บทที่ 29 มือใหม่ก็ทำได้ง่ายๆ! คอร์สสะกดจิตที่ได้ผลบ่อยๆ
บทที่ 29 จาก 35 บทในครัวของห้องคหกรรม นานะกับชิโนะก้มหัวให้กัน 「แหม เรื่องสะกดจิตอะไรกัน!!」 ผั๊วะ! ฝ่ามือนานะฟาดแก้มชิโนะดังฉาด กับการตบมุกที่สุดแสนจะมาตรฐานทำให้ชิโนะหน้าแดงแจ๋ 「จู่ๆ ทำอะไรของเธอ」 「ก็เรื่องสะกดจิตไง!!」 อีหยังเนี่ย! ชิโนะเริ่มหงุดหงิดกับนานะที่สอดมุกคันไซทั้งที่ไม่ใช่คนคันไซ ยังไงก็ตามนานะก็พูดต่อ 「แค่ชื่อเรื่องก็เพี้ยนแล้วนะ!!」 ทั้งที่เป็นคลิปคลาสสอนทำอาหาร แต่ของที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มีแค่เหรียญห้าเยนที่ผูกเชือกเท่านั้น ชมรมวิจัยทำอาหารมันคืออะไรนะ? 「สูตรของวันนี้คืออันนี้」 「นี่มันไม่ใช่สูตรอาหารนะ!!」 「นานะ คิดว่านี่คืออะไร」 「ก็แค่เหรียญห้าเยนธรรมดาไง」 「คือลูกตุ้มสำหรับสะกดจิตต่างหาก」 「ก็แค่เหรียญห้าเยนธรรมดาชัดๆ !!」 「วันนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ว่าใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ ชั้นจะถ่ายทอดวิชาการสะกดจิตให้เอง」 「........ชิโนะจัง เคยทำการสะกดจิตอะไรแบบนี้มาก่อนเหรอ」 「แค่มีอันนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว」 พูดพลางชิโนะก็วางหนังสือหนึ่งเล่มข้างเหรียญห้าเยนที่มีเชือก 『มือใหม่ก็ทำได้ง่ายๆ! เข้าใจสะกดจิตด้วยมังงะ』 เป็นหนังสือที่มีตัวละครสาวสวยซึ่งดูไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับการสะกดจิตยิ้มให้มา หน้าตาเหมือนเล่มที่น่าจะไปกองๆ อยู่ตรงมุมโซนหนังสืออ้างอิง 「อะไรอ่ะ」 「เพิ่งไปซื้อมา」 「มือใหม่ชัดๆ เลย!!」 「นานะ มนุษย์ทุกคนตอนเริ่มก็เป็นมือใหม่ทั้งนั้นนะ」 「แต่ชั้นว่าการถ่ายวิดีโอมันไม่ใช่เรื่องให้มือใหม่มาทำนะ!」 「ก็แค่แกว่งเหรียญห้าเยนเอง ง่ายจะตาย」 「นี่คือดูถูกศิลปะสะกดจิตแบบสุดๆ เลยนะ」 「วันนี้หลังจากอ่านหนังสือแล้ว ชั้นก็ลองใส่สูตรในแบบของตัวเองเข้าไปด้วย」 「คือถ้าไม่เหยียบกับดักมือใหม่ทำพลาดทุกข้อให้ครบจะไม่สบายใจหรือไง?」 เหมือนอ่านหนังสือสูตรอาหารแล้วแบบ『เราเป็นคนชอบรสจัด งั้นใส่เกลือเพิ่มเยอะๆ เลยดีกว่า~♡』หรือ『ตรงนี้ขอใส่สูตรเฉพาะตัวหน่อยละกัน เอ้า!♡』อะไรทำนองนี้แล้วสุดท้ายก็พัง เหมือนกำลังดูมือใหม่ที่พูดจาดูถูกงานแล้วทำอาหารล้มเหลว นานะนึกถึงตัวเองตอนเพิ่งเริ่มทำอาหารใหม่ๆ แล้วปวดหัวขึ้นมา。 ต่อหน้านานะแบบนั้น ชิโนะก็ทำแว่นเป็นแสงวิบวับ 「นานะ ไม่เป็นไร ชั้นไม่ล้มเหลวหรอก จะทำให้สำเร็จแน่นอน」 「ยังไม่เริ่มก็ยกฮาร์ดเดิลสูงขนาดนั้นจะไหวเหรอ?」 「ในหนังสือก็บอกไว้ว่า คนที่ถูกสะกดจิตได้ ก็จะถูกสะกดจิตได้ 100% ดังนั้นไม่เป็นไร」 「เหรอ... นั่นมันก็แค่ว่าคนที่โดนก็โดนอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?」 นานะคิดว่า นี่มันก็เหมือนพูดว่า『ถ้ากินขนมปังแล้ว ขนมปังก็จะเข้าไปอยู่ในกระเพาะ 100%』อะไรทำนองนั้น 「แล้วก็ ตามหนังสือเล่มนี้บอกนะ คนที่ไม่โดนสะกดจิตจะถูกจัดอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งคือ『มนุษย์ห่วยแตกที่มีอคติต่อการสะกดจิต』หรือ『โง่จนไม่สามารถจ้องเหรียญห้าเยนได้แม้ไม่กี่วินาที』หรือไม่ก็『มนุษย์ห่วยแตกที่เล่นไม่เป็น』」 「แบบนี้มันทำตัวยากแล้วสิ!!」 「ด้วยข้อเท็จจริงเหล่านั้น ขอให้เพลิดเพลินกับการสะกดจิตนะคะ」 「หยุดบรรยากาศเหมือนคนไม่โดนคือฝ่ายผิดซะที!!」 「เอาล่ะ งั้นเริ่มเลย」 ชิโนะหยิบลูกตุ้มสะกดจิต (เหรียญห้าเยน) ขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ให้นานะยืนหน้ากล้อง แล้วเริ่มแกว่งช้าๆ 「คุณกำลังจะค่อยๆ ง่วง........」 「..............」 「ค่อยๆ ง่วง.......」 「..............」 「ไม่ง่วงเหรอ....?」 「..............」 「..............」 ท้ายที่สุด ชิโนะก็วางเหรียญห้าเยนลงตรงนั้นแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้เห็นชัด 「เล่นไม่เป็นเลย」 「บรรยากาศแบบนี้ให้ฉันถูกสะกดจิตสิถึงจะประหลาด!!」 「นานะ ถ้าที่นี่เธอยังแกล้งทำเป็นโดนสะกดจิตสักนิดไม่ได้ จะถูกมองว่าเป็นมนุษย์ห่วยแตกเต็มไปด้วยอคติ ไม่อิน แล้วก็โง่ที่สุดนะ」 「นี่มันไม่ใช่สะกดจิต แต่มันออกไปทางข่มขู่แทนแล้วมั้ง?」 「ทำท่าสี่ขาแล้วเห่า โฮ่งโฮ่ง ซะ」 「จะเข้าข่ายคุกคามทางเพศแล้วนะ?」 「เล่นเป็นหมาซะ」 「ไม่ทำหรอก!!」 「โฮ่งโฮ่ง!!」
「!?」นานะตกใจ เพราะเสียงที่เหมือนหมาดังมาจากด้านหลังติดๆ ของเธอเอง หรือว่ามีหมาหลงเข้ามาในห้องคหกรรม? นานะหันกลับไป ยูกะกำลังอยู่ท่าสี่ขา 「โฮ่ง!!」 「ยู... ยูกะจิ!」 「วุ้ฟ」ยูกะเงยหน้ามองด้วยตากลมใส 「ยู... ยูกะจิ............!」 หรือเพราะมัวแสดงสะกดจิตให้กล้องดูอยู่ก็ไม่รู้ แทนที่นานะซึ่งระแวงไปหมด ยูกะที่เหม่อถ่ายอยู่กลับตกสู่สภาวะสะกดจิต ต่อจากสถานการณ์นั้น ชิโนะจังก็ฮึมแล้วพยักหน้า 「ลำบากแล้วสิ」 「ชิโนะจัง?」 「ไม่คิดเลยว่าจะมีเด็กที่ดันโดนสะกดจิตที่งี่เง่าแบบนี้ได้อยู่」 「เมื่อกี้เพิ่งบอกว่างี่เง่าไปนะ」 「ฉันคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้นี่นา」 「มีมุมมองแบบนั้นแล้วยังมาพูดใส่ฉันเมื่อกี้อีกเหรอー?」 「โฮ่งโฮ่ง」 ยูกะสอดแทรกตัวไร้เหตุผลเข้ามากลางบทสนทนาของสองคน ลองพูดว่า「มือ」แล้วชิโนะจังก็ยื่นมือออกไป ยูกะก็วางขาขวาลงบนมืออย่างดีใจร้อง「โฮ่ง!」 พอลองลูบหัวก็กะพริบตาแคบอย่างปลื้ม ภาพมันดูอันตรายชะมัดเลยนะ นานะคิด 「ชิโนะจัง ช่วยคลายสะกดให้หน่อยเถอะ ถ้ามีใครมาเห็นแบบนี้ ยูกะจิจะถูกมองว่าเป็นเด็กแปลกๆ ก็ได้」 「นั่นนสินะ」 ชิโนะพยักหน้า แล้วก็เอียงคอขึ้นมาทันที 「.........จะคลายยังไงเหรอ?」 「เธอไม่รู้เหรอ!?」 「ก็ทำครั้งแรกนี่นา」 「กล้าจะทำเป็นวิดีโอได้ไงเนี่ย!!」 ขอยืมหนังสือเมื่อกี้หน่อย! นานะรวบเอาตำราสะกดจิตจากชิโนะกลับมา พลิกๆ ดูก็พบว่ามีวิธีคลายอยู่หน้าท้ายๆ 「ชิโนะจัง ทำตามนี้ก็น่าจะได้นะ!」 「ทำล่ะนะ」 ชิโนะปฏิบัติตามที่เขียนไว้ 「คุณจะค่อยๆ กลับสู่สภาพเดิม.... กลับสู่สภาพเดิม.........」กระซิบพลางแกว่งเหรียญห้าเยน 「-อํะ! ฉันทำอะไรอยู่กัน......!!」 ทันทีที่ชิโนะร่ายคาถา ยูกะก็สะดุ้ง ดูท่าว่าสะกดจิตจะถูกคลายแล้ว 「ว้าว! ดีจัง...! ยูกะจิ กลับมาได้แล้วนะ!」 ปล่อยตัวตามแรงโมเมนตัมโผกอดยูกะ กลิ่นหอมอ่อนนุ่มลอยละมุน นานะดีใจทั้งที่ในใจแอบเต้นวูบหนึ่ง 「ฮะ เฮ้ยๆ...... จู่ๆ อะไรของเธอเนี่ย」ยูกะมองนานะด้วยท่าทีงงๆ 「ยูกะ รู้จักพวกเราหรือเปล่า?」 「หา? จู่ๆ ก็อะไรล่ะ แน่นอนสิ」 ชิโนะกับนานะ ยูกะชี้ตามลำดับพร้อมเอ่ยชื่อ 「ก่อนอื่น เธอนี่แหละชิโนะใช่ไหม?」 「อือ」 「แล้วเธอก็คือ มายเลิฟลี่แองเจิล」 「ชิโนะจัง!! ยูกะจิยังไม่กลับมาเลยสักนิด!!」 「กลับเหมือนเดิมแล้วล่ะ」 「ไม่เหมือนเลยต่างหาก!」 ชิโนะลูบหน้าอกโล่งใจอยู่ข้างนานะ ตรงนั้นคือยูกะคนเดิม รูปลักษณ์เย็นขรึมเป็นผู้ใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง— 「ฟุฟุ... จู่ๆ ขึ้นเสียงทำไมกันล่ะ มายแองเจิล...」 「ก็อยู่ๆ ทำไมมากอดฉันแรงเป็นบ้าแบบนี้ล่ะ!!」 「ไม่ใช่สิ่งที่นานะกับยูกะทำกันตามปกติหรอกเหรอ」 「ยูกะจิไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มมาก่อนเลยนะ!!」 นานะสวนกลับ ยูกะประคองคางตัวเองไว้ พลางทำหน้าทะนุถนอมเอ็นดู 「ปากนี้รึเปล่านะ ที่คอยกระซิบเรื่องเอะอะจอแจพวกนั้น......?」 「อย่าคิดจะจุ๊บเชียวนะ!!」 「ยินดีด้วย」 「หยุดนะ!」 นานะขึ้นเสียงขณะรั้งยูกะที่พุ่งเข้ามาไม่หยุด นี่ไม่ใช่ยูกะแบบปกติเลย ด้วยความรู้สึกนั้นจึงหันไปมองชิโนะ 「ขอรีเทคค่ะ!!」 「เอาแต่ใจ」 「ไม่เอาแต่ใจสักหน่อย!!」 ชิโนะทำตามคำขอ แกว่งเหรียญห้าเยนอีกครั้ง ห้าวินาทีต่อมา 「อะ อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น......」 ยูกะกลับมาแล้ว 「ว้าว! คราวนี้แหละยูกะจิตัวจริง! นี่ ยูกะจิ รู้ไหมว่าฉันคือใคร?」 「มาสเตอร์ของข้า」 「ผิดไปคนละเรื่องเลยนี่」 นานะมองยูกะด้วยสายตาเย็นชา เพราะพอรู้ตัวอีกที ยูกะจิก็คุกเข่าแล้วจรดริมฝีปากลงบนหลังมือเธอแบบท่าทางอัศวิน ก็ขยะแขยงอยู่นิดๆ นานะรีบขอรีเทคทันที 「เอาแต่ใจ」 「ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย!!」 ชิโนะทำตามคำขออีกครั้ง แกว่งเหรียญห้าเยน ห้าวินาทีต่อมา 「เหมียวๆ ♡」 ยูกะจิกลายเป็นแมวไปแล้ว 「กลับเป็นปกติแล้วนะ」 「ยังไม่ปกติเลยต่างหาก!!」นานะร้องขอรีเทคอีกครั้ง แล้วห้าวินาทีต่อมา 「จะทำความสะอาดหูให้นะ♡」 「รีเทค!!」 「เอาแต่ใจ」 ชิโนะยักไหล่ทำหน้าเซ็งออกนอกหน้า นี่รอบที่เท่าไหร่แล้วคะ? รอบหน้าขอคิดเงินได้ไหมคะ? สายตาเธอเหมือนมองลูกค้าที่จู้จี้ ขอให้โชว์เวอร์ชันอื่นทั้งที่ไม่มีความเห็นเจาะจงอะไรเลย 「งั้นฉันขอถามกลับบ้างนะ ชิโนะจัง」 「อะไร」 「เอะเฮะเฮะ♡」 「ชิโนะจังคิดว่ายูกะจิในสภาพแบบนี้มันปกติหรือไง!」 「พอคิดดีๆ แล้วก็เหมือนจะประมาณนี้แหละมั้ง」 「จะ・เลือก・อัน・ไหน・ดีน้า~♡」 「ยังไงก็ไม่ใช่!!」 「งั้นเหรอ」 「ฟูว์♡」 「อ๊ะอ๊ะ..........ไม่ได้นะ..........」 「...........」 「อย่าถอยหนีสิ!!」 นานะขอรีเทคอีกครั้ง 「............วันนี้ก็เผลอมาจนได้」 หลังเลิกเรียน เมย์ถอนหายใจอยู่ที่ระเบียงทางเดิน วันที่ไม่มีกิจกรรมชมรม พอรู้ตัวก็มาอยู่หน้าห้องคหกรรมเสมอ เพื่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของยูกะผู้น่าแค้น หรือไม่ก็เพื่อได้เห็นใบหน้าของรุ่นพี่ผู้เป็นที่หลงใหลอีกวันนี้ ร่างกายเลยขยับมาเองโดยไม่รู้ตัว 「รุ่นพี่...เมื่อไหร่ถึงจะทักฉันล่ะ...?」 เฝ้าคอยจนแทบขาดใจ ราวกับถูกยั่วให้ค้างคา ความร้อนบางอย่างเหมือนคุกรุ่นอยู่ลึกในอกของเมย์ ถึงอย่างนั้นนานะผู้เป็นที่ชื่นชมก็ยังไม่เคยพูดกับเมย์เลย วันนี้ก็ทุ่มเทกับกิจกรรมอะไรสักอย่างที่ไม่เข้าใจเหมือนทุกวัน ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร แต่ได้ยินแค่นานะตะโกนว่า 「รีเทค!!」「รีเทคนะ!!」 อยู่ตั้งแต่เมื่อกี้ สรุปนี่กำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย????? 「รุ่นพี่............?」 ด้วยความอดใจไม่อยู่ เมย์แอบส่องจากรูปริศนารูปก้นเข้าไปในห้องคหกรรม แอบชะโงก— มอง 「ฟุฟุ...... ปากนี้สินะที่ไว้พูดคำเอาแต่ใจ?」 「ยะ ยูกะจิ... ไม่ได้นะ」 สิ่งที่อยู่ตรงนั้นก็คือ นานะกับยูกะที่กำลังจ้องตากันในระยะที่เหมือนจะจูบกันได้ทุกเมื่อ 「หา????????????????????」 วันนี้สมองของเมย์ก็พังไปตามระเบียบอีกแล้ว