนี้แหละดี เป็นไปตามแผน! 「ตอนนี้ล่ะ!」 สิ้นสัญญาณ ยาคุตสค์สะบัดแส้เต็มแรงใส่จุดที่ศัตรูรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น หนักอึ้ง สัมผัสที่มือบอกว่าโดนเต็มๆ

VN Scene

แต่ไม่โดนครูฝึกคาบารอฟสค์ เธอกระโดดลอยตัวขึ้นไปในจังหวะเดียวกับที่ยาคุตสค์โจมตี พอมองขึ้นไป ก็เห็นครูฝึกคาบารอฟสค์อยู่กลางวงล้อมศัตรู แต่อยู่ด้านบนพร้อมเล็งปืน ปากกระบอกปืนหันไปทาง 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 「จะแหลกสลาย หรือจะลุกไหม้」 –เปรี้ยง! การโจมตีที่ใส่แรงไปทั้งหมดเจาะทะลุหว่างคิ้วของ 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 กลางกลุ่มควันสีดำนั่น 『ก๊าซซซซซซซซ=』 นั่นสินะ ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ ด้วย เสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาด คล้ายกับเสียงร้องก่อนตายของมิสต์มอนสเตอร์ตัวเป้งที่เป็นต้นกำเนิดหมอกมายา มันดิ้นพล่านกลางอากาศพร้อมแสดงจิตสังหารมาทางนี้อย่างชัดเจน น่าเกลียด น่าเกลียดมาก แต่นี่แหละคือวาระสุดท้ายของปีศาจ ชนะแล้ว ยาคุตสค์มั่นใจในชัยชนะ 『หนอย! เจ้าพวกโจรมากตัณหา!』 แต่ในวินาทีถัดมา 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 ก็งัดไม้ตายออกมาใช้ ปีศาจไร้หน้าดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด พร้อมปลดปล่อยควันดำที่ลอยอยู่เหนือคอกระจายไปทั่วบริเวณ ยาคุตสค์ไม่เข้าใจว่านั่นหมายถึงอะไร แต่ครูฝึกคาบารอฟสค์ดูเหมือนจะเข้าใจในทันที 「ระเบิดแน่! หลบเร็ว!」 ตอนที่ถูกบอกให้หลบ ยาคุตสค์ก็โดนครูฝึกคาบารอฟสค์เตะกระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว และในระหว่างที่กลิ้งอยู่นั้น เปลวไฟสีแดงฉานก็พุ่งเฉียดปลายจมูกยาคุตสค์ไป 「ยาคุตสค์! เฮ้ย เป็นอะไรไหม!」 เกือบไปแล้ว อีกนิดเดียวได้กลายเป็นตอตะโกแน่ 「ไม้ตายก้นหีบ」 อะไรกัน ครูฝึกคาบารอฟสค์ก็บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วไม่ใช่หรือไง ว่าปีศาจตนนี้พ่นไฟได้ แล้วมันยังไงล่ะ ดันเข้าใจผิดว่าจัดการศัตรูได้ง่ายๆ จนเกือบจะทำให้ครูฝึกคาบารอฟสค์ต้องตายซะแล้ว น่าขายหน้าชะมัด น่าขายหน้าที่สุด! แบบนี้จะไปพูดได้ยังไงว่าได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับครูฝึกคาบารอฟสค์! 「อ๊ากกก! ไอ้บ้าเอ๊ย!」 ตะโกนออกมาสุดเสียง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้การแน่ พอคิดได้แบบนั้น ก็เลยอยากจะเป่าความอัดอั้นตันใจที่สุมอยู่ในอกทิ้งไปซะที 「สวยสิ! เดี๋ยวจัดให้! ท่านยาคุตสค์ผู้ยิ่งใหญ่ ทหารที่แข็งแกร่งที่สุดที่กองทัพไอเซนกราดภาคภูมิใจ จะส่งแกไปนอนก้นธารน้ำแข็งเอง! เตรียมใจไว้ซะ ยัยเจ้าหญิงหัวขาด!」 ครูฝึกคาบารอฟสค์เองก็เบิกตากว้างมองมาทางนี้ แต่ใครจะสนกันล่ะ ยาคุตสค์ไม่ใช่ทหารใหม่แล้วนะ ไม่ใช่คนที่ต้องคอยให้ใครมาปกป้อง แต่เป็นคนที่ต้องปกป้องคนอื่นต่างหาก 「จะลุยละนะ ที่ฟอร์มตกก็เพราะมัวแต่นึกถึงสมัยเป็นทหารใหม่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ ขืนชนะโดยให้ครูฝึกคอยปกป้องแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ฉันคือเทรนไนท์แห่งหน่วยรถไฟพิเศษ หน่วยรบพิเศษของกองกำลังพันธมิตรเชียวนะ!」 「ยาคุตสค์ ......」 「เดี๋ยวก่อนค่ะ! ฉันรู้ค่ะ! ว่าครูฝึกอยากจะพูดอะไร!」 「จริงเรอะ?」 「น้ำหน้าอย่างแกอย่ามาอ้างว่าแข็งแกร่งที่สุด จะพูดแบบนี้ใช่ไหมคะ? ก็จริงที่ฉันเทียบครูฝึกคาบารอฟสค์ไม่ติด แต่ฉันก็ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนเหมือนกัน เพื่อปัดเป่าหมอก เพื่อปกป้องประชาชน ด้วยชีวิตนี้!」 เพราะงั้น ก็แค่ทำเหมือนปกติ สู้โดยไม่หวั่นเกรง เหมือนอย่างเคย กอดเก็บความกล้าและความภาคภูมิใจไว้ในอก 「ดีมากยาคุตสค์ สีหน้าเปลี่ยนไปแล้วนี่」 「ขอบพระคุณค่ะ!」 「พลังเวทก็มหาศาลเลยนะ」 「ค่ะ ก็เอาจริงนี่คะ!」 「แต่ที่ฉันจะพูดไม่ใช่เรื่องใครแข็งแกร่งที่สุดหรอกนะ แค่จะบอกว่าตอนนี้เราก็อยู่ก้นธารน้ำแข็งอยู่แล้ว ขืนจมลงไปอีกฉันคงลำบากใจ เพราะงั้นช่วยขยี้มันให้แหลกเป็นผุยผงอยู่ที่นี่แหละ」 「......」 ยาคุตสค์หน้าแดงขึ้นมานิดหน่อย แล้วหันกลับไปหาอดีตครูฝึก 「ที่นี่ไม่ใช่ 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ไม่ใช่เขต 2 ของไบคาล และไม่ใช่ 『ป่าทางเหนือ』 พวกเราจะไม่ถูกอดีตจองจำอีกแล้ว」 และร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ 「ถึงอย่างนั้น สำหรับพวกเราแล้ว การต่อสู้นี้คือ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』 ค่ะ ทางรถไฟสายซิเวเรียคือเส้นทางในฝันของไอเซนกราด ถ้ามิสต์เทรนวิ่งผ่านได้ หน่วยรถไฟพิเศษก็จะสามารถสนับสนุนหน่วยสำรวจไบคาลได้ และจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างฐานที่มั่นของกองทัพไอเซนกราด」 「อ่า ถูกต้อง」 「การแก้ไขปรากฏการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นที่นี่ และรักษาความปลอดภัยของฐานหน้า จะเป็นก้าวสำคัญของไอเซนกราด ความฝันของพี่น้องที่ล้มตายไปในขั้วโลกเหนือจะเป็นจริง ครูฝึกคาบารอฟสค์คะ นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหม่ เรามาคว้าชัยชนะครั้งแรกด้วยมือของพวกเรากันเถอะค่ะ」 ยาคุตสค์ลุกขึ้นยืน แล้วฟาดแส้ใส่ 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 ที่เสียโฉมจากระเบิด 「คิดถูกแล้วที่เลือกมาทางขวา ไม่รู้หรอกนะว่าแกเป็นตัวอะไร แต่ยาคุตสค์ผู้นี้ไม่ยอมยกโทษให้สิ่งที่คุกคามไอเซนกราดเด็ดขาด!」 『ทำไม ถึงไม่ไปซาไบคาล ...... สมบัติและทหารของข้า จะไม่ยอมยกให้ใครทั้งนั้น ......』 「ทางรถไฟสายซิเวเรียคงบอกว่า 『ให้ไปทางขวา』 ล่ะมั้ง」 ยาคุตสค์อ้อมไปด้านข้างของ 『ผู้หญิงแต่งองค์ทรงเครื่อง』 แล้วโจมตีใส่แขนขาเพื่อข่มขวัญ พอแน่ใจว่าการตอบสนองของผู้หญิงคนนั้นช้าลง ก็รีบอ้อมไปข้างหลังทันที แล้วฟาดแส้เล็งไปที่สร้อยคอเส้นหรูตรงโคนคอ 『ว๊ากกกกกกกก=』 คราวนี้เสร็จฉันล่ะ สร้อยคอของผู้หญิงร่วงลงสู่พื้น แล้วแตกกระจายเหมือนพวกทหารก่อนหน้านี้ กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียด อัญมณีที่ประดับอยู่ดูเหมือนจะเป็นหินหมอกมายา ทันทีที่ร่างกายของผู้หญิงคนนั้นสลายหายไปจนหมด มันก็สิ้นแสงลง และไม่มีทหารน้ำแข็งโผล่ออกมาจากกระจกอีก 「มาแล้ว!」 แต่ก็ประมาทไม่ได้จนวินาทีสุดท้าย ทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นสิ้นใจ กระจกที่แตกก็ฟื้นสภาพ แล้วไฟก็ลุกพรึบขึ้นพร้อมกัน ต่างจากระเบิดเมื่อกี้ คราวนี้ไฟไม่ยอมดับลงง่ายๆ ห้องโถงน้ำแข็งถูกเปลวเพลิงโอบล้อม พวกยาคุตสค์หาทางออกไม่เจอ 「สถานการณ์แย่แล้วนะคะ」 「ไม่ใช่แค่แย่ธรรมดาแล้วล่ะ ต้องรีบหาทางออกให้เร็วที่สุด」 「ในเมื่อกระจกฟื้นสภาพแล้ว แปลว่าถ้าเลือกถูกบานก็น่าจะออกไปได้ใช่ไหมคะ」 แต่จำนวนกระจกบนผนังห้องโถงนี้มีมากผิดปกติ คงต้องไล่เช็คไปทีละบาน แต่ไฟลามแรงขนาดนี้คงไม่มีเวลาไปตรวจสอบทั้งหมดแน่ 『คาบารอฟสค์! ทางนี้! จับมือฉันไว้!』 เสียงของบาตูดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง แถมยังมีเสียงดังเซ็งแซ่ไปหมด รู้สึกเหมือนจะได้ยินมาจากทางกำแพง ...... 「ครูฝึกคาบารอฟสค์คะ! ดูในกระจกสิคะ!」 「อะไรกันเนี่ย น่าขยะแขยงชะมัด」 บาตูกำลังกวักมือเรียกจากในกระจกนับไม่ถ้วนบนผนัง ถ้าจับมือเธอแล้วข้ามไปอีกฝั่งก็น่าจะกลับไปหานายสถานีได้ แต่ทว่า บาตูในกระจกแต่ละบานมีท่ายืนและข้าวของที่ถือต่างกันเล็กน้อย 「ครูฝึกคะ ในกรณีนี้ ...... ต้องหาตัวจริงให้เจอใช่ไหมคะ?」 「คงงั้นแหละ คำตอบที่ถูกมีแค่อย่างเดียว ถ้าเลือกผิดอาจจะกลับมาไม่ได้อีกเลยก็ได้」 「เอ่อ คือว่า ฉันมองว่าเหมือนกันหมดเลยค่ะ」 『ฉันเอง ฉันนี่แหละตัวจริง』 บาตูนับสิบคนต่างทำท่าทางที่แตกต่างกัน 「กะแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ เลยเตรียมไม้ตายเอาไว้แล้ว」 「ไม้ตาย?」 「อ่า ในคู่มือของหน่วยอัลฟ่าก็เขียนไว้ชัดเจน」 คอยดูนะ พูดจบครูฝึกคาบารอฟสค์ก็เดินเข้าไปใกล้กระจกที่กำลังลุกไหม้ แล้วพูดกับ(เหล่า)บาตูที่อยู่ในนั้น 「บาตู รู้ที่ซ่อนของ 『สมบัติ』 ไหม?」 สำหรับคำถามนี้ บาตูในกระจกตอบกลับมาอย่างคาดไม่ถึงว่า 『อ่า รู้สิ』 「งั้นชี้ทางหน่อยซิ」 บาตูจำนวนมากชี้ไปคนละทิศละทางพร้อมกัน นอกจากนิ้วแล้ว ยังมีบาตูที่ใช้ใบหน้า คาง หอก หรือมีดสั้นในการชี้บอกทิศทางด้วย 「เยี่ยม รู้แล้วว่าบานไหน」 「เอ๋!! แค่นี้ก็รู้แล้วเหรอคะ!」 「ไม่เป็นไร เชื่อฉันสิ」 「ค่ะ เชื่อค่ะ」 ครูฝึกคาบารอฟสค์เดินไปหยุดอยู่หน้าบาตูที่ทำท่าทางแปลกกว่าชาวบ้านนิดหน่อย แล้วยื่นมือเข้าไปในกระจก ยาคุตสค์เองก็ทำตามโดยยื่นมือออกไป ทันใดนั้น แขนสองข้างก็ยื่นออกมาจากในกระจก แล้วคว้ามือของทั้งสองคนไว้แน่น 「ถูกรางวัล ฉันดูออกน่า」 ถูกดึงเข้าไปในกระจก ด้วยเหตุนี้ ยาคุตสค์จึงหนีออกมาจาก 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 อันน่ารังเกียจได้พร้อมกับครูฝึกคาบารอฟสค์ ***

ปลายทางที่มือของบาตูนำทางมา คือสถานที่ที่มิสต์เทรนเบรกฉุกเฉินหลังจากลอดผ่านอุโมงค์มืดมิดนั่นเอง 「เอาล่ะ จับได้แล้ว! ไม่ปล่อยให้หลุดมือหรอกนะ!」 ทั้งสองคนที่ถูกมือข้างเดียวดึงเข้ามา ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นหน้ากระจก 「คุณยาคุตสค์!」 ควีนส์เวย์ที่มีน้ำตาคลอเบ้ากระโจนเข้ากอดยาคุตสค์ นอกจากบาตูกับควีนส์เวย์แล้ว ยังมีนายสถานี แพดดิงตัน โยชิโนะ วิเวียน ปุตรา สมาชิกหน้าเดิมอยู่กันครบ ค่อยยังชั่ว ดูเหมือนจะหนีออกมาจาก 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ได้อย่างปลอดภัย 「กำจัดศัตรูที่เป็นตัวปัญหาได้แล้ว คาดว่าน่าจะเกิดจุดเอกภาวะขึ้นในระยะตั้งแต่ฐานหน้าซิเวเรียมาจนถึงหลุมยุคน้ำแข็งนี้」 ครูฝึกคาบารอฟสค์อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 และเรื่องราวก่อนที่จะได้มารวมตัวกับยาคุตสค์ให้นายสถานีฟัง พร้อมตั้งข้อสันนิษฐานว่าสถานที่ที่มีรางรถไฟวางอยู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายซิเวเรียอย่างแน่นอน หมายความว่า สถานที่ที่พวกยาคุตสค์อยู่ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายซิเวเรียก็จริง แต่สิ่งที่ยาคุตสค์ ครูฝึกคาบารอฟสค์ และบาตูเห็นนั้นเป็นภาพลวงตาจากหมอกมายาขนาดใหญ่ เพื่อยืนยันเรื่องนั้น จำเป็นต้องเดินเท้าสำรวจเส้นทางที่พวกบาตูผ่านมาอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าก่อนและหลังหมอกจางลงมีอะไรแตกต่างกันบ้าง ...... แต่พอได้ยินว่าทั้งสองคนสู้กับ 『สายลมสีขาว』 มา ก็เลยตัดสินใจล้มเลิกความคิดนั้นไป 「ปัญหาคือ วิธีกลับขึ้นไปข้างบนสินะคะ」 「นั่นสินะ ควรจะเดินหน้าต่อเพื่อหาเส้นทางอื่น หรือจะย้อนกลับไปหาทางขึ้นดี ......」 「เกี่ยวกับเรื่องนั้น โยชิโนะสายอุตสาหกรรมมีข้อเสนอเจ้าค่ะ」 「เอ๋? อะไรเหรอโยชิโนะ อย่าบอกนะว่าจะให้แยกชิ้นส่วนรถไฟแล้วแบกเดินไป ......」 「ยาคุตัน พูดอะไรของเธอน่ะ?」 「ข...ขอโทษ」 「ยาคุตสค์กำลังคึกจากการต่อสู้เมื่อกี้น่ะ」 ครูฝึกคาบารอฟสค์ช่วยแก้ต่างให้ แต่แบบนั้นก็น่าอายอยู่ดี 「จากการตรวจสอบหลายๆ อย่าง พบความเป็นไปได้ว่ารางชะลอความเร็วนี้สามารถเปลี่ยนเป็นรางเร่งความเร็วได้เจ้าค่ะ」 「เอ๋!?」 「จริงนะ จริงนะ ถ้าทำได้ล่ะก็ เราอาจจะใช้รางเร่งความเร็วตรงหน้าทางแยกพุ่งปรู๊ดขึ้นไปถึงพื้นดินได้เลย」 「เดี๋ยวก่อนสิ แบบนั้นมันจะไม่กลายเป็นลูปไม่รู้จบระหว่างรางข้างบนกับรางข้างล่างเหรอ?」 「ไม่เป็นแบบนั้นหรอกเจ้าค่ะ」 「ทำไมถึงฟันธงได้ล่ะ」 「เพราะค้นพบว่าตรงนี้มีสวิตช์เริ่มทำงานกับสวิตช์สับเปลี่ยนอยู่เจ้าค่ะ」 เห็นไหมล่ะ โยชิโนะพูดพลางชี้ไปที่สวิตช์ที่ติดตั้งอยู่บนราง พอมองดูดีๆ ก็เห็นว่าสวิตช์นั้นใช้หินหมอกมายาเป็นส่วนประกอบ หากจ่ายพลังเวทของนายสถานีเข้าไป ก็จะสามารถสลับการเร่งความเร็วและชะลอความเร็ว รวมถึงกำหนดทิศทางการวิ่งได้อย่างอิสระ 「อย่างที่ยาคุตันบอก ทางรถไฟสายซิเวเรียเป็นการค้นพบที่สำคัญมากสำหรับไอเซนกราดสินะ」 「ดีจังเลยที่หาเจอเนอะ! ยาคุตสค์!」 「นั่นสิ ตัดสินใจถูกแล้วที่เข้ามาในหลุมยุคน้ำแข็ง ถึงจะน่ากลัวไปหน่อยก็เถอะ」 「ปุตรา วิเวียน ......」 「ถ้ารู้แบบนั้นแล้วก็รีบลองกันเลยเถอะค่ะ คุณโยชิโนะ คุณนายสถานี ฝากด้วยนะคะ!」 ควีนส์เวย์เข้ามาจัดการสถานการณ์ หน่วยรถไฟพิเศษจึงมุ่งหน้าสู่ด้านบนของหลุมยุคน้ำแข็งด้วยมิสต์เทรน เมื่อนายสถานีอัดฉีดพลังเวทเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ของรถไฟ รวมถึงสวิตช์เริ่มทำงานและสวิตช์สับเปลี่ยนที่ราง น้ำแข็งใต้รางก็ดันตัวนูนขึ้นเหมือนตอนที่เห็นก่อนจะลอดอุโมงค์ และแสดงปฏิกิริยาพลังเวทที่รุนแรงออกมา 「ได้การ ...... แบบนี้ไปได้แน่!」 「มิสต์เทรน จะออกรถแล้วค่ะ คาดว่าจะมีการสั่นสะเทือนรุนแรง กรุณาจับราวจับหรือห่วงยึดใกล้ตัวให้แน่นนะคะ!」 「ราวจับพร้อม!」 「ห่วงยึดพร้อม♪」 「เดี๋ยวสิวิเวียน นั่นไม่ใช่ห่วงยึดนะ แต่เป็นโยชิโนะต่างหาก」 「โยชิโนะพร้อม♪」 แพดดิงตันกดหวูดสัญญาณ ในที่สุดมิสต์เทรนก็เริ่มเคลื่อนตัว แต่มิสต์เทรนไม่ได้วิ่งขึ้นเนินด้วยความเร็วสูงอย่างที่พวกยาคุตสค์คิด กลับเคลื่อนตัวไปภายในหลุมยุคน้ำแข็งอย่างช้าๆ ด้วยความเร็วที่นุ่มนวล 「ดูเหมือนจะเป็นความเร็วที่คุณนายสถานีควบคุมได้สินะคะ」 「อืม นั่นสิ」 รถไฟลอดผ่านอุโมงค์ และผ่านทางแยกซ้ายขวานั้นไป ยาคุตสค์ชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง พยายามจะมองป้ายบอกทางนั้นอีกครั้งท่ามกลางทิวทัศน์ที่กำลังห่างออกไปทางด้านหลัง ...... แต่กลับไม่เห็นป้ายบอกทางแยกซ้ายขวาที่ไหนเลย 「คุณยาคุตสค์? ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่างมันอันตรายนะคะ?」 「 ...... 」 「คุณยาคุตสค์?」 「ซาโครวิชา รามานาวิฟ ...... 『สมบัติโรมานอฟ』」 「เอ๊ะ? จู่ๆ พูดอะไรคะ」 「เอ๊ะ?」 ยาคุตสค์ทำหน้าสงสัยเพราะไม่รู้ว่าคำว่า 「พูดอะไรคะ?」 ของควีนส์เวย์หมายถึงอะไร ทางนี้ต่างหากที่ต้องถามว่า 「อะไรคะ?」 「เรื่อง 『สมบัติโรมานอฟ』 ไงคะ เมื่อกี้คุณพูดออกมานี่นา」 「เอ๊ะ ฉันพูดแบบนั้นเหรอ?」 「พูดสิคะ ต่อจากคำแปลกๆ นั่นน่ะ」 「ไม่ได้พูดสักหน่อย」 「พูดนะคะ! เอ่อ วิ? วิฟ ...... สตรอกานอฟ อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ!」 「นั่นมันบีฟสตรอกานอฟไม่ใช่เหรอ」 「ไม่ ไม่ใช่นะคะ! ไม่ใช่แบบนั้น!」 「ไม่เห็นเข้าใจเลย ควีนส์เวย์เพี้ยนไปแล้ว」 「คุณยาคุตสค์ต่างหากที่เพี้ยน ยังคึกไม่หายเหรอคะ?」 「ขืนพูดคำนั้นอีกฉันจะจับสมัครเข้าบูทแคมป์ของครูฝึกคาบารอฟสค์นะ」 「มีของแบบนั้นด้วยเหรอคะ ฉันชักสนใจนิดหน่อยแล้วสิ」 「เธอจะทนไหวเหรอ ครูฝึกคาบารอฟสค์โหดกว่าครูฝึกฟินช์ลีย์อีกนะ?」 ระหว่างที่คุยเรื่องสัพเพเหระกันอยู่นั้น พวกยาคุตสค์ก็นั่งมิสต์เทรนหลุดพ้นออกมาจากหลุมยุคน้ำแข็ง และออกมาสู่ทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ของไอเซนกราด ข้างนอกอากาศแจ่มใส หิมะสีขาวสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกาย ไม่มีหมอกมายาที่จะเรียกสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นที่ไหนเลย มีเพียงทิวทัศน์หิมะที่งดงามทอดยาวออกไป เส้นทางสายใหม่ ทางรถไฟสายซิเวเรีย จากบนรางรถไฟที่วิ่งผ่านทุ่งหิมะกว้าง เธอมองเห็นอะไรบางอย่างส่องแสงวิบวับอยู่ไกลๆ 「นั่นมัน ......!」 —ดูเหมือนว่า การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในอีกที่หนึ่งก็จบลงแล้วเช่นกัน

บทส่งท้าย หลังจากเสร็จสิ้นการต่อสู้ในหลุมยุคน้ำแข็ง หน่วยรถไฟพิเศษยังคงปักหลักอยู่ที่ฐานหน้าซิเวเรียเพื่อดำเนินการสำรวจภายในศูนย์วิจัยและจัดทำแผนที่เส้นทางรถไฟต่อไป ทางแยกปริศนาที่กองกำลังหลักของยาคุตสค์ได้เห็น รอยแยกน้ำแข็งที่ขยายตัวขึ้นที่ครูฝึกคาบารอฟสค์และบาตูได้เห็น แล้วก็ ...... โรงเตี๊ยมบ่อน้ำพุร้อนปริศนาที่หน่วยล่วงหน้าซึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัยได้เห็น เหตุการณ์เหล่านี้เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับการค้นพบทางรถไฟสายซิเวเรีย และมีแนวโน้มว่าสาเหตุหลักมาจาก 「การระเบิดของหมอกมายาที่เกิดขึ้นในหลุมยุคน้ำแข็งบริเวณใกล้เคียงฐานหน้าซิเวเรีย」 แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรงเตี๊ยมบ่อน้ำพุร้อนที่พวกเฟลคลิงเกนหลงเข้าไปนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับหลุมยุคน้ำแข็ง ในส่วนนี้ เรื่องที่ครูฝึกคาบารอฟสค์และบาตูพบเจอ 『สายลมสีขาว』 บนพื้นดินจะเกี่ยวข้องกับจุดเอกภาวะในหลุมยุคน้ำแข็งหรือไม่นั้น ก็ยังเป็นที่น่าสงสัย 「ยาคุตสค์」 「ครูฝึกคาบารอฟสค์」 ครูฝึกคาบารอฟสค์กำลังจะไปสมทบกับ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 เพื่อเริ่มภารกิจต่อไป ที่น่าตกใจคือจะพาบาตูไปด้วย การที่ครูฝึกคาบารอฟสค์แนะนำเทรนไนท์ของเฟรย์มารินให้กับ 『สมาคมทหารผ่านศึก』 แสดงว่าต้องไว้วางใจมากทีเดียว เกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้นกันแน่นะ อยากรู้จนทนไม่ไหวเลย 「ภารกิจครั้งนี้ทำผลงานได้ดีมาก」 「ไม่หรอกค่ะ เป็นเพราะครูฝึกคาบารอฟสค์ช่วยสู้ด้วยต่างหาก ถ้าตัวคนเดียวป่านนี้ฉันคงถูกขังอยู่ใน 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ไปแล้ว」 「คราวหน้าอย่ามากันแค่สองคน จัดกำลังระดับหมวดขึ้นไปจะดีกว่า 『เขาวงกตน้ำแข็ง』 ของจริงไม่ได้มีแค่นั้น สักวันหน่วยรถไฟพิเศษอาจจะต้องเข้าไปสำรวจเขต 2 ถึงตอนนั้นก็ระวังตัวให้ดีล่ะ」 「ค่ะ จะจำให้ขึ้นใจเลยค่ะ」 「ฉันจะเล่าเรื่องของเธอให้โวโลชาเยฟก้าฟังด้วย ยัยนั่นขี้เหงาจะตาย ถ้าไม่หมั่นไปเยี่ยมหลุมศพเดี๋ยวก็โผล่มาหลอกในฝันหรอก」 「คราวหน้าช่วยพาฉันไปด้วยนะคะ ฉันเองก็มีเรื่องอยากจะรายงานร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าตั้งเยอะแยะ」 จิตใจปลอดโปร่ง เมื่อก่อนพอเห็นพายุหิมะทีไรก็จะนึกถึงร้อยเอกโวโลชาเยฟก้าแล้วรู้สึกหดหู่ทุกที แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว สามารถเผชิญหน้ากับครูฝึกคาบารอฟสค์ได้ตรงๆ และสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ได้แล้ว 「จริงสิ มีของขวัญจะให้เธอด้วย」 「ให้ฉันเหรอคะ?」 「อ่า ความจริงกะจะให้ตอนที่เข้าหน่วยรถไฟพิเศษนั่นแหละ แต่หาจังหวะให้ไม่ได้สักที」 ครูฝึกคาบารอฟสค์หยิบกล่องสวยงามออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้ยาคุตสค์ 「เปิดดูตรงนี้เลย」 「ค่ะ」 อะไรกันนะ? วันเกิดก็ไม่ใช่ วันครบรอบเข้ากองทัพก็ไม่ใช่ ฉลองเข้าหน่วยรถไฟพิเศษเหรอ? ยาคุตสค์คิดพลางมองดูของที่อยู่ในกล่องแล้วก็ต้องพูดไม่ออก 「มีดกับปลอกแขนของโวโลชาเยฟก้า ฉันยกให้」 「รับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ของสำคัญขนาดนี้ ......」 「ยัยนั่นบอกให้ยกให้เธอน่ะ ในพินัยกรรมเขียนไว้แบบนั้น」 「บ้าน่า ...... เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ?」 「เรื่องจริง ไม่งั้นฉันไม่ให้เธอหรอก เธอผ่านเงื่อนไขที่จะรับของสิ่งนี้แล้ว」 「เงื่อนไข?」 คาบารอฟสค์จัดท่าทางให้ตรง แล้วทำความเคารพแบบไอเซนกราด 「มาช้าไปหน่อย แต่ยินดีด้วยที่ได้เลื่อนยศ–ร้อยเอกยาคุตสค์」 ––เมื่อยาคุตสค์มียศเท่ากับฉันตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ 「นั่นคือเงื่อนไขที่โวโลชาเยฟก้าระบุไว้ ตอนเข้าหน่วยรถไฟพิเศษเธอก็ผ่านเงื่อนไขแล้วแท้ๆ แต่ดันช้าไปหน่อย เกือบจะตายก่อนได้มอบให้ซะแล้ว」 น้ำตาจะไหล การกลั้นน้ำตาที่ไม่ได้มาจากความเศร้าหรือความเหงานี่ยากชะมัด แต่จะร้องไห้ไม่ได้ ต้องยืดอก เงยหน้าขึ้น ให้สมกับเป็นทหารแห่งไอเซนกราด 「ขอน้อมรับด้วยความยินดีค่ะ ร้อยเอกคาบารอฟสค์」 「จากนี้ก็ฝากด้วยล่ะ สู่ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』」 「สู่ 『การต่อสู้ที่มีความหมาย』」 รับของดูต่างหน้าของโวโลชาเยฟก้ามา แล้วหันหลังให้ครูฝึกคาบารอฟสค์ ครูฝึกคาบารอฟสค์เองก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไร ทั้งอย่างนั้น ต่างคนต่างหันหลังให้กัน แล้วค่อยๆ เดินห่างออกไป 「เก่งขึ้นแล้วนะ ยาคุตสค์」 「ค่ะ เป็นเพราะได้อาจารย์ดีค่ะ」 พูดยอมรับแค่นั้น ยาคุตสค์ก็ก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่หันกลับไปมองข้างหลัง มุ่งหน้าไปหาพวกพ้องที่รออยู่ 「คุณยาคุตสค์คะ ดูนี่สิคะ」 「มีอะไรเหรอควีนส์เวย์?」 「ตรงนี้ก็มีตัวเลข 4 หลักเขียนอยู่เหมือนกันค่ะ นี่มันเหมือนกับที่อยู่บนป้ายบอกทางนั่นไม่ใช่เหรอคะ?」 「จริงด้วย ...... แต่แค่ตัวเลขอย่างเดียวก็ไม่รู้อะไรหรอกนะ」 5306 ปัจจุบัน การสำรวจเส้นทางรถไฟสายซิเวเรียในส่วนที่ลึกไปกว่าฐานหน้ายังไม่มีความคืบหน้า

VN Scene